วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมขนส่งฯ ส่งข้อมูลปลอมเอกสารขายทอดตลาดรถหลวง ให้ดีเอสไอสอบแล้ว

รองโฆษกดีเอสไอเผย รับเอกสารปลอมประมูลรถขายทอดตลาด 1,136 คัน จากอธิบดีกรมขนส่งทางบกแล้ว เตรียมตรวจสอบแบบเดียวกับคดีรถหรูเลี่ยงภาษี ก่อนพิจารณารับเป็นคดีพิเศษหรือไม่

จากกรณี นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.), พล.ต.สมศักดิ์ ทรัพย์อนันต์ เจ้ากรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดี ขบ. และ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมแถลงข่าวการกวาดล้างขบวนการมิจฉาชีพที่แอบอ้างยื่นเอกสารเท็จรถประมูลขายทอดตลาดของ ขส.ทบ. จำนวน 605 คัน จากทั้งหมด 1,136 คัน โดยมี พ.อ.ภพกฤต พันธ์ยศ ลูกหม้อ ขส.ทบ. ปลอมลายเซ็นเจ้ากรมฯ ใช้เอกสารเท็จกระจายขายและจดทะเบียนไปตามจังหวัดต่างๆ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 5 ก.ค.60 พ.ต.ต.วรนันท์ ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ พร้อมด้วย นายมเหสักข์ พันธ์สง่า ผอ.ส่วนคดีภาษีอากร 2 สำนักคดีภาษีอากร ดีเอสไอ ออกมารับเอกสารที่อธิบดีกรมขนส่งทางบกส่งมา

ทั้งนี้ พ.ต.ต.วรนันท์ กล่าวว่า นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้ส่งหนังสือเอกสารหลักฐานข้อมูลรายละเอียดยานพาหนะที่ทาง ขส.ทบ.ส่งมาทั้งหมด 1,136 คัน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นรถ 605 คัน ที่ได้ส่งมาให้กรมขนส่งทางบกจดทะเบียน กระทั่ง ขส.ทบ.มาพบว่า มีเจ้าหน้าที่ในหน่วยทุจริตและส่งเอกสารปลอมมาให้กรมขนส่งทางบกจดทะเบียน ขณะนี้ได้เพิกถอนการจดทะเบียนไปแล้ว และส่วนที่สองเป็นรายละเอียดรถที่ยังไม่ได้ส่งให้กรมขนส่งทางบกจดทะเบียนอีก 531 คัน เพื่อมาให้ดีเอสไอตรวจสอบ

"หลังจากนี้การทำงานของดีเอสไอ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ตรวจสอบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารข้าราชการส่วนไหนบ้าง ซึ่งการปลอมแปลงเอกสารทางราชการเป็นความผิดทางอาญา จะต้องนำส่งให้คณะกรรมการพิจารณาว่าจะสามารถรับเข้าเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ ส่วนที่ 2 คือ รถ 605 คัน ที่ยื่นจดทะเบียนไปแล้ว ว่าเป็นรถถูกต้องหรือไม่ เป็นรถเถื่อนโจรกรรมมา หรือรถเลี่ยงภาษี ต้องตรวจสอบจากเลขคัสซี เลขตัวถัง และเอกสารอื่นๆ ทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะใช้วิธีการตรวจสอบแบบเดียวกับคดีรถหรูเลี่ยงภาษี เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนก่อน หลังจากนั้นจะนำเข้าคณะกรรมการพิจารณา ว่าจะรับเป็นคดีพิเศษตามขั้นตอนต่อไป" พ.ต.ต.วรนันท์ กล่าว

ด้านนายมเหสักข์ เผยว่า ทราบว่ากระบวนการปลอมแปลงนำรถ ขส.ทบ.ตั้งแต่ปี  58-59 โดย 2 ปีที่ผ่านมา ขส.ทบ.ไม่ได้มีการนำรถในหน่วยมาจำหน่าย โดยวิธีการประมูล กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ทหารในหน่วยดังกล่าวปลอมเอกสารการประมูลรถไปให้กรมขนส่งทางบกกว่า 1,000 คัน และกรมขนส่งทางบกได้มีการจดทะเบียนไปกว่า 600 คัน ต่อมากรมขนส่งทางบกได้ทำหนังสือยืนยันกลับไปยัง ขส.ทบ. จนผู้บังคับหน่วยมาทราบที่หลัง และสั่งตรวจสอบทันที จนพบว่าเป็นการทำเอกสารปลอม กรมขนส่งจึงสั่งเพิกถอนทะเบียนรถกว่า 600 คันก่อนหน้านี้ ส่วนรถที่เหลืออีกกว่า 500 คัน ขึ้นบัญชีไม่ให้จดทะเบียน และรอการตรวจสอบ.