วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไปเชียร์ปาเกียวที่ขอบเวที

(ภาพจาก : AFP)

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปนั่งเชียร์ แมนนี ปาเกียว แชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวท ชาวฟิลิปปินส์ แชมป์โลก 8 รุ่น คนแรกในประวัติศาสตร์ ถึงขอบเวที สนามซันคอร์ป เมืองบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งขึ้นป้องกันแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวท กับนักชกแดนจิงโจ้ เจฟฟ์ ฮอร์น วัย 29 ปี ผู้ท้าชิงที่ไม่เคยแพ้ใครเลยใน 17 ไฟต์ ซึ่งมีอายุอ่อนกว่าถึง 10 ปี ท่ามกลางคนดูกว่า 50,000 คน โดย แมนนี ปาเกียว แพ้คะแนนให้กับ เจฟฟ์ ฮอร์น 117–111 ในการชก 12 ยกแบบค้านสายตาคนดู

งานนี้ คุณประยุทธ มหากิจศิริ ประธาน พี.เอ็ม.กรุ๊ป เชิญไปชม แต่เจ้าตัวไม่สบาย ผมเลยไปกับ คุณกึ้ง–เฉลิมชัย มหากิจศิริ กับ คุณก้อง–กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี สองหนุ่มผู้บริหาร พี.เอ็ม.กรุ๊ป แทน

การไปเชียร์ แมนนี ปาเกียว (ปัจจุบันมีฐานะเป็น วุฒิสมาชิกฟิลิปปินส์ และในอนาคตมีข่าวว่าจะลงสมัครชิงเก้าอี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ด้วย) ขึ้นชกป้องกันแชมป์โลกในครั้งนี้ เพราะ ปาเกียว ได้เซ็นสัญญาเป็น “แบรนด์ แอมบาสเดอร์” ให้กับ “เครื่องดื่ม P80” ซึ่งเป็นสารสกัดเข้มข้นจากลำไยที่เป็นอาหารเสริม และ ปาเกียว จะใส่ แบรนด์ P80 ขึ้นชกเป็นครั้งแรก คุณประยุทธ จึงยกทีมไปให้กำลังใจถึงขอบเวที

ผมพักโรงแรมเดียวกับปาเกียว เห็นแฟนมวยชาวฟิลิปปินส์ที่แห่ไปให้กำลังใจปาเกียวจนแน่นโรงแรมแล้ว ก็ไม่แปลกใจที่ ปาเกียว ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ตั้งแต่ปี 2553 ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น และได้รับเลือกตั้งเป็น วุฒิสมาชิก เมื่อกลางปีที่แล้ว ถ้า ปาเกียว จะลงชิงเก้าอี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ จริงในอนาคต คะแนนนิยมก็คงไม่แพ้ ดูเตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์จอมบู๊คนปัจจุบันแน่นอน

ก่อนขึ้นชกหนึ่งวัน แมนนี ปาเกียว เชิญพวกผมไปพบที่ห้องพักในโรงแรม เพื่อทักทายถ่ายรูปชูหมัดกันนิดหน่อย ปาเกียว เป็นคนตัวเล็กแต่หมัดหนัก ทักทายพวกผมเป็นภาษาไทยสบายๆ ปาเกียวชอบกินผัดไทยมาก ทีมงานปาเกียวเล่าให้ฟังว่า ปาเกียว เป็นคนที่ทำทุกอย่างเป็นระบบ เช่น การรับประทานอาหาร การซ้อม การออกกำลัง จะไม่ยอมข้ามขั้นตอนเด็ดขาด คงเป็นเพราะการมีวินัยดีเยี่ยม จึงทำให้ปาเกียวซึ่งเติบโตจากครอบครัวที่ยากจนทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ได้

การชกป้องกันแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวทครั้งนี้ ปาเกียว ได้ค่าเหนื่อย 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราว 350 ล้านบาท แต่ เจฟฟ์ ฮอร์น ผู้ท้าชิงได้ค่าเหนื่อยเพียง 500,000 เหรียญ ต่างกันลิบลับ แต่เมื่อชนะได้แชมป์สื่อออสเตรเลียคาดว่า ฮอร์น อาจจะได้เงินกลับบ้านถึง 1 ล้านเหรียญ ก่อนขึ้นชก เจฟฟ์ ฮอร์น ให้สัมภาษณ์สื่อว่า เงิน 500,000 เหรียญที่ได้จากการชกครั้งนี้ เขาจะนำไปจ่ายค่าบ้านราคา 500,000 เหรียญ ที่กำลังผ่อนอยู่ ฮอร์นก็มาจากครอบครัวที่ยากจนเหมือนกัน

การชกครั้งนี้ ผมเห็นด้วยกับเสียงวิจารณ์ว่า กรรมการตัดสินลำเอียง ก็เหมือนการชกชิงแชมป์โลกทุกครั้งที่ผ่านมา มีบ่อนการพนันยักษ์ใหญ่รับแทงทั่วโลก ทุกอย่างจึงไม่ธรรมดาในสายตาของผู้ชม แต่ธรรมดาสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะจะมีเงินก้อนโตตามมาอีกมากมาย ในสายตาของผมก็เห็นว่า ฮอร์น อ่อนกว่า และใช้หัวโขก ปาเกียว จนหัวแตกไปถึงสองครั้ง แต่กรรมการบนเวทีก็ไม่ว่าอะไร แต่พอเห็นใบหน้าที่แท้จริงของสองฝ่ายหลังชก หน้าตาที่บวมปูดจะฟ้องชัดเลยว่าใครเก่งกว่าใคร

ใบหน้า เจฟฟ์ ฮอร์น แตกเละ บูดเบี้ยว จนต้องเอาน้ำแข็งประคบศีรษะ แต่ แมนนี ปาเกียว หน้าตาปกติเหมือนเดิม ไม่มีร่องรอยถูกชกจนบวมปูด มีแต่หัวแตกเพราะถูกฮอร์นใช้หัวโขกเอาเท่านั้น แม้ปาเกียวจะแพ้ แต่ทีมงานก็ไม่รู้สึกอะไร บ่นบ้างนิดหน่อย เพราะจะมีการชกแก้มืออีกครั้งในปีนี้ และ ปาเกียว จะรับทรัพย์ไปอีกอย่างน้อย 10 ล้านเหรียญแน่นอน

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ศึกชิงแชมป์มวยโลกครั้งนี้ เมืองบริสเบน เป็นผู้ลงทุนจัดเอง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมือง ในออสเตรเลีย ผู้ว่าฯเมืองทุกเมือง จะแข่งกันจัดกิจกรรมเพื่อโปรโมตเมือง แข่งกันสร้างความเจริญให้เมืองของตัวเอง ไม่รู้ “ผู้ว่าฯเมืองไทย” จะกล้าคิดการใหญ่อย่างนี้ เพื่อโปรโมตจังหวัดของตัวเองบ้างไหม.

“ลม เปลี่ยนทิศ”