บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘จิ๊บ ป่าถล่ม’ เจอ 4 ข้อหาหนักคดีฆ่าน้องฝ้าย ตร.หิ้วปีกสอบ-ส่งจิตแพทย์

ตำรวจปราณบุรี นำตัว "จิ๊บ ป่าถล่ม" ผู้ต้องหาฆ่าสาวเสิร์ฟหมกศพคาห้องพัก จาก รพ.หัวหิน มาสอบสวน พร้อมแจ้ง 4 ข้อหาฉกรรจ์ ฆ่าคนตายโดยเจตนา หน่วงเหนี่ยวกักขัง อนาจาร ลักทรัพย์ในเคหสถาน เจ้าตัวยังไม่ยอมพูด เช็กสภาพจิต เตรียมนำส่งฝากขัง

เวลา 10.30 น. วันที่ 5 ก.ค. 60 พนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ได้นำหมายจับ ศาลหัวหิน เลขที่ จ.141/2560 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ไปที่โรงพยาบาลหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อควบคุมตัว นายพรชัย แก่นซื่อ อายุ 30 ปี หรือ จิ๊บ ป่าถล่ม ผู้ต้องหาฆ่าโหด "น้องฝ้าย" สาวเสิร์ฟร้านอาหารอีสานแห่งหนึ่งในอำเภอปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดี ประกอบด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค7, สืบสวนตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์ และชุดสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปราณบุรี สืบทราบว่าหลบซ่อนตัวอยู่กับภรรยา ที่หมู่ 6 ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี ซึ่งเป็นบ้านของแม่ยาย จึงได้นำกำลังเข้าปิดล้อม พยายามเจรจาอยู่นานเกือบ 30 นาที กระทั่งได้ยินเสียงภรรยาของนายพรชัย ตะโกนออกมาว่าขอเวลาพูดคุยกัน 10 นาที ก่อนเงียบหายไป แล้วได้ยินเสียงคนล้มลง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตัดสินใจงัดประตูเข้าไป และพบว่านายจิ๊บกินยาฆ่าตัวตาย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายจิ๊บส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลสามร้อยยอด ก่อนจะส่งไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลหัวหิน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยนั่งเฝ้าหน้าห้องตลอดเวลา กระทั่งนายจิ๊บพ้นขีดอันตราย และแพทย์ระบุว่า ปลอดภัยแล้ว พนักงานสอบสวนจึงได้ควบคุมตัว นายพรชัย แก่นซื่อ หรือ จิ๊บ ป่าถล่ม กลับมาสอบสวนที่ สภ.ปราณบุรี โดยมีมารดา ภรรยา ทนายความ เข้ารับฟัง และไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไป โดยแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด รวม 4 ข้อหาคือ ฆ่าคนตายโดยเจตนา, หน่วงเหนี่ยวกักขังให้เสียอิสรภาพจนถึงแก่ความตาย, กระทำอนาจาร และลักทรัพย์ในเคหสถาน  

พล.ต.ต.ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ ผู้บังคับการ ประจำกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้เข้าเยี่ยมนายจิ๊บเพื่อดูอาการล่าสุด พร้อมพูดคุยกับทีมแพทย์ที่ทำการรักษา ซึ่งแพทย์ระบุว่า นายจิ๊บ ปลอดภัยดี และแข็งแรงมากพอแล้ว คงเหลือที่จะต้องตรวจด้านสุขภาพจิตเพิ่มเติมเท่านั้น ซึ่งได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม เบื้องต้น นายจิ๊บ ยังไม่ยอมให้ความร่วมมือในการสอบปากคำ แต่ทางตำรวจมีหลักฐานสำคัญหลายอย่างที่สามารถเอาผิดได้ โดยเฉพาะของกลางที่เป็นทรัพย์สินของผู้ตาย อาทิ สร้อยคอทองคำ ที่นำไปจำนำร้านทอง รวมถึงภาพวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ในที่ต่างๆ ไว้ได้ทั้งหมด จึงไม่มีความหนักใจเพราะมีหนักฐานแน่นหนา อย่างไรตาม ยังต้องรอจิตแพทย์ทำการตรวจสภาพจิตใจของนายพรชัย อย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าจะต้องทำการรักษาสุขภาพจิตเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากแข็งแรงดีแล้ว จะนำตัวฝากขังผัดแรกที่ศาลจังหวัดหัวหินต่อไป.