วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ให้ทบทวน! ‘ค่าปรับ’ นายจ้างโวย แพงเกินไป

กรณีต่างด้าวผิดกฎหมาย จ่อเปิดศูนย์จดแรงงาน

นายกฯปลอบนายจ้าง อย่าตระหนก การันตีแรงงานต่างด้าวไปบ้านเดี๋ยวก็กลับ เสียงอ่อยทบทวนโทษปรับสูงเกิน ยันถ้า ไม่ทำชาติเสียหาย เสธ.ทัพภาค 2 ยันกัมพูชาไม่ได้ปิดด่านหลังไทยออก พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว เผยความสัมพันธ์ในพื้นที่ดีเยี่ยม กอ.รมน.เข้ม จนท.ห้ามเรียกใต้โต๊ะ ด้านกระทรวงแรงงาน ออกมาตรการบรรเทาทุกข์นายจ้างจาก พ.ร.ก.ต่างด้าว เตรียมเปิดศูนย์ “รับแจ้งการใช้แรงงานต่างด้าว” ใน กทม. 10 ศูนย์ และทุกจังหวัดทั่วประเทศ เดือน ก.ค. หวังขุดแรงงานเถื่อนใต้ดินนับล้านที่ไม่มีบัตรสีชมพูกลับเข้าระบบ อธิบดีกรมการจัดหางาน ยันไม่ใช่การจดทะเบียนรอบใหม่ แต่เป็นการยืนยันปฏิสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ให้โอกาสจูงมือลูกจ้างผิดกฎหมายยื่นเอกสารรายงานตัว เพื่อเข้าสู่การพิสูจน์สัญชาติเพื่อทำงาน โดยไม่ต้องกลับประเทศ ขณะที่วงเสวนาผลกระทบ พ.ร.ก.ต่างด้าว ที่กระทรวงแรงงาน มีคนร่วมงานคึกคัก แอลพีเอ็น ยันมีต่างด้าวในไทย 4-5 ล้านคน “เสี่ยตาชั่ง” โผล่ป่วนจนถูกเจ้าหน้าที่ประกบ เผยไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก.เตะหมูเข้าปากหมา

ยังเป็นประเด็นในสังคมผู้ใช้แรงงานสำหรับการบังคับใช้ พ.ร.ก.ต่างด้าว หลังมีการขยายเวลาออกไปอีก 6 เดือน ขณะที่ทางการเมียนมาขอบคุณไทยดูแลแรงงานอย่างดี

นายกฯติงอย่าตื่นตระหนก

โดยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวกรณีที่แรงงานต่างด้าวต่างทยอยเดินทางกลับประเทศ เนื่องจากรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวว่า อย่าตื่นตระหนก เขาไปเดี๋ยวก็กลับมา ต้องไปทำให้ถูก ให้เวลาไปแล้ว 6 เดือน ผู้ประกอบการต้องรู้จักจัดระเบียบของตัวเอง จะอยู่กันอย่างเดิมหรืออย่างไรมันไปไม่ได้ทั้งหมด ทุกคนต้องปรับตัวเอง ระหว่างที่ให้เวลาก็ไปจัดสรรปันส่วนมา เมื่อคนเหล่านี้ออกไปจะเอาคนใหม่หรือไม่ เพราะมีเตรียมไว้อยู่แล้วที่ชายแดน แต่ถ้าจะเอาคนเก่าก็ต้องยอมรับตรงนี้ และไปทำให้ถูกต้อง ได้บอกถึงความจำเป็นไปแล้ว ในเรื่องสินค้ามวลรวมของประเทศ ถ้าท่านประกอบการไม่ได้ตนก็เดือดร้อน รัฐบาลโดนทั้งขึ้นทั้งล่องอยู่แล้ว ก็ให้เวลาไปปรับเปลี่ยนตรงนี้ ทำทั้งระบบ แต่ไม่ใช่การยกเลิกกฎหมาย

ยันถ้าไม่ทำประเทศชาติเสียหาย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “มีรัฐบาลไหนเคยทำไหมเล่า ไม่ต้องทำหรือยังไง ถ้านักการเมืองที่ออกมาพูดๆกันวันนี้ แล้วจะไม่ทำใช่ไหม ไม่ทำแล้วประเทศชาติมันเสียหาย วันข้างหน้าจะทำยังไง อีก 6 เดือนก็ไปจัดสรรว่าเอายังไง ถ้าไม่เอาคนเก่า ก็ไปเอาคนใหม่ที่ชายแดน ซึ่งมีการพิสูจน์สัญชาติเรียบร้อยแล้ว อุตส่าห์ผ่อนผันให้ไปจดทะเบียน ไม่ส่งกลับทันทีก็ดีแล้ว ไม่อย่างนั้นก็จับออกหมด เพราะผิดกฎหมายหมด ให้เวลามาตั้ง 3 ปี ก็ไม่จัดระเบียบกัน ไม่ช่วยกัน อะไรที่เป็นช่องว่างกฎหมายก็ทำกันไป ถึงเวลาก็เรียกร้องว่าธุรกิจจะเสียหาย แล้วกฎหมายมันอยู่ตรงไหน ก็ค่อยๆปรับไปสิ ตนเองก็ต้องช่วยตนเอง อย่าเรียกร้องกันมากนัก” เมื่อถามว่า กรณี ที่ภาคเอกชนท้วงติงมาให้ทบทวนเรื่องโทษปรับที่สูงเกินไป พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็ต้องมีทบทวนกันอีกที เป็นเรื่องของกระทรวงแรงงาน ตนให้แนวทางไปแล้วว่าจะทำได้แค่ไหน รัฐบาลไม่ได้ต้องการไปไล่ล่าให้เศรษฐกิจเดือดร้อน แต่ต้องทำ อย่าไปหวังให้รัฐบาลอื่นทำ เขาไม่ทำอยู่แล้ว

เสธ.ทัพภาค 2 ยันไม่มีปิดด่าน

วันเดียวกันที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 พล.ต.สุทิน เบญจวิไลกุล เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีสื่อกัมพูชารายงานข่าวว่า รัฐบาลกัมพูชาสั่งปิดด่าน 43 จุด ที่ติดกับบริเวณจังหวัดสระแก้ว ภายหลังที่รัฐบาลไทย ออก พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 ว่า จากการตรวจสอบไปยังกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และกองกำลังสุรนารี ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าไม่ได้มีการสั่งปิดด่านตามกระแสข่าวดังกล่าว ขณะนี้ทุกอย่างอยู่ในสภาวะปกติ ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 รับผิดชอบการดูแลด่าน 4 จุด ทั้งด่านผ่อนปรน 2 จุด ในช่องอานม้าและสายตะกู และด่านถาวร 2 จุด คือด่านสะงำและช่องจอม ทุกเรื่องเมื่อเกิดปัญหาหรือข้อสงสัย ตนเองจะทำหน้าที่ในการประสานไปยังกัมพูชาเพื่อหารือ อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหา ทางกัมพูชาไม่ได้ติดใจอะไร นอกจากนี้ในความสัมพันธ์ระดับประเทศระหว่างไทยกับกัมพูชาก็ถือว่าอยู่ในขั้นที่ดี รวมถึงในหน่วยปฏิบัติตามแนวชายแดน

กอ.รมน.เข้ม จนท.ห้ามเรียกใต้โต๊ะ

วันเดียวกัน พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า รัฐบาลกัมพูชาสั่งปิดด่านข้ามแดนกัมพูชา-ไทย 43 ด่านภายหลังจากที่รัฐบาลไทยออก พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 ว่า บทบาทของ กอ.รมน. มีหน้าที่สร้างความรู้ให้ประชาชนในพื้นที่ทุกพื้นที่ได้รับทราบร่วมกับแรงงานจังหวัดในทุกครั้งที่ลงพื้นที่เพื่อชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบวัตถุประสงค์ของการออก พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 ว่าคืออะไร บทบาทของนายจ้าง ผู้จ้าง และแรงงานมีบทบาทอย่างไร อีกทั้งดูแลเจ้าหน้าที่ห้ามเรียกรับผลประโยชน์ และให้ทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่อประชาชนและประเทศชาติ

ชี้ช่องแก้เนื้อหาเสนอเป็น พ.ร.บ.

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการพิจารณา พ.ร.ก.การบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ในวันที่ 6 ก.ค.ว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.ก.ในวันดังกล่าว สนช.ไม่สามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาใน พ.ร.ก.ได้ สนช.มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น ถ้าจะแก้ไขรัฐบาลต้องแก้ไขเอง ทำได้โดยเสนอเป็นร่าง พ.ร.บ.แก้ไข แต่ขณะนี้รัฐบาลเลือกใช้วิธีการตามมาตรา 44 แก้ไขปัญหาในบางมาตรา ดังนั้น สนช.จึงมีหน้าที่ให้ความเห็นชอบ พ.ร.ก. เพื่อให้มีสถานะทางกฎหมายสมบูรณ์ขึ้นและจะมีผลใช้บังคับตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมาตรา 44 จะตามไป ยกเว้น 4 มาตราใน พ.ร.ก.ที่ให้ชะลอการบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 1 ม.ค.2561 หากรัฐบาลต้องการปรับเปลี่ยนเนื้อหาใน พ.ร.ก.ทั้งฉบับ รัฐบาลจะต้องเสนอเป็น พ.ร.บ. ยกเลิก พ.ร.ก. เพื่อให้ได้ พ.ร.บ.ฉบับใหม่

กรมการจัดหางานจัดเสวนา

ส่วนความเคลื่อนไหวที่กระทรวงแรงงาน ที่ห้องจอมพล ป.พิบูลสงคราม กระทรวงแรงงาน วันเดียวกัน กรมการจัดหางานจัดเสวนาเรื่อง “พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ปวงชนชาวไทยได้อะไร” มีนายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รศ.แล ดิลกวิทยรัตน์ จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายสมพงศ์ สระแก้ว ผอ.มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (แอลพีเอ็น) ร่วมเสวนาถึงเหตุผลการออก พ.ร.ก.บทลงโทษ ผลกระทบ และมาตรการบรรเทาผลกระทบ หลัง คสช. ออกมาตรา ชะลอโทษ 4 มาตรา คือ 101 102 119 และ 122 โดยให้เวลา 6 เดือน ในการดำเนินงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐภาคเอกชน เอ็นจีโอ ผู้แทนนายจ้าง บริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าว ผู้แทนเครือข่ายแรงงาน ร่วมงานคึกคัก

ชี้เหตุออก พ.ร.ก.เพราะเรื่องเร่งด่วน

นายวรานนท์กล่าวว่า ที่ต้องออกเป็น พ.ร.ก. ไม่ออกเป็น พ.ร.บ. เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่คนไทยอาจจะมองปัญหาต่างด้าวเป็นเรื่องชิวๆ อยู่ร่วมกับคนผิดกฎหมายโดยไม่รู้สึกอะไร ที่ผ่านมาเปิดจด ทะเบียนหลายครั้ง นำคนผิดกฎหมายเข้าระบบเป็นล้านคน แต่ก็ยังเรียกร้องให้จดอีกไม่รู้จบ ขณะที่ประเทศคู่ค้าของไทยจับตามองว่าการจัดการปัญหายังไม่ถูกต้อง จึงต้องรวบกฎหมาย 2 ฉบับที่มีอยู่เดิม มารวมเป็น พ.ร.ก.ฉบับนี้ เพื่อให้การทำงานครอบคลุม รวมทั้งป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ เพราะหากยังอยู่ ในสถานะเดิมจะไม่สามารถขึ้นไปอยู่ในอันดับเทียร์ 1 หรือปลดล็อกใบเหลืองของอียูได้ตามที่หวัง โดยรวม พ.ร.ก. มีประโยชน์ต่อชาวไทย กฎหมายไม่ใช่เพื่อใครบางคน ค่าปรับ 4-8 แสนบาท ที่ใช้ลูกจ้างผิดกฎหมาย เป็นการเน้นลงโทษนายจ้างไม่ให้ทำผิด จึงต้องมีจิตสำนึก อย่าพูดย้ำเรื่องบทลงโทษ 4 แสน หรือ 8 แสนบาท มันหนักเกินไป เพราะยิ่งพูด นายจ้างจะยิ่งขายหน้า หากไม่ผิด ก็ไม่ต้องกลัว

แห่กลับบ้านไปกว่า 5–6 หมื่นคน

นายวรานนท์กล่าวว่า ตม.แจ้งว่ามีแรงงานต่างด้าว 5-6 หมื่นคนออกผ่านแดนกลับบ้าน ยังไม่นับพวกปีนรั้วไปช่องพิเศษ ภายในวันนี้ (5ก.ค.) กกจ.จะออกประกาศมาตรการรองรับจะทำให้แรงงานต่างด้าวที่ไม่ถูกต้องหลาย แสนคนกลับสู่ระบบและยังมีการทำเอ็มโอยูนำเข้าแรงงานซึ่งมีเข้ามาแล้ว 4 แสนคน กกจ.จะเปิดศูนย์แจ้งการใช้แรงงานต่างด้าว ให้นายจ้างและลูกจ้างที่อยู่กันมานาน ผ่านการคัดกรองของเจ้าหน้าที่ เพื่อยืนยันและออกใบอนุญาต จะมีหนังสือให้ไปตรวจสัญชาติให้ถูกต้อง โดยศูนย์จะเปิดในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เฉพาะกรุงเทพฯ มี 10 ศูนย์ จะเปิดสั้นๆในระยะ 15 วัน มีเวลาดำเนินการให้เสร็จภายใน 6 เดือน ได้คุยกับทางการเมียนมาแล้ว จากนั้นจะหารือกับกัมพูชาและ สปป.ลาว คาดว่าจะเปิดภายใน 2 สัปดาห์ จะได้รู้ว่ายังมีแรงงานผิดกฎหมายอีกเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีใครยืนยันตัวเลขได้ชัดเจน

แฉมีแรงงานผิด ก.ม.ถึง 4.5 ล้านคน

ด้านนายสมพงศ์กล่าวว่า จากข้อมูลทางการระบุแรงงานข้ามชาติอยู่ในระบบกว่า 2.6 ล้านคน แต่ท้าได้เลยว่ายังมีอีกเท่าตัว ที่ผิดกฎหมายจาก 4-5 ล้านคน มีแค่ 2.6 ล้าน ที่อยู่บนดินเข้าระบบถูกต้อง ที่เหลือล้วนอยู่ใต้ดิน กลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจาก พ.ร.ก.อย่างชัดเจน ส่วนใหญ่กังวล พาสปอร์ต วีซ่าหมดอายุ ทำงานผิดนายจ้าง นายจ้างก็กังวลค่าปรับสูงถึง 4 แสน แรงงานจึงพากันกลับบ้าน ส่งผล กระทบขาดแคลนคนทำงาน ภาครัฐบอกว่าแรงงาน 3 สัญชาติ เดินทางออกไปหลายหมื่นคน แต่ภาคสังคมเชื่อว่าตัวเลขที่ออกไปในขณะนี้มีประมาณ 2 แสนคน ส่วนใหญ่ออกไปตามช่องทางธรรมชาติ ไม่ผ่านด่าน ผลกระทบยังไปถึงเศรษฐกิจฐานราก ต่างด้าวกลัวถูกจับ ออกไปหน้าปากซอยถูกตรวจผิดเจอไป 5 พัน ขณะที่การทุจริตเรียกเก็บส่วยกันแบบอุปถัมภ์ โทษปรับนายจ้าง 4-8 แสน รับดูแลให้ในราคา 4 พัน ต่างด้าวจึงไม่ออกมาซื้อของตามปกติ คนไทยขายของไม่ได้ ขณะที่ธุรกิจด้านท่องเที่ยวทั้งภูเก็ต ชลบุรี ร้านอาหารเงียบลงเพราะไม่มีคนทำอาหาร การชะลอโทษ 180 วันจึงเป็นทางหนึ่งที่จะทำให้ทุกฝ่ายลดความเจ็บปวดจากผลกระทบ

แคลงใจเตะหมูเข้าปากหมา

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ระหว่างการเสวนาได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมเสวนาสอบถามข้อสงสัยใน พ.ร.ก. ต่างด้าว ได้มีตัวแทนผู้ประกอบการ ตัวแทนแรงงานต่างด้าว สอบถามถึงจุดประสงค์ของการออก พ.ร.ก. ถึงการทำอย่างรีบเร่ง ไม่ให้โอกาสผู้ได้รับผลกระทบปรับตัว เพราะโทษปรับรุนแรง นายจ้างต้องปล่อยลูกจ้างกลับบ้าน เพราะกลัวความผิด จนเกิดการขาดแคลนคนทำงาน นายจ้างรายย่อยบางคนสอบถามถึงงานอาชีพกรรมกร ไม่มีความชัดเจนในลักษณะงาน ทำให้เป็นช่องทางถูกเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ อาทิ ให้คนงานต่างด้าวฉาบปูน แต่ถูกจับว่าทำงานผิดประเภท รวมทั้งนายอุทิศ เหมวัตถกิจ หรือ “เสี่ยตาชั่ง” ได้ถามถึงข้อกฎหมายที่ไม่เห็นด้วย และตั้งข้อสงสัยว่าการออก พ.ร.ก. ต่างด้าว เป็นการเตะหมูเข้าปากหมา หลังออกจากห้องเสวนาได้ให้สัมภาษณ์ทีวีช่องหนึ่ง แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานเข้าไปกันไม่ให้สัมภาษณ์ จนเกิดการปะทะคารมกันเล็กน้อย

จดทะเบียนต่างด้าวไม่มีเซ็ตซีโร่

นายวรานนท์ แถลงหลังเสวนาถึงมาตรการบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงาน จากผลกระทบ พ.ร.ก. ต่างด้าวว่า ในช่วงเย็นวันที่ 5 ก.ค. รมว.แรงงาน จะลงนามประกาศกระทรวงแรงงาน 1 ฉบับ จะเป็นข้อกำหนดมาตรการสำหรับแรงงานเมียนมา ส่วนของลาวและกัมพูชา น่าจะเรียบร้อยใน 2 สัปดาห์ มีอยู่ 2 เรื่องที่มีความกังวล คือ การทำงานผิดนายจ้างที่ระบุไว้มีโทษปรับ 4-8 แสนบาท ได้เปิดให้เปลี่ยนนายจ้างให้ถูกต้องจะได้หมดกังวล ส่วนที่จะให้เปิดจดทะเบียนต่างด้าวรอบใหม่ ยืนยันว่าจะไม่เปิดแบบเซ็ตซีโร่อีก แต่จะเปิดให้รายงานปฏิสัมพันธ์ ระหว่างนายจ้างลูกจ้าง จะให้โอกาสมาผ่านการพิสูจน์ทราบว่าทั้งคู่ทำงานกันอยู่จริง อยู่ในเมืองไทยจริง แต่ไม่มีเอกสารในการขอใบอนุญาตทำงาน กกจ.จะเปิดรับข้อมูลในระยะสั้นๆ ประมาณ 15 วัน

เปิดศูนย์แจ้งการใช้แรงงาน

นายวรานนท์กล่าวว่า ศูนย์รับข้อมูลจะชื่อว่า “ศูนย์แจ้งการใช้แรงงานต่างด้าว” เปิดโอกาสให้นายจ้างนำแรงงานต่างด้าวที่จ้างทำงาน แต่เป็นแรงงานผิดกฎหมายที่ไม่มีบัตรสีชมพูมาแจ้งแสดงตัวยืนยันว่าเป็นนายจ้างลูกจ้างกันจริง โดยให้นำเอกสารของลูกจ้างที่มีอยู่ หรือพาสปอร์ต พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนนายจ้าง มาติดต่อที่ศูนย์รับแจ้งซึ่งจะเปิดเร็วที่สุด เพียงแค่เขียนเอกสารยื่นคำร้องแผ่นเดียว ยื่นเอกสารกลับบ้านได้เลย ถ้าเป็นไปได้จะเปิดภายในเดือน ก.ค. เป็นเวลา 15 วัน แล้วปิดทันที โดยจะเปิดในกรุงเทพฯ 10 ศูนย์ และในทุกจังหวัดทั่วประเทศจะเปิดจังหวัดละ 1 ศูนย์ จะทำให้สะดวกรวดเร็วที่สุด คาดว่าจะมี ตัวเลขแรงงานผิดกฎหมาย ที่ต้องมารายงานตัวไม่เกิน 1 ล้านคน ส่วนแรงงานที่มีบัตรสีชมพูอยู่แล้วไม่ต้องมา เพราะอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติ ขณะนี้มีแรงงานเมียนมากลุ่มบัตรชมพู ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ ออกซีไอไปแล้ว 1.9 แสนคน และยังยืดเวลาขอใบอนุญาตทำงานให้แรงงานที่ผ่านการตรวจสัญชาติแล้ว กลุ่มแรงงานทั่วไปขออนุญาตได้ถึง 31 มี.ค.61 และกลุ่มแรงงานในกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำภายในวันที่ 1 พ.ย.60 เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลน

เชื่อปีหน้าเข้าระบบถูกต้องทุกคน

“เวลา 15 วัน น่าจะเพียงพอ ที่จะให้นายจ้าง กับลูกจ้างจูงมือกันมายื่นเอกสารกับทางราชการออกใบรับ 1 ใบ แล้วกลับบ้าน ไม่ต้องคอย เจ้าหน้าที่จะคัดกรอง รายไหนที่ต้องมีการสัมภาษณ์ เพื่อจะพิสูจน์ความเป็นนายจ้างลูกจ้างก็จะต้องทำ รายไหนมีความชัดเจนก็จะเร็วขึ้น เมื่อคัดกรองแล้วจะออกเอกสารให้ 1 ใบ มีรูปลูกจ้างติดอยู่ เพื่อให้นำเอกสารไปเข้าสู่ขั้นตอนพิสูจน์สัญชาติ ขณะนี้เมียนมาตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติในไทย 5 ศูนย์ และกำลังจะมีการขยายเพิ่มอีก จนกว่าจะเหลือเมียนมาคนสุดท้ายจึงจะปิดศูนย์ แต่ถ้าดำเนินการไม่เสร็จใน 180 วัน ก็จะต้องมีมาตรการเสริม แต่มั่นใจว่าภายใน 31 มี.ค. ปีหน้า แรงงานต่างด้าวทุกคนเข้าอยู่ในระบบที่ถูกต้อง” นายวรานนท์กล่าว

แก้เรียกเก็บส่วยสั่งยุบ 2 ด่าน

รายงานข่าวแจ้งว่า หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จ.ตาก เรียกประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีแรงงานเมียนมาถูกเจ้าหน้าที่ไทยเรียกรับเงินบริเวณถนนสายตาก-แม่สอด ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบช.ภาค 6 สั่งยุบด่านตรวจ 2 แห่ง ได้แก่ ด่านตรวจบ้านแม่ท้อ ต.แม่ท้อ อ.เมืองตาก และด่านตรวจบ้านห้วยยะอุ ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด เหลือเพียงด่านตรวจด่านบ้านห้วยหินฝน ต.แม่ปะ อ.แม่สอด เพียงแห่งเดียว

ส่วนบรรยากาศบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด แรงงานชาวเมียนมาเดินทางมาลงชื่อ รอเดินทางกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน พล.ต.เมียววิน แม่ทัพภาคตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมคณะ นำรถบรรทุกขนาดกลาง 52 คัน เดินทางข้ามมาฝั่งไทยเพื่อรับแรงงานเมียนมา ประมาณ 500 คน ที่รอการเดินทางกลับบริเวณศูนย์รับรองชั่วคราว อาคารด่านตรวจคนเข้าเมือง มี พ.ต.อ.แมน รัตนประทีป ผกก.ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ให้การต้อนรับ

เขมรหลั่งไหลกลับประเทศ

ที่กองร้อยทหารพรานที่ 1201 ด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แรงงานชาวกัมพูชาหอบหิ้วสัมภาระมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการคัดกรองก่อนผลักดันส่งกลับประเทศ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ถูกนายจ้างสั่งให้กลับประเทศเพื่อไปทำหนังสือเดินทางให้ถูกต้อง บางรายถูกนายจ้างยกเลิกการจ้างเพราะกลัวกฎหมายฉบับใหม่ พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จ.สระแก้ว เปิดเผยว่า แรงงานที่ไม่มีเอกสารการเดินทางคสช. ใช้มาตรา 44 ชะลอการบังคับใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว ตม.จ.สระแก้ว ร่วมกับหลายหน่วยงานอำนวยความสะดวกแรงงานให้เดินทางกลับประเทศอย่างสะดวก เพื่อต้องการให้แรงงานไปทำเอกสารการเดินทางและเอกสารการขออนุญาตทำงานในประเทศไทย เพื่อกลับเข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายอีกครั้ง