วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปศ.แจงไก่ตายเพราะอหิวาต์ เข็นมาตรการเยียวยา 75%

จากกรณีไก่ในพื้นที่บ้านมอมะนาว อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร เริ่มทยอยล้มตายเป็นจำนวนมากมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา จนชาวบ้านเกรงกันว่าโรคไข้หวัด นกจะกลับมาระบาดอีกครั้ง

น.สพ.อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยว่า จากการสั่งให้เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ในพื้นที่ ลงไปเก็บตัวอย่างซากไก่ที่เสียชีวิต ได้ข้อสรุปเบื้องต้นมาแล้ว ไก่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคไข้หวัดนกแต่อย่างใด หากแต่เสียชีวิตด้วยสาเหตุโรคอหิวาต์ไก่ ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Pasteurella multocida ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่พบได้ในไก่ เป็ด ห่าน ไก่งวง สัตว์ปีกอื่นๆ รวมทั้งนกหลายชนิด ผ่านทางการกินอาหาร น้ำ การหายใจติดต่อไปยังไก่ที่อยู่ใกล้ชิดกัน และยังแพร่ระบาดจากการขับถ่ายสิ่งปฏิกูล

“สัตว์ปีกที่เป็นโรคดังกล่าว เบื้องต้นมีอาการเซื่องซึม เริ่มมีน้ำมูก น้ำลายไหลเป็นเมือก หัวตก หน้าและหงอนสีม่วงคล้ำ หายใจลำบาก และเบื่ออาหาร กระหายน้ำจัด ท้องร่วง อุจจาระมีสีเหลือง ขนร่วง และเสียชีวิตภายใน 2-3 วัน เป็นโรคระบาดที่มักเกิดขึ้นทุกปีในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะในพื้นที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกแบบเปิด หรือปล่อยให้กินแบบธรรมชาติ เนื่องจากน้ำฝนจะนำพาเชื้ออหิวาต์ไปแพร่ระบาดได้กว้างมากขึ้น ซึ่งปัญหาเดียวกันนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วในพื้นที่ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย จนชาวบ้านเข้าใจผิด ร่ำลือกันไปเองว่าเป็นไข้หวัดนก แต่หลังจากทีมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และ อสม.ได้เข้าไปพ่นยาฆ่าเชื้อ และทำลายด้วยการฝังกลบซากไก่ พร้อมเก็บตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์ ปรากฏว่าไก่ตายด้วยเชื้ออหิวาต์ไก่เท่านั้นเอง”

น.สพ.อภัย กล่าวถึงแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคอหิวาต์ไก่ครั้งนี้ว่า นอกจากการให้เจ้าหน้าที่ไปฉีดพ่นย่าฆ่าเชื้อแล้ว เนื่องจากโรคอหิวาต์เป็นโรคระบาดที่อยู่ในประกาศกรมปศุสัตว์ ไก่ล้มตายจากโรคนี้เกษตรกรได้รับเงินชดเชย 75% ของราคาตลาด

ส่วนแนวทางป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นมาในอนาคต กรมปศุสัตว์ได้วางมาตรการแก้ปัญหาระบบการเลี้ยงของชาวบ้าน โดยเฉพาะในรายที่เลี้ยงแบบปล่อยธรรมชาติเพื่อควบคุมการระบาดของโรค ทางกรมจะเสนอทางเลือกให้เกษตรกร ด้วยการขอซื้อไก่ทั้งหมดจากเกษตรกรในราคาตลาด จากนั้นจะให้เกษตรกรเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่นแทน ส่วนรายที่ยังต้องการเลี้ยงไก่ จะต้องปรับเปลี่ยนระบบมีการสร้างคอก ล้อมตาข่ายป้องกันลมฝน นก โดยจะเริ่มนำร่องในพื้นที่ภาคกลางก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการของบประมาณจากโครงการประชารัฐ.