บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อุเทน'ตอกม.44 ชะลอ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว กลบความไม่ได้เรื่องทีมงานคสช.

"อุเทน" ตอกออก ม.44 ชะลอ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวฯ กลบความไม่ได้เรื่อง "ทีมงาน คสช." ระบุกระบวนการไม่รอบคอบ แต่เห็นด้วยเนื้อหาที่บทลงโทษแรงขึ้น ฝากนายกฯ ตัดวงจรรีดไถส่วย แนะควรเพิ่มข้อผูกมัดนายจ้าง-ลูกจ้าง พร้อมบังคับตรวจโรคก่อนข้ามแดน

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.60 นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่ง คสช.ที่ 33/2560 เกี่ยวกับมาตรการชั่วคราว เพื่องดเว้นบางมาตราในพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารจัดการการทำงานของคนงานต่างด้าว พ.ศ.2560 ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในส่วนของบทลงโทษผู้กระทำความผิด เป็นเวลา 180 วัน เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวในขณะนี้ ให้มีเวลาปรับตัว อีกทั้งจะให้มีการอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมแก่ผู้ประกอบการและลูกจ้างต่างด้าวว่า ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความสะเพร่าของบุคลากรที่ทาง คสช.เรียกใช้งาน โดยเฉพาะงานด้านกฎหมาย ที่หลายครั้งมีการตรากฎหมาย หรือคำสั่งมาตรา 44 โดยเร่งรีบและขาดความรอบคอบ ขาดการตรวจสอบ จนต้องกลับมาแก้ไข หลังการบังคับใช้แล้ว ทำให้นายกฯ ถูกวิพากษ์วิจารณ์โจมตีอยู่บ่อยๆ ทั้งที่จริงๆ แล้วเชื่อว่าเป็นเพราะบุคลากรที่ คสช.ใช้งานขาดความรู้ความเข้าใจสภาพความเป็นจริงของแต่ละปัญหา ตลอดจนลุอำนาจ จึงไม่มีความพยายามในการประชาสัมพันธ์หรือรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องเสียก่อน จนส่งผลเสียหายถึงภาพลักษณ์รัฐบาล และประเทศชาติ ทั้งยังก่อความเสียหายในภาคธุรกิจที่พึ่งพาแรงงานต่างชาติอย่างกว้างขวางอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้จะเห็นว่ากระบวนการตรากฎหมายฉบับนี้ไม่ถูกต้อง แต่ตนก็สนับสนุนในส่วนของเนื้อหาที่มีการเพิ่มโทษการกระทำผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานต่างด้าวอย่างไม่ถูกกฎหมายที่รุนแรงขึ้น เพราะไม่เห็นด้วยที่มีแรงงานเถื่อน แรงงานผิดกฎหมาย หากแต่เมื่อมีผลบังคับใช้จริง ก็ต้องกำชับให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด อย่าปล่อยปละละเลย หรือใช้เป็นช่องทางในการหาประโยชน์ ซึ่งเชื่อว่านายกฯ ก็ทราบดีถึงวงจรการรีดไถที่เกิดขึ้น ที่มีเจ้าหน้าที่รัฐร่ำรวยจากขบวนการนี้มานักต่อนักแล้ว สะท้อนผ่านข้อสั่งการของนายกฯ ที่กล่าวขบวนการรีดไถเรียกรับส่วยจากนายจ้างหรือลูกจ้างต่างด้าว

นายอุเทน กล่าวต่อว่า ในอนาคตอันใกล้นี้เชื่อว่าจะมีการเสนอร่างกฎหมายนี้เป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีกครั้ง ดังนั้นเพื่อให้มีความรัดกุมรอบด้าน นอกเหนือจากบทลงโทษที่รุนแรงแล้ว กฎหมายควบคุมแรงงานต่างด้าวควรจะต้องกำหนดในส่วนของข้อผูกมัดระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างต่างด้าว ในช่วงต้นที่เข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการซึ่งเป็นนายจ้างรายแรกของแรงงานต่างด้าว ต้องประสบกับปัญหาถูกลูกจ้างทิ้งงานภายหลังจากที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยที่ผู้เป็นนายจ้างรายแรกมักจะเป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ที่อยู่อาศัยให้กับแรงงานต่างด้าวคนนั้นๆ แต่เมื่อลูกจ้างได้ขึ้นทะเบียนและมีเอกสารรับรองแล้ว ก็มักจะหนีหายไปทำงานกับนายจ้างรายอื่น เนื่องจากจะได้ค่าตอบแทนที่มากขึ้นจากเอกสารรับรองของทางราชการ ดังนั้นหากรัฐบาลต้องการให้ความเป็นธรรม จึงควรมีบทบัญญัติที่ระบุถึงข้อผูกมัดสำหรับนายจ้างและลูกจ้างต่างด้าวไว้ด้วย นอกจากนี้ยังต้องกำหนดมาตรการตรวจร่างกายและตรวจโรคภัยไข้เจ็บของแรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามาทำงานในเมืองไทย โดยต้องมีกระบวนการตรวจโรคและออกใบรับรองทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานตั้งแต่ก่อนข้ามแดนมาที่ประเทศไทย และต้องกำหนดให้มีการตรวจทุกๆ 6 เดือนอย่างต่อเนื่องในระหว่างที่อยู่ในประเทศไทย เพราะมีข้อมูลว่าโรคติดต่อหรือปัญหาสุขอนามัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่นั้นมีปัจจัยมาจากแรงงานต่างด้าวส่วนหนึ่งด้วย.