บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มทร.อีสาน ขอโทษ มีภาพรับน้องฉาวคล้ายหอมแก้ม สั่งสอบ นศ.รุ่นพี่แล้ว

รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มทร.อีสาน แจง ภาพรับน้องฉาวรุ่นน้องชาย-หญิงเอาแก้มชนกันคล้ายหอมแก้ม ส่วนหนึ่งเป็นมุมภาพ พร้อมขอโทษดูแลไม่ทั่วถึง ล่าสุด ตั้งกรรมการสอบรุ่นพี่ปี 4 ผู้สั่งทำกิจกรรมแล้ว โทษสูงสุดไล่ออก

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 60 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชูชัย ต.ศิริวัฒนา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา เรียกประชุมนักศึกษารุ่นพี่และรุ่นน้องที่เกี่ยวข้อง หลังก่อนหน้านี้มีกระแสฮือฮาในโลกโซเชียลที่มีการเผยแพร่ภาพกิจกรรมรับน้อง โดยมีการระบุว่านักศึกษารุ่นพี่ให้รุ่นน้องชายและหญิงหลายคนจับคู่กัน ให้เอาหน้าผาก แก้มและคางชนกัน บางมุมคล้ายภาพหอมแก้มกัน จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมของกิจกรรมรับน้องในวงกว้าง กระทั่งล่าสุด มีการออกหนังสือประกาศเรื่องการจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ ปีการศึกษา 2560 รวมทั้งเรื่องการตั้งศูนย์ป้องปรามกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชูชัย เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทางมหาวิทยาลัย และองค์การนักศึกษาร่วมกันจัดขึ้นใช้ชื่อกิจกรรมว่า “ก้าวแรกสู่ มทร.อีสาน” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่อยู่ในความดูแลของทางมหาวิทยาลัย โดยภาพที่เกิดขึ้นเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นักศึกษารุ่นพี่ต้องการให้นักศึกษาปี 1 ได้ทำความรู้จักใกล้ชิดกัน ด้วยการให้นักศึกษาชายและหญิงจับคู่กันแล้วให้เอาหน้าผาก คาง และแก้มชนกัน ทำให้มุมกล้องที่ออกไปดูไม่เหมาะสม “ผมที่เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรมในครั้งนี้โดยตรง ต้องขอโทษทุกฝ่ายจากการดูแลที่ไม่ทั่วถึง และจะนำเรื่องนี้ไปเป็นบทเรียนที่ต้องปรับปรุงแก้ไขและเพิ่มความเข้มงวดให้มากกว่านี้” ทั้งนี้ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนกับนักศึกษาปีที่ 4 ซึ่งเป็นผู้สั่งให้ทำกิจกรรมแล้ว มีบทลงโทษทั้งหมด 4 ระดับดังนี้

1. ระดับเบา ตัดคะแนนความประพฤติ 5 คะแนน พร้อมแจ้งเรื่องให้ผู้ปกครองทราบ
2. ระดับกลาง ตัดคะแนนความประพฤติ 10 คะแนน พร้อมแจ้งเรื่องให้ผู้ปกครองทราบ
3. ระดับหนัก ตัดคะแนนความประพฤติ 20 คะแนน และพักการเรียน 1 ภาคเรียนการศึกษา พร้อมแจ้งเรื่องให้ผู้ปกครองทราบ
4. ระดับหนักที่สุด ไล่ออกจากการเป็นนักศึกษา

อย่างไรก็ตาม จะมีการสรุปผลการสอบสวนและทราบบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องภายในวันศุกร์ที่ 7 ก.ค.นี้