บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ยันเดินตามโรดแม็ป ไม่คิดปิดกั้นสืบทอดอำนาจ

"ประยุทธ์" ขออย่าลืมตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด-แผ่นดินที่อยู่ เคารพกฎหมาย ลั่นยืนตามโรดแม็ปตัวเอง ไม่คิดปิดกั้นเพื่อสืบทอดอำนาจ แค่หวังทำประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ย้ำต้องระวังโลกโซเชียล อย่าเชื่อส่ิงบิดเบือน เด็กชม "ลุงตู่" ใจดีไม่เหมือนในทีวี

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดโอกาสให้คณะเยาวชนไทยและผู้ปกครอง ในโครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ ครั้งที่ 11 และโครงการเยาวชนไทยในออสเตรเลียคืนแผ่นดินแม่ ครั้งที่ 6 เข้าเยี่ยมคารวะ พร้อมให้โอวาท ว่า ขอบคุณที่ทุกคนที่ระลึกถึงแผ่นดินเกิด ซึ่งถือเป็นแผ่นดินแม่ มีความจงรักภักดีในสามสถาบันหลัก รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดี สร้างความคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนไทยทุกคน พัฒนาประเทศให้มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและในทุกๆ ด้าน ทั้งความมั่นคง ทรัพยากรมนุษย์ การเพิ่มขีดความสามารถ การปรับปรุงและปฏิรูประบบราชการแผ่นดิน ซึ่งอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติ โดยรัฐบาลได้จัดทำไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อเดินหน้าประเทศตามแผน 20 ปีข้างหน้า วันนี้เราอยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ สหรัฐฯ และออสเตรเลีย ถือเป็นมหามิตรของประเทศไทย กับประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ก็มีแผนที่จะพบกัน

"ขอฝากไว้ว่าไม่ว่าเราจะเกิดที่ไหน แต่เมื่อเราอยู่ในแผ่นดินใดก็ต้องทำคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดินนั้นๆ ในฐานะที่อยู่อาศัย ต้องเคารพกฎหมาย ช่วยพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมแผ่นดินแม่ ผมอยากจะบอกทุกคนว่า รัฐบาลได้พยายามทำทุกอย่างให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจ แม้ไม่ได้อยู่ในประเทศไทยในวันนี้ แต่อนาคตก็ไม่แน่ และจากรายงานทราบว่ามีคนไทยไปอยู่ในต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่ในประเทศเองอัตราการเกิดน้อยลง เรากำลังมีปัญหาในเรื่องของการเกิด มีอัตราที่ต่ำไปนิดนึง แต่ปัญหาที่ทั้งโลกกำลังเผชิญคือ ปัญหาผู้สูงวัย เป็นเพราะระบบสาธารณสุขดีขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุเป็นตัวถ่วงรั้งหรือภาระอะไร" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทุกประเทศต้องการเยาวชนทั้งคนดีและคนเก่ง ซึ่งประเทศไทยแล้วคนดีจะต้องมีคุณธรรม มีองค์กรที่มีจริยธรรมเคารพกฎหมาย โดยจะต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ สิ่งสำคัญที่คนไทยยึดถือในขณะนี้ คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ สำหรับรัฐบาลแล้วก็จะต้องเพิ่มคำว่าเพื่อประชาชนไปด้วย วันนี้ทุกคนต้องร่วมกันให้โลกสงบ หลายประเทศยังประสบปัญหาภาวะสงคราม ความขัดแย้ง ความยากจน

"วันนี้เราต้องช่วยกันลดปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาวะสงคราม ความขัดแย้ง เพราะสิ่งที่จะต้องเผชิญในอนาคต คือ ภัยพิบัติ สภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง โรคร้ายแรง อุบัติใหม่ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นอันตรายมากกว่าที่เราจะมาทะเลาะเบาะแว้งทางการเมืองและเรื่องต่างๆ เพราะแต่ละประเทศมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน เมื่อประชาธิปไตยของประเทศไทยที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่จะทำไปถึงจุดนั้นได้ทุกอย่างต้องเข้มแข็ง มีธรรมาภิบาลก็จะสามารถทำให้ประเทศไทยมีความทัดเทียมประเทศอื่น ผมก็มีความจำเป็นเข้ามาตรงนี้ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ขอให้ทุกคนช่วยกันสร้างความเข้าใจในฐานะที่อยู่ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยในสังคมโลก เพื่อให้เขาเกิดความเข้าใจว่าประเทศไทยค่อนข้างละเอียดอ่อน มีความแตกต่างทั้งเรื่องความคิด คน ที่มีมายาวนาน ทำให้หลายอย่างยังเดินหน้าไม่สมบูรณ์ในบางเรื่อง แต่ขอให้เข้าใจว่าเราพร้อมทุกอย่างในการพัฒนาตัวเอง ทุกประเทศหลายอย่างก็มีทั้งดีและไม่ดี แต่ก็ไม่ได้แตกต่างมากนัก เพียงแต่ระดับการพัฒนาอาจมีความที่แตกต่างกัน จนทำให้ความเข้าใจไม่ตรงกัน เพราะต้องมีการประยุกต์ในการทำงาน ผมขอชื่นชมทั้งสหรัฐฯ และออสเตรเลีย เป็นประเทศที่มีโครงสร้างชัดเจน มั่นคง มีเสถียรภาพทางการเมือง น่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีในการเดินหน้าสู่การเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งผมได้นำหลักการของทั้ง 2 ประเทศมาดูด้วย หลายอย่างก็มีการปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากพอสมควร เพราะใช้เวลามากว่า 2 ปี ในการไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง สมบูรณ์ในอนาคตต่อไปอย่างยั่งยืน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีทั้งหมด 77 จังหวัด แบ่งการบริหารออกมาเป็น 6 ภาค เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและประหยัด วันนี้เราต้องการให้ทุกอย่างมีอัตลักษณ์และศักยภาพของตัวเอง ที่จะขับเคลื่อนไปสู่ความแตกต่าง เราอยู่ในประเทศที่มีค่าใช้จ่ายสูง หลายคนเวลาเกษียณจะกลับมาอยู่ประเทศไทย อีกหน่อยประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุเยอะ ขอให้ท่านนึกถึงเรื่องต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย ถ้าวันหน้าได้ทำงานที่ดีๆ มีความเจริญเติบโตแล้ว ถ้ามีโอกาสกลับมาประเทศไทยก็ขอให้กลับมา ขอให้ทุกคนอย่าลืมแผ่นดินแม่ มีจิตสำนึก กตัญญูทดแทนแผ่นดิน อยากให้ทุกคนเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่าง 2 ทวีป โลกจะได้สงบงดงาม ซึ่งรัฐบาลเองก็เป็นสะพานเชื่อมที่จะทำให้ประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่ความกินดีอยู่ดี ก้าวข้ามความขัดแย้ง แม่น้ำที่เชี่ยวกราก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนได้ให้คำขวัญวันเด็ก "ใส่ใจการศึกษา พาชาติมั่นคง" ซึ่งหมายความว่า การศึกษาเป็นพื้นฐานของทุกส่ิง ถ้าการศึกษาดีก็จะมีหลักคิดที่ถูกต้อง ถ้าการศึกษายังไม่ดี ก็จะมีความคิดที่ขัดแย้ง หลายเรื่องเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ต้องแสวงความร่วมมือให้ได้ ถ้าเอาปัญหาทั้งหมดมาร่วมกันคงแก้ไม่ได้ ต้องเอาปัญหาทั้งหมดมาจัดอันดับจะแก้อันไหนก่อนและหลัง การดำรงชีวิตวันหน้าก็จะมีปัญหาเข้ามามากมาย เราต้องรู้จักลดปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ออกไปก่อน แล้วค่อยแก้ปัญหาใหญ่ ซึ่งนี้เป็นหลักการดำรงชีวิตของตนด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้เราต้องใส่ใจการเรียนรู้ทั้งในและนอกโรงเรียน และเราสามารถย่อโลกให้อยู่ในโซเชียลมีเดียได้แล้ว ก็ต้องศึกษาใช้ประโยชน์ เพราะมีด้านดีและไม่ดี มีทั้งบิดเบือน ไม่ใช่ข้อเท็จจริง มีการให้ร้าย เราต้องสร้างตัวเองให้มีความเข้มแข็งเพียงพอที่จะเสพส่ิงเหล่านี้ ไม่ใช่เขาเขียนอะไรมาเราก็เชื่อ จะใช้ความรู้สึกตัดสินผิดถูกไม่ได้ แต่ต้องมีหลักคิดของตัวเอง จะเชื่อแค่ไหนอย่างไร ซึ่งประเทศไทยกำลังสร้างหลักคิดที่ถูกต้องในเรื่องของการเป็นประชาธิปไตยที่เหมาะสม การที่จะทำอย่างไรให้ประเทศชาติก้าวไปข้างหน้า มากกว่าที่จะขัดแย้งด้วยหลักการบางอันที่ทำให้เกิดปัญหาในทุกพื้นที่ในโลกใบนี้ ทั้งนี้ บ้าน วัด โรงเรียน ถือเป็นพื้นฐานสังคมไทยจากอดีตจนปัจจุบัน วันนี้นักธุรกิจมาประเทศไทย ไม่ใช่เพราะตนมาอยู่ตรงนี้ แล้วไม่มีใครมาหาตน เขาก็มากันทุกประเทศ วันนี้โลกทั้งใบเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจ

"เวลาเขามาเขาเล่นการเมืองผมนิดหน่อย แต่วันนี้ก็น้อยลง ซึ่งผมก็ถามไปว่า ทำไมถึงมา วันนั้นยังว่าผมอยู่เลย เขาก็บอกว่าเศรษฐกิจกับการเมืองเป็นคนละเรื่องกัน เขาก็หาวิธีมาคุยกับผมจนได้ หลายบริษัทมาพบกับผม ซึ่งเรื่องการเมืองก็ว่ากันไป ผมก็บอกว่าผมก็ทำไปโรดแม็ปของผม และผมไม่ใช่ผู้นำที่จะเข้ามาเพื่อปิดกั้น หรือสืบทอดอำนาจอะไรทั้งนั้น แต่จะสืบทอดประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ได้รับการยอมรับจากทุกประเทศ ซึ่งผมจะใช้เวลาที่ผมมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตนก็ไม่ได้ปฏิเสธประชาธิปไตย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องพัฒนา 2 อย่าง คือ การพัฒนาโดยคำนึงถึงส่ิงแวดล้อมเพื่อรักษาคนรุ่นหลัง จากที่ผ่านมามีการบุกรุกป่าในช่วงประชาธิปไตยเต็มใบทั้งส้ิน และขอขอบคุณในความตั้งใจจริง ขอฝากทุกคนเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ พัฒนาความก้าวหน้าให้กับระเทศ ทั้งแผ่นดินเกิดและแผ่นดินที่อยู่อาศัย จากนั้นนายกฯ ได้มอบกระเป๋าผ้าขาวม้า ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) ให้เป็นของที่ระลึกแก่คณะเยาวชนไทยและผู้ปกครองสหรัฐอเมริกาและเยาวชนไทยในออสเตรเลีย โดยตัวแทนเยาวชนไทยในออสเตรเลียได้กล่าวกับนายกฯ ว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่เดินทางมาประเทศไทย ครั้งแรกที่มาได้มีโอกาสแสดงโขนเป็นหนุมาน รู้สึกชื่นชอบและประทับใจมาก เมื่อมีโอกาสมาไทยครั้งนี้ซึ่งได้มาพบกับนายกฯ จึงรู้ว่าลุงตู่ใจดีมาก ไม่เหมือนกับในโทรทัศน์ จากนั้นตัวแทนเยาวชนไทยในออสเตรเลียได้ร่วมร้องเพลง "ฉันเป็นคนไทย" ให้นายกฯ ฟัง ก่อนร่วมถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก