บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กกต.ขอพนักงาน อย่าวิตก 'เซตซีโร่' แนะทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติต่อไป

"ศุภชัย" ให้กำลังใจ พนง.กกต. ขออย่าวิตก ชี้ "ไพรมารีโหวต" หากเตรียมการไว้ก็ทำได้ ลั่นพร้อมช่วยงานแม้พ้นเก้าอี้ประธาน ด้าน "ธีรวัฒน์" เร่งผลิตหัวเชื้อ พ.ร.ป.พรรคการเมือง หวังลดขัดแย้ง ชี้หากพรรคการเมืองร่วมมือกัน เชื่อลดแรงเสียดทาน-ความร้าวฉานทางการเมือง

เมื่อวันที่ 5 ก.ค.60 ที่โรงแรมเซ็นทรา มาริส จอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดสัมมนายกร่างระเบียบและร่างประกาศตาม  พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง โดย นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน  กกต.กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า การสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมโดยการระดมความคิดเห็นจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เพื่อใช้ในการปรับปรุงร่างระเบียบและร่างประกาศดังกล่าว ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติกับพรรคการเมืองและพนักงานของ กกต.ไปใช้ในอนาคตได้ กกต.ได้พิจารณาร่างดังกล่าวแล้วเห็นว่า มีเรื่องใหม่หลายเรื่อง เช่น ไพรมารีโหวต ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองได้พูดคุยกันว่า จะทำได้หรือไม่ได้ ซึ่ง กกต.ได้หารือกันแล้วว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่มีมาตราใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อวาน (4 ก.ค.) ตนได้เข้าประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย กกต. โดยมีประเด็นคัดค้านทั้งหมด 6 ประเด็น แต่ กมธ.ร่วมเห็นว่า 6 ประเด็นดังกล่าวไม่มีการขัดต่อเจตนารมณ์ตามรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ไม่ต้องวิตกอะไร เพราะพนักงาน กกต.ทำงานมา 19 ปี ถึงแม้จะไม่มี กกต.ชุดปัจจุบันชุดใหม่มาก็ขอให้พนักงาน กกต.ตั้งใจทำงานต่อไป บางท่านอาจจะอึดอัด เพราะเป็นของใหม่ แต่ถ้าเตรียมการไว้แต่ต้นก็น่าจะทัน บางครั้งผู้ออกกฎหมายก็ไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติก็ไม่ได้เป็นผู้ออกกฎหมาย แต่เราได้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง โดยเอาของเดิมเป็นหลัก ซึ่งนำข้อบกพร่องต่างๆ ที่ผ่านมา ที่เห็นว่ามีปัญหาและเสนอช่องทางต่างๆ เพื่อแก้ไขและไม่ให้เกิดซ้ำเหมือนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 ซึ่งเขาก็ไม่เอาตามที่เราร่าง ก็ไม่เป็นไร เพราะเราไม่ได้เป็นคนร่างกฎหมาย เราเป็นผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย

"ถึงแม้ กกต.ชุดปัจจุบันจะถูกเซตซีโร่ก็ไม่ต้องวิตกอะไร ทำหน้าที่ต่อไป ไม่ใช่ว่าเขาปลดเราแล้วเราจะไม่ทำงาน หากเราไม่ทำงานประเทศชาติก็จะเสียหาย ขอให้เราทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ หากเราไม่ไปวันนี้วันอื่นเราก็ต้องไปอยู่ดี ทั้งนี้ขอให้พวกเราร่วมมือร่วมใจกันรักสามัคคี ซึ่งหากปราศจากความรักสามัคคีก็จะกลายเป็นความแตกแยกขึ้นมา เราจะต้องอดทน หากผมไม่ได้เป็น กกต.แล้ว แต่มีอะไรให้ช่วย ผมก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ" นายศุภชัย กล่าว

ด้าน นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า วันนี้จะมาขอบคุณและให้กำลังใจผู้สัมมนา ซึ่งตนได้รับทราบว่าทุกคนได้ทุ่มเทกันอย่างจริงจัง โดยเหมือนเป็นแรงระเบิดจากภายใน นำเสนอจัดการเรื่องร่างระเบียบฯ ต่างๆ ที่เราจะมีต่อไป ตนตั้งข้อสังเกตว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าพรรคการเมือง เป็นเหมือนตัวแม่บท แต่แม่บทจะมีพลังแค่ไหน เหมาะสมกับสถานการณ์อย่างไร เขาให้เราช่วยกันคิดในเรื่องระเบียบ เหมือนหัวเชื้อที่ทำให้ลื่นไหล ตรงไหนฝืดก็ต้องเติมหัวเชื้อลงไปเพื่อให้ไหลลื่นกว่าเดิม ซึ่งหัวเชื้อสำคัญที่จะทำให้กฎหมายมีประสิทธิภาพ ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าทุกคนไม่ทุ่มเท ต้องให้ประสบการณ์ช่วยกันขัดเกลา ตนมีความหวังว่าจะเห็นพรรคการเมืองในอนาคตจะต้องเป็นสถาบันหลักทางการเมือง ทำให้การเมืองระบอบประชาธิปไตยพัฒนาและเดินหน้าต่อไปได้

นายธีรวัฒน์ กล่าวต่อว่า เมื่อครั้งที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ โดยมี นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน เราพูดคุยในความคิดการออกแบบเรื่องการพัฒนาพรรคการเมือง สิ่งหนึ่งที่เราจะขาดไม่ได้เด็ดขาดคือการร่วมมือแลกเปลี่ยนระหว่างพรรค ซึ่งโดยธรรมชาติพรรคการเมืองก็ร่วมมือกันอยู่แล้วทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรับบาล โดยนัยก็มีการร่วมมือและทำงานร่วมกัน แต่บางทีเรามองงว่าพรรคเป็นระบบตัวใครตัวมัน ถ้าเรามีการส่งเสริมให้พรรคร่วมมือกันมากขึ้น มันจะลดแรงเสียดทานในการต่อสู้กันมากขึ้น ถ้ามีช่องทางใดก็อยากฝากไว้ การเมืองเป้าหมายสุดท้ายคือความสงบสุข การพัฒนาโดยเฉพาะการพัฒนาทางประชาธิปไตย จะมั่นคง และความร้าวฉานทางการเมืองจะไม่รุนแรง เพราะมีความร่วมมือกันในระดับต่างๆ ที่ทำให้เข้าใจเห็นใจกันก้าวต่อไปของเมืองไทย ประชาธิปไตยไทย การเลือกตั้งต้องมีการตอบโจทย์ว่าจะต้องมีความก้าวหน้า ไม่ใช้ความขัดแย้งและความรุนแรง ซึ่งตนเชื่อว่าหัวเชื้อ พ.ร.ป.พรรคการเมือง จะพัฒนาดีขึ้น.