วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาดูกับมาดาม: ‘Spider-Man: Homecoming’ เจอตัวจริงสักที

กดปุ่ม Restart กันเลยทีเดียวเวอร์ชั่นนี้ “สไปเดอร์แมน” ตัวจริงมาแล้วจ้า

และแล้วก็ถึงเวลาที่แฟนทั่วโลกรอคอย “สไปเดอร์แมน” หนึ่งในซุปเปอร์ฮีโร่ที่โด่งดังที่สุดจากค่ายมาร์เวล หวนคืนจอภาพยนตร์อีกครั้ง หลังจากโผล่ไปขโมยซีนเบาๆ ใน “Captain America: Civil War” (2016)

 

“ทอม ฮอลแลนด์” เป็น “สไปเดอร์แมน” คนใหม่

ก่อนจะพรรณนาความดีงามของ “ทอม ฮอลแลนด์” ต้องออกตัวก่อนว่า “สไปเดอร์แมน” คนก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น “โทบี้ แมคไกวร์” หรือ “แอนดูร์ว การ์ฟิลด์” ก็มีความดีงามเช่นกัน แต่คงไม่ครบเครื่องเท่ารายล่าสุดนี้ ที่ต้องบอกว่าเก็บครบ ทั้งความเนิร์ด ความดื้อรั้น (จนน่าหมั่นไส้มาก) ความมุ่งมั่น และสุดท้ายแต่สำคัญมาก เพราะไม่เคยมีเวอร์ชั่นไหนถ่ายทอดคาแรกเตอร์นี้ของเขามาก่อน นั่นก็คือ...ความเป็นเด็ก (อายุ 14) ที่มีความกระตือรือร้นเหลือเกินจะพิสูจน์ตัวเอง

จะบอกว่า “ทอม ฮอลแลนด์” เป็น “สไปเดอร์แมน” ที่เหมือนในการ์ตูนที่สุดก็ว่าได้ ซึ่งคงต้องยกความดีความชอบให้ทีมผู้สร้าง ทั้งคนปั้นเรื่องและสร้างตัวละครที่ออกแบบได้แตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อนๆ แล้วมันก็ออกมาดีเสียด้วย

เรื่องราวของ “สไปเดอร์แมน” ที่ไม่เคยเล่า

เชื่อว่าติ่งหรือแฟนๆ ทั่วโลกคงจำเรื่องราวในเวอร์ชั่นก่อนๆ ได้ เรื่องราวของ “สไปเดอร์แมน” ถูกนำมาเล่าในช่วงเวลาที่แตกต่างกันไป มีความพยายามจะตีความและต่อยอดคาแรกเตอร์ซุปเปอร์ฮีโร่คนนี้ในมุมมองต่างๆ ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องความรัก และตัวตนแท้จริงของเขา และในเวอร์ชั่นนี้แฟนๆ จะได้กดปุ่ม Restart เพราะเราจะได้เจอเรื่องราวที่แตกต่างของ “สไปเดอร์แมน” ที่ไม่เคยเห็นในเวอร์ชั่นก่อนๆ

แล้วมันจะแตกต่างตรงไหน?

สำหรับแฟนๆ ที่ไม่เคยอ่านเวอร์ชั่นการ์ตูน หรือไม่เคยติ่ง “สไปเดอร์แมน” อาจไม่ตื่นเต้น แต่สำหรับชาวติ่ง (มาดามก็แอบติ่งนิดหน่อย) ต้องบอกว่าเรื่องราวในเวอร์ชั่นนี้แตกต่างทีเดียว ซึ่งเราจะไม่ว่ากันถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่จะว่ากันถึงคาแรกเตอร์และพัฒนาการของ “สไปเดอร์แมน” ที่จะทำให้เรารู้จักตัวตนจริงๆ ของเขามากขึ้นกว่าภาคก่อนๆ ถือเป็นการปูพื้นฐานที่ดี จะได้เข้าใจเส้นทางของเขาในภาคต่อๆ ไปของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่จากค่ายนี้

ตัวช่วยเพียบ ทั้งตัวละครเสริมและเทคนิคพิเศษ

อย่างที่เคยเห็นในหนังตัวอย่าง “สไปเดอร์แมน” เวอร์ชั่นนี้มีตัวเสริมความดังเพียบ นำทีมโดย “ไอรอนแมน” (โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์) ครูแนะแนวของหนุ่มน้อย “ปีเตอร์ พาร์คเกอร์” หรือ “สไปเดอร์แมน” และ “วัลเชอร์” (ไมเคิล คีตัน) วายร้ายสวมปีกนกเหล็ก ที่ทำให้ซุปเปอร์ฮีโร่สุดเนิร์ดของเราเกือบตาย ทั้งสองตัวช่วยทำหน้าที่ตัวเองได้ยอดเยี่ยม เรียกว่าทั้งผลักทั้งดันสุดฤทธิ์ ทำให้เราได้รู้จัก “สไปเดอร์แมน” มากขึ้น แล้วก็ทำให้เนื้อเรื่องโดยรวมตื่นเต้นขึ้นด้วย

นอกจากนี้เทคนิคพิเศษก็ช่วยชูโรง ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ผิดคาด เป๊ะปังตามมาตรฐานสตูดิโอระดับโลกอย่างมาร์เวล เข้ากับเนื้อเรื่องสุดโม้และเหลือเชื่อจนไม่น่าเชื่อว่าเราจะอยู่บนโลกเดียวกัน

เอาละ...ชมเชยกันยาวเหยียด ขอสรุปสั้นๆ ละกันว่า “สไปเดอร์แมน” เวอร์ชั่นนี้สนุกมาก มีฉากบู๊ล้างผลาญปนดราม่าพิสูจน์ตัวเองแบบกำลังดี งานออกแบบสร้างก็ตระการตาสมความคาดหวังและรอคอย ยิ่งถ้าดูแบบ 4DX จะยิ่งสะใจ (สนใจเช็กรอบฉายที่แอปพลิเคชัน Major Movie Plus) รับรองว่าคุ้มทุกค่าตั๋ว...

จนกว่าจะพบกันใหม่

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer