วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก.แรงงาน จ่อเปิดศูนย์บรรเทาทุกข์นายจ้าง จาก พ.ร.ก.ต่างด้าว

วงเสวนาผลกระทบ พ.ร.ก.ต่างด้าว คึกคัก ก.แรงงาน จ่อเปิดศูนย์บรรเทาทุกข์นายจ้างใน กทม. 10 ศูนย์ และทุกจังหวัด หวังขุดแรงงานใต้ดินนับล้านเข้าระบบ ด้าน แอลพีเอ็น ยันมีต่างด้าวในไทย 4-5 ล้านคน “เสี่ยตาชั่ง” โผล่ป่วน ค้าน พ.ร.ก.เตะหมูเข้าปากหมา...

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. กรมการจัดหางาน จัดเสวนาเรื่อง “พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ปวงชนชาวไทยได้อะไร” มีนายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รศ.แล ดิลกวิทยรัตน์ จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายสมพงศ์ สระแก้ว ผอ.มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (แอลพีเอ็น) ร่วมเสวนา

นายวรานนท์ กล่าวว่า ที่ต้องออกเป็น พ.ร.ก. ไม่ออกเป็น พ.ร.บ. เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่คนไทยอาจจะมองปัญหาต่างด้าวเป็นเรื่องชิลๆ อยู่ร่วมกับคนผิดกฎหมายโดยไม่รู้สึกอะไร ที่ผ่านมาเปิดจดทะเบียนหลายครั้ง นำคนผิดกฎหมายเข้าระบบเป็นล้านคน แต่ก็ยังเรียกร้องให้จดอีกไม่รู้จบ ขณะที่ประเทศคู่ค้าของไทยจับตามองว่าการจัดการปัญหายังไม่ถูกต้อง จึงต้องรวบกฎหมาย 2 ฉบับที่มีอยู่เดิม มารวมเป็น พ.ร.ก.ฉบับนี้ เพื่อให้การทำงานครอบคลุม รวมทั้งป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ เพราะหากยังอยู่ในสถานะเดิม จะไม่สามารถขึ้นไปอยู่ในอันดับเทียร์ 1 หรือปลดล็อกใบเหลืองของอียูได้ตามที่หวัง โดยรวม พ.ร.ก. มีประโยชน์ต่อชาวไทย กฎหมายไม่ใช่เพื่อใครบางคน ค่าปรับ 4-8 แสนบาท ที่ใช้ลูกจ้างผิดกฎหมาย เป็นการเน้นลงโทษนายจ้างไม่ให้ทำผิด จึงต้องมีจิตสำนึก อย่าพูดย้ำเรื่องบทลงโทษ 4 แสน หรือ 8 แสนบาท มักหนักเกินไป เพราะยิ่งพูด นายจ้างจะยิ่งขายหน้า หากไม่ผิด ก็ไม่ต้องกลัว

นายวรานนท์ กล่าวว่า ทาง ตม.แจ้งว่า มีแรงงานต่างด้าว 5-6 หมื่นคนออกผ่านแดนกลับบ้าน ยังไม่นับพวกปีนรั้วไปช่องพิเศษ ภายในวันนี้ กกจ.จะออกประกาศมาตรการรองรับ จะทำให้แรงงานต่างด้าวที่ไม่ถูกต้องหลายแสนคนกลับสู่ระบบ และยังมีการทำเอ็มโอยูนำเข้าแรงงาน ซึ่งมีเข้ามาแล้ว 4 แสนคน และ กกจ.จะเปิดศูนย์แจ้งการใช้แรงงานต่างด้าว ให้นายจ้างและลูกจ้างที่อยู่กันมานานผ่านการคัดกรองของเจ้าหน้าที่ เพื่อยืนยันและออกใบอนุญาต จะมีหนังสือให้ไปทำตรวจสัญชาติให้ถูกต้อง โดยศูนย์จะเปิดในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เฉพาะกรุงเทพฯ มี 10 ศูนย์ จะเปิดสั้นๆ ในระยะ 15 วัน และมีเวลาดำเนินการให้เสร็จภายใน 6 เดือน ได้คุยกับทางการเมียนมาแล้วจากนั้นจะหารือกับกัมพูชาและลาว คาดว่าจะเปิดภายใน 2 สัปดาห์ จะได้รู้ว่ายังมีแรงงานผิดกฎหมายอีกเท่าไร เพราะที่ผ่านมายังไม่มีใครยืนยันตัวเลขได้ชัดเจน  

ด้านนายสมพงศ์ กล่าวว่า จากข้อมูลทางการระบุแรงงานข้ามชาติอยู่ในระบบกว่า 2.6 ล้านคน แต่ตนท้าได้เลยว่ามียังมีอีกเท่าตัวที่ผิดกฎหมายจาก 4-5 ล้านคน มีแค่ 2.6 ล้าน ที่อยู่บนดินเข้าระบบถูกต้อง ที่เหลือล้วนอยู่ใต้ดิน และกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจาก พ.ร.ก.อย่างชัดเจน ส่วนใหญ่กังวลพาสปอร์ต วีซ่าหมดอายุ ทำงานผิดนายจ้าง นายจ้างก็กังวลค่าปรับสูงถึง 4 แสน แรงงานจึงพากันกลับบ้าน ส่งผลกระทบขาดแคลนคนทำงาน ภาครัฐบอกว่าแรงงาน 3 สัญชาติ เดินทางออกไปหลายหมื่นคน แต่ภาคสังคมเชื่อว่าตัวเลขที่ออกไปในขณะนี้มีประมาณ 2 แสนคน ส่วนใหญ่ออกไปตามช่องทางธรรมชาติ ไม่ผ่านด่าน ผลกระทบยังไปถึงเศรษฐกิจฐานราก ต่างด้าวกลัวถูกจับ ออกไปหน้าปากซอยถูกตรวจผิดเจอไป 5 พัน

ขณะที่การทุจริตเรียกเก็บส่วยกันแบบอุปถัมภ์ โทษปรับนายจ้าง 4-8 แสน รับดูแลให้ในราคา 4 พัน ต่างด้าวจึงไม่ออกมาซื้อของตามปกติ คนไทยขายของไม่ได้ ขณะที่ธุรกิจด้านท่องเที่ยวทั้งภูเก็ต ชลบุรี ร้านอาหารเงียบลงเพราะไม่มีคนทำอาหาร การชะลอโทษ 180 วัน จึงเป็นทางหนึ่งที่จะทำให้ทุกฝ่ายลดความเจ็บปวดจากผลกระทบ

นายพจน์ กล่าวว่า ภาคเอกชนใช้ต่างด้าวมาก จึงต้องปรับตัวเรื่องแรงงาน ต้องดูหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง สาธารณสุข ถ้าเอาทฤษฎีมาพูดก็ไม่จบ เราเขียนแผนพัฒนาเศรษฐกิจเติบโตทุกด้าน มีเมกะโปรเจ็กต์เริ่มก่อสร้างจะเอาแรงงานจากไหน จึงอย่าไปเน้นเรื่องความมั่นคงอย่างเดียว ทุกวันนี้ขาดแคลนต่างด้าวมากแค่ไหน ให้เดินไปถามในตลาด ตามซอยต่างๆ ตัวเลขขาดแคลนแรงงานปี 2558 คณะกรรมาธิการแรงงานฯ เดินทางไป จ.ชลบุรี ทั้งจังหวัดมีแรงงานขึ้นทะเบียนแค่ 1.5 แสนคน ล่าสุดขึ้นทะเบียนไม่ถึง 5 หมื่นคน ทั้งที่พัทยาก็น่าจะมีมากกว่า 1 แสน เพราะเป็นแรงงานหมุนเวียน ตนสนับสนุน พ.ร.ก. เพียงแต่กังวลเรื่องการบังคับใช้เท่านั้น ต้องขอบคุณออกมาตรการมาบรรเทาทุกข์ ส่วนเวลา 180 วันเพียงพอหรือไม่ จะมีคำตอบเมื่อเข้าสู่การปฏิบัติ

ด้าน รศ.แล กล่าวว่า ความโกลาหลที่เกิดขึ้นในช่วง 4-5 วัน ไม่ใช่เนื้อหา พ.ร.ก. แต่เป็นเรื่องการบริหารจัดการการใช้กฎหมาย ซึ่งไม่มีใครวิจารณ์เนื้อหากฎหมาย ปัญหาคือ การประกาศใช้ลักษณะนี้เหมาะสมหรือไม่ในการบริหารจัดการการปรับปรุงก็เพื่อให้เป็นมาตรฐานของสหภาพยุโรป เพื่อหลีกเลี่ยงการที่ไทยจะตกเทียร์ จึงต้องดูว่าการใช้แรงงานของเราเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งประเด็นที่จะอยู่อันดับไหนไม่ได้อยู่ที่มีการออกกฎหมายกี่ฉบับมาควบคุม แต่เขาสนใจการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ หากมีอัตราบทลงโทษสูง ราคาในการเลี่ยงกฎหมายก็สูงขึ้น นักเศรษฐศาสตร์มองว่า หากปฏิบัติตามกฎหมายแพง เขาก็เลือกไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วยวิธีที่ถูกกว่า มาตรการเหล่านี้ยิ่งเอื้อต่อการติดสินบน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมเสวนาสอบถามข้อสังสัยใน พ.ร.ก. ต่างด้าว โดยนายจ้างรายย่อยบางคนสอบถามถึงงานอาชีพกรรมกรไม่มีความชัดเจนในลักษณะงาน ทำให้เป็นช่องทางถูกเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ อาทิ ให้คนงานต่างด้าวฉาบปูน แต่ถูกจับว่าทำงานผิดประเภท รวมทั้งนายอุทิศ เหมวัตถกิจ หรือ “เสี่ยตาชั่ง” ได้ถามถึงข้อกฎหมายที่ไม่เห็นด้วย และตั้งข้อสงสัยว่าการออก พ.ร.ก. ต่างด้าว เป็นการเตะหมูเข้าปากหมา ซึ่งหลังออกจากห้องเสวนาได้ให้สัมภาษณ์ทีวีช่องหนึ่ง แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานเข้าไปกัน จนเกิดการปะทะคารมกันเล็กน้อย

ขณะที่ นายวรานนท์ แถลงหลังเสวนา ถึงมาตรการบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงาน จากผลกระทบ พ.ร.ก.ต่างด้าวฯ ว่า ในช่วงเย็นนี้ รมว.แรงงาน จะลงนามประกาศกระทรวงแรงงาน 1 ฉบับ ซึ่งจะเป็นข้อกำหนดมาตรการสำหรับแรงงานเมียนมา ส่วนของลาว และกัมพูชา น่าจะเรียบร้อยใน 2 สัปดาห์ ซึ่งมีอยู่ 2 เรื่องที่มีความกังวล คือ การทำงานผิดนายจ้างที่ระบุไว้มีโทษปรับ 4-8 แสนบาท ได้เปิดให้เปลี่ยนนายจ้างให้ถูกต้องจะได้หมดกังวล ส่วนที่จะให้เปิดจดทะเบียนต่างด้าวรอบใหม่ ยืนยันว่าจะไม่เปิดแบบเซตซีโร่อีก แต่จะเปิดให้รายงานปฏิสัมพันธ์ระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้าง จะให้โอกาสมาผ่านการพิสูจน์ทราบว่าทั่งคู่ทำงานกันอยู่จริง อยู่ในเมืองไทยจริง แต่ไม่มีเอกสารในการขอใบอนุญาตทำงาน กกจ.จะเปิดรับข้อมูลในระยะสั้นๆ ประมาณ 15 วัน

นายวรานนท์ กล่าวว่า ศูนย์รับข้อมูลจะชื่อว่า “ศูนย์แจ้งการใช้แรงงานต่างด้าว” เปิดโอกาสให้นายจ้างนำแรงงานต่างด้าวที่จ้างทำงาน แต่เป็นแรงงานผิดกฎหมายที่ไม่มีบัตรสีชมพูมาแจ้งแสดงตัวยืนยันว่าเป็นนายจ้างลูกจ้างกันจริง โดยให้นำเอกสารของลูกจ้างที่มีอยู่ หรือพาสปอร์ต์ พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนนายจ้าง มาติดต่อที่ศูนย์รับแจ้งซึ่งจะเปิดเร็วที่สุด เพียงแค่เขียนเอกสารยื่นคำร้องแผ่นเดียว ยื่นเอกสารกลับบ้านได้เลย ถ้าเป็นไปได้จะเปิดภายในเดือน ก.ค. เป็นเวลา 15 วัน แล้วปิดทันที โดยจะเปิดในกรุงเทพฯ 10 ศูนย์ และในทุกจังหวัดทั่วประเทศจะเปิดจังหวัดละ 1 ศูนย์ จะทำให้สะดวกรวดเร็วที่สุด คาดว่าจะมีตัวเลขแรงงานผิดกฎหมายที่ต้องมารายงานตัวไม่เกิน 1 ล้านคน

ส่วนแรงงานที่มีบัตรสีชมพูอยู่แล้วไม่ต้องมา เพราะอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติ ขณะนี้มีแรงงานเมียนมากลุ่มบัตรชมพูผ่านการพิสูจน์สัญชาติออกซีไอไปแล้ว 1.9 แสนคน และยังยืดเวลาขอใบอนุญาตทำงานให้แรงงานที่ผ่านการตรวจสัญชาติแล้ว กลุ่มแรงงานทั่วไปขออนุญาตได้ถึง 31 มี.ค. 61 และกลุ่มแรงงานในกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำภายในวันที่ 1 พ.ย. 60 เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลน  

“เวลา 15 วัน น่าจะเพียงพอที่จะให้นายจ้างกับลูกจ้างจูงมือกันมายื่นเอกสารกับทางราชการ ออกใบรับ 1 ใบแล้วกลับบ้าน ไม่ต้องคอยเจ้าหน้าที่จะคัดกรอง รายไหนที่ต้องมีการสัมภาษณ์ เพื่อจะพิสูจน์ความเป็นนายจ้างลูกจ้างก็จะต้องทำ รายไหนมีความชัดเจนก็จะเร็วขึ้น เมื่อคัดกรองแล้วจะออกเอกสารมีรูปลูกจ้างติดอยู่ เพื่อให้นำเอกสารไปเข้าสู่ขั้นตอนพิสูจน์สัญชาติ ซึ่งขณะนี้เมียนมาร์ตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติในไทย 5 ศูนย์ และกำลังจะมีการขยายเพิ่มอีก จนกว่าจะเหลือเมียนมาคนสุดท้ายจึงจะปิดศูนย์ แต่ถ้าดำเนินการไม่เสร็จใน 180 วัน ก็จะต้องมีมาตรการเสริม แต่มั่นใจว่าภายใน 31 มี.ค. ปีหน้า แรงงานต่างด้าวทุกคนจะเข้าอยู่ในระบบที่ถูกต้อง” นายวรานนท์ กล่าว.