วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รีบไปไม่เป็นคุณ

พูดถึงเรื่องการอัดฉีด ต้องยกเครดิตให้รัฐบาล คสช.เป็นมือวางอันดับหนึ่ง

เพราะรัฐบาลนายกฯ บิ๊กตู่ ขยันอัดฉีดงบกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่ารัฐบาลอื่น

แม้เศรษฐกิจไทยฟื้นแล้ว รัฐบาลยังทุ่มงบอัดฉีดเต็มพิกัด

แถมมีโครงการอัดฉีดใหม่ๆ เพิ่มขึ้นๆ ไม่หยุดไม่หย่อน

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่า เทียบกัน ปีต่อปี งบอัดฉีดนโยบายประชารัฐ แซงหน้างบอัดฉีดนโยบายประชานิยมแน่นอน

ตัวอย่างเช่น เดือนที่แล้ว รัฐบาลเพิ่งอนุมัติอัดฉีดงบเพิ่มอีก 1.5 หมื่นล้านบาท แจกกระจายให้กองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองทั่วประเทศ 7 หมื่นกองทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจฐานรากเป็นกรณีพิเศษ

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลก็อัดฉีดงบใส่กองทุนหมู่บ้านเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจตามนโยบายประชารัฐไปแล้ว 3.5 หมื่นล้านบาท

รวมเม็ดเงินอัดฉีด 2 ขยักเป็นเงิน 5 หมื่นล้านบาท

งบอัดฉีดใส่กองทุนหมู่บ้าน 5 หมื่นล้านบาท จะเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจฐานรากได้มากขนาดไหน คงต้องรอพิสูจน์ต่อไปอีกระยะหนึ่ง

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าล่าสุด ครม.ได้อนุมัติอัดฉีดงบกลาง สำรองจ่ายกรณีเร่งด่วนฉุกเฉินเพิ่มอีก 2.5 หมื่นล้านบาท

เพื่อใช้สนับสนุนจ้างงานเกษตรกร ทั่วประเทศ จำนวน 9,101 ชุมชน ชุมชนละ 2.5 ล้านบาท

งบอัดฉีด 2.5 หมื่นล้านบาท จะแบ่งเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรก ใช้เป็นงบจัดการอบรมสัมมนา ส่งเสริมความรู้เกษตรกร เพื่อพัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืน

จัดศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร

และโครงการส่งเสริมปลูกข้าวอินทรีย์ เพื่อการส่งออก ฯลฯ

โดยกำหนดให้เกษตรกรเข้าร่วมอบรมสัมมนา 500 คนต่อ 1 ชุมชน เมื่อรวมทั้ง 9,101 ชุมชน จะมีพี่น้องเกษตรกรร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 4.5 ล้านราย

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า ส่วนที่ 2 ของ งบอัดฉีดเร่งด่วนพิเศษ 2.5 หมื่นล้านบาท กำหนดให้เกษตรกรรวมตัวกันเองกลุ่มละ 10 คน ทำโครงการที่สนับสนุนการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตการเกษตร ตามแนวทางพระ ราชดำริเพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน

รัฐบาลจะจ่ายค่าจ้างค่าแรงให้เกษตรกรทุกคนที่ร่วมทำโครงการ

และให้เร่งเบิกจ่ายงบอัดฉีด 2.5 หมื่นล้านบาท ให้เสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน หรือก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม

ถามว่านโยบายอัดฉีดเร่งด่วนแบบนี้ดีหรือไม่??

“แม่ลูกจันทร์” ตอบได้ทันทีว่าดีแน่นอน

เท่ากับรัฐบาลช่วยเติมเงินด่วนให้พี่น้องเกษตรกรเอาไปใช้แก้ขัดหนักขัดเบาในช่วงที่รอเก็บเกี่ยวข้าวอีก 2 เดือน

ปัญหาคือโครงการอัดฉีดเร่งด่วนฉุกเฉินอย่างนี้ เป็นเพียงการช่วยเหลือชั่วคราว

การให้เกษตรกรทำโครงการกันเองกลุ่มละ 10 คน โดยไม่ได้เตรียมการวางแผนโครงการล่วงหน้าให้ละเอียดรอบคอบ จะไม่เกิดประโยชน์ในการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

งบกลางที่รัฐบาลอัดฉีดลงไป 2.5 หมื่นล้านบาท ก็เป็นเงินมากพอสมควร หากใช้ให้ถูกทางจะเกิดประโยชน์มากกว่าในระยะยาว

“แม่ลูกจันทร์” ในฐานะเจ้าของเงินอัดฉีด 2.5 หมื่นล้านบาท จึงต้องท้วงติงกันบ้างพอเป็นกระสายยา

อะไรที่เร่งรีบเกินไป...มักมีจุดอ่อนนะโยม.


“แม่ลูกจันทร์”