วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตั้ง 'บุญสร้าง' คุมทีมปฏิรูปตร.

เด็กปชป.ไม่เชื่อมือกก.กมธ.ร่วมตีตก 6 ข้อกกต.

“บิ๊กตู่” หูทวนลม ไม่สนเสียงขอปลดล็อกการเมือง ขยับปั่นผลงานส่งบิ๊กสีเขียว คุมเกมปฏิรูปสีกากี ครม.มีมติตั้งทีม 36 อรหันต์ อดีต ผบ.สส.นำทีม 3 ปลัดฯ-อสส.-เลขาฯศาล พร้อม กก.สายตำรวจ 15 คน คนนอก 15 คน มอบ “บุญสร้าง” นั่งประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ “ประยุทธ์” แจงทาบอาจารย์มาทำให้อิสระเต็มที่ไม่ก้าวก่าย ยันอำนาจเลื่อนยศ-ปลด-ย้ายยังอยู่ในมือ ผบ.ตร. “วิษณุ” ยกดึงคนเก่งงานโครงสร้างความมั่นคงมารับงานหิน “บิ๊กสร้าง” ลั่นเดินหน้าลุยไม่เกรงใจใคร “เทพไท” จี้ถามจริงใจหรือแค่ซื้อเวลา สปท.รูดม่านส่งมอบงานก่อนพ้นวาระ 31 ก.ค. ปิดยอดไขก๊อก25 คน “สุรชัย” นั่งหัวโต๊ะ กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายถกกฎหมาย กกต.ตีตก 6 ข้อโต้แย้ง ด้าน กกต.เสียงเอกฉันท์ไม่เห็นต่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง ลงมติตั้งอนุ กก.สอบ 90 สนช. ถือหุ้นขัด รธน.

จากกรณีหลายฝ่ายยื่นข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปองค์กรตำรวจ ให้มีผลเป็นรูปธรรมเป็นเรื่องแรกๆ ในรัฐบาล คสช. ล่าสุดที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 4 ก.ค.เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) จำนวน 36 คน โดยมี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธาน

นายกฯชู “หิริโอตตัปปะ” สอนละบาป

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช.และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะเข้าพบประชาสัมพันธ์งานสัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาประจำ ปี 2560 ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดรณรงค์ “สงฆ์ไทยไกลโรค เข้าพรรษานี้ อย่าลืมตักบาตร ถาม (สุขภาพ) พระ” นำตัวอย่างอาหารใส่บาตรยอดนิยมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและอาหารใส่บาตรที่ดีต่อสุขภาพนำมาแสดง โดยนายกฯ กล่าวว่า บางทีการเข้าวัดไม่ใช่แค่เรื่องธรรมะอย่างเดียว แต่อาจใช้วัดเป็นเวทีพูดคุยหารือกันว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เช่น ปัญหาสังคม ปัญหาชุมชน สำหรับคำว่าหิริโอตตัปปะนั้นหมายถึงความละอายและเกรงกลัวต่อบาป แต่พวกที่ทำกลับไม่กลัวเลย

ยิ้มเขินเด็กน้อยหอมแก้ม 2 ฟอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯได้ร่วมถ่ายภาพกับนักเรียนที่มาร่วมกิจกรรม โดยนายกฯได้อุ้มเด็กนักเรียนหญิงชั้นอนุบาลขึ้นมาถ่ายรูปด้วย ขณะที่ผู้ปกครองบอกให้หอมแก้มนายกฯ เด็กคนดังกล่าวจึงหอมแก้มนายกฯที่ยิ้มขวยเขินไปถึง 2 ครั้ง จากนั้นนางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์งาน Startup Thailand 2017 ระหว่างวันที่ 6-9 ก.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

หูทวนลมเสียงขอปลดล็อกการเมือง

ต่อมาเวลา 15.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ถึงกรณีฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้ คสช. พิจารณาผ่อนปรนเรื่องการประชุมพรรคและกิจกรรมทางการเมืองในช่วงนี้ว่า “ให้เรียกร้องไป อย่าไปเรียกร้องแทนเขาทำไม”

ตั้ง “บุญสร้าง” คุม 36 อรหันต์ปฏิรูป ตร.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังประชุม ครม.ว่า ครม.ผ่านความเห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแต่งตั้งให้ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ โดยจะมีประธาน 1 คนที่ไม่ใช่ตำรวจ มีข้าราชการตามตำแหน่ง 5 คน และมีคณะกรรมการอีก 30 คน โดยแบ่งเป็นข้าราชการตำรวจ 15 คน และไม่ใช่ตำรวจอีก 15 คน ตามรัฐธรรมนูญ รวม 36 คน สามารถแต่งตั้งเพิ่มเติมได้หรือปรับเปลี่ยนได้ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง ทั้งหมดตนได้มอบนโยบายและให้แนวทางไปแล้ว ประธานคณะกรรมการฯ จะประชุมหารือซึ่งตนมีเวลาทำงาน 9 เดือน วันนี้เหลือเพียง 8 เดือนเศษต้องทำให้สำเร็จ ขอร้องว่าให้ใจเย็น ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไปในการแก้ปัญหา

ให้อิสระอาจารย์เต็มที่ไม่ก้าวก่าย

“สำหรับการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ เมื่อไม่ให้เป็นข้าราชการตำรวจ ผมจึงแต่งตั้งนายทหารคือ พล.อ.บุญสร้าง ขึ้นดำรงตำแหน่ง เป็นด็อกเตอร์จบจากโรงเรียนนายร้อยทหารบกเวสต์พอยต์ สหรัฐอเมริกาไว้ใจได้ และท่านก็เป็นอาจารย์ของผม เชื่อมั่นท่านแต่จะไม่ไปก้าวก่าย เพราะผมไปสั่งอาจารย์ตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว แต่เชื่อว่าท่านมีวิจารณญาณที่เหมาะสมในการทำงาน การทำงานสามารถรับฟังจากบุคคลภายนอก คณะที่ปรึกษาต่างๆได้ เพื่อหาข้อสรุปว่าจะปฏิรูปอย่างไร การเปลี่ยนแปลงอะไรที่เร็วค่อนข้างลำบาก ต้องระมัดระวัง วันนี้ความไม่สงบความรุนแรงเกิดขึ้น เราต้องทำงานให้ได้ ขณะเดียวกันต้องปฏิรูปไปด้วย ผมไม่ไปเอื้อประโยชน์ใครอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการให้บ้านเมืองสงบ ทุกคนได้รับความไว้วางใจจากประชาชน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผบ.ตร.ยังถือดาบเลื่อนยศปลดย้าย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนการทำงานในพื้นที่ จะหาวิธีให้ตำรวจได้ร่วมมือกับ ผวจ. ทหาร ข้าราชการและพลเรือนในการทำงานในพื้นที่ให้ได้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เป็นการทำงานลักษณะการทำงานในเชิงยุทธการ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ไม่เช่นนั้นจะไม่เชื่อมโยงกัน แต่ทั้งหมดอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำหรับการเลื่อนยศ ปลดย้าย ยังคงเป็นอำนาจของ ผบ.ตร.ตามเดิม ซึ่งการทำงานมีหลายสาย จึงได้แบ่งให้เอาสายยุทธการการข่าวไปทำให้พื้นที่ด้วย หลังจาก ครม.เห็นชอบแต่งตั้งประธานฯและคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจแล้ว จะลงมือทำงานทันทีเลย พล.อ.บุญสร้าง จะประชุมคณะกรรมการฯทั้งหมดรัฐบาลเป็นผู้แต่งตั้งมา โดยจะต้องไปทำงาน 3 อย่าง ทั้งเรื่ององค์กร กฎหมาย และบุคลากร รวมถึงการสอบสวน การทำงาน แต่จะให้เปลี่ยนแปลงแบบชาติตะวันตก หรือสหรัฐอเมริกาเลยทันทีคงยังไม่ได้ การปฏิรูปอะไรต้องดำเนินการให้เหมาะสมกับประเทศของเรา ไม่ใช่ทำอะไรแบบไทยแท้อย่างเดียวไม่ได้ ทุกอย่างต้องมีกติกาเพราะประชากรเรามีมากขึ้น สังคม ภาคธุรกิจเจริญเติบโตมากขึ้น วันนี้ เราอย่าไปฟังใครเขาพูดก็เชื่อ คิดแบบเดิมพูดไปเรื่อยๆ ไม่สำเร็จกันสักที วันนี้รัฐบาลทำทุกอย่างไม่ต้องกลัว

“วิษณุ” ยกอดีต ผบ.สส.เก่งงานโครงสร้าง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด มาเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ จะมีปัญหาในแง่ภาพลักษณ์หรือไม่นั้น แล้วแต่คนจะมอง รัฐบาลไม่ได้มองแบบนั้น พล.อ.บุญสร้าง เป็นนายทหารสายวิชาการ เก่งเรื่องโครงสร้างหน่วยงานด้านความมั่นคง สอดคล้องกับงานของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ 3 ด้านคือโครงสร้าง สังกัด อำนาจหน้าที่ อำนาจการสอบสวนจะแยกหรือไม่ และการบริหารงานบุคคล การแต่งตั้งโยกย้าย ไม่ให้มีการซื้อขายตำแหน่ง กรรมการแต่ละคนเชี่ยวชาญแต่ละด้าน ถ้าจะ เอาตำรวจมาเป็นประธาน รัฐธรรมนูญห้ามไว้ ถ้าไม่ใช่ตำรวจมาเป็นก็แพ้ทางตำรวจอีก จึงต้องเอาคนที่ตำรวจแพ้ทาง แต่ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นทหาร บังเอิญเราหาผู้ใหญ่ไม่ได้ เพราะหลายคนที่ดีและดังไม่ขอรับตำแหน่ง เพราะรู้ว่างานเร่งรัด ยินดีเป็นที่ปรึกษามากกว่า งานแรกของคณะกรรมการชุดนี้คือการแต่งตั้ง โยกย้าย เพื่อให้เสร็จออกมาก่อนในปีนี้ เมื่อถามว่าจะถูกมองว่าเอาระบบทหารมาใช้กับระบบตำรวจหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า กรรมการ 36 คนต้องโหวตกัน

เปิดโผ “บุญสร้าง” นำทีม 3 ปลัด-อสส.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) มี 36 คน ประกอบด้วย พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม อัยการสูงสุด เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ส่วนกรรมการฝ่ายตำรวจ ประกอบด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ อดีตรอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.อ.บุญชัย ชื่นสุชน อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.สุพร พันธุ์เสือ อดีตรอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สมศักดิ์ แขวงโสภา อดีตผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ และ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร.

“สมคิด-เสรี” ร่วมวงผู้ทรงคุณวุฒิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรรมการฝ่ายผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายมานิจ สุขสมจิตร ที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นางเบญจพรรณ สร่างนิทร อดีตเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นายศุภชัย ยาวะประภาษ นายกสมาคมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ นายประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นายศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นายธานิศ เกศวพิทักษ์ อดีตรองประธานศาลฎีกา นายเข็มชัย ชุติวงศ์ รองอัยการสูงสุด นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ นายอมร วาณิชวิวัฒน์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และนายวรรณชัย บุญบำรุง รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

“บิ๊กสร้าง” ลั่นลุยแหลกไม่เกรงใจใคร

ด้าน พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ครม.มีมติแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจว่า เมื่อได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่นี้ เราต้องทำเต็มที่ เพราะเป็นเรื่องที่สังคมคาดหวังมานานและไม่ใช่เรื่องง่าย มีเวลาแค่ 10 เดือนถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปัญหาที่เห็นๆกันอยู่ ส่วนที่เกิดความสงสัยว่าทำไมเอาทหารมาปฏิรูปตำรวจ เพราะการปฏิรูปส่วนใหญ่ไม่มีใครเอาตำรวจมาปฏิรูปตำรวจหรอก ตนไม่ได้เก่งกาจมาจากไหน แต่จะทำเต็มที่และต้องหารือฟังความเห็นหลายฝ่าย และฟังความคิดเห็นประชาชนด้วย เมื่อถามว่า การเป็นเพื่อนกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมที่คุมตำรวจ จะทำให้ตำรวจเกรงใจท่านหรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า แล้วแต่จะมอง แต่ตนจะไม่เกรงใจใครแน่นอน เพราะได้รับมอบหมายมาแล้วต้องทำให้ได้

“เทพไท” ถามจริงใจหรือแค่ซื้อเวลา

นายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีมติ ครม.ที่ให้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ 36 คนว่า เห็นรายชื่อและสัดส่วนของคณะกรรมการชุดนี้แล้ว ประกอบด้วยอดีตตำรวจและข้าราชการประจำเป็นส่วนใหญ่ บุคคลเหล่านี้ไม่เคยแสดงท่าทีหรือจุดยืนเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจให้สังคมรับรู้ โดยเฉพาะตำรวจและอดีตตำรวจไม่เคยมีความคิดปฏิรูปในขณะที่ดำรงตำแหน่ง จึงไม่มีหลักประกันใดๆว่าคนเหล่านี้จะร่วมผลักดันการปฏิรูปตำรวจไปสู่เป้าหมายหรือไม่ น่าเสียดายที่รัฐบาลมองข้ามบุคคลที่เคยแสดงจุดยืนและวิสัยทัศน์ เพื่อประโยชน์ของประชาชน จึงอยากถามความจริงใจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่า หวังผลความสำเร็จต่อการปฏิรูปตำรวจครั้งนี้หรือไม่ หรือแค่ตั้งขึ้นเพื่อซื้อเวลาและหลีกเลี่ยงกระแสไปก่อน

“วัฒนา” แขวะหยุดขยันจะเจ๊งน้อยลง

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “สิ้นคิดอีกแล้วครับ” ตัวเลขทางเศรษฐกิจซึ่งไม่เคยโกหกบอกว่าประเทศกำลังโคม่า ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยว่า ในรอบ 5 เดือนมีเงินทุนไหลออกไปนอกประเทศถึง 3.5 แสนล้านบาท ในประเทศไม่มีการลงทุน ส่งผลให้ทุนสำรองระหว่างประเทศสูงเกือบ 1.8 แสนล้านดอลลาร์ฯ ค่าเงินบาทแข็ง ขณะที่อัตราการขยายตัวของสินค้าอุปโภคบริโภคตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ประชาชนขาดกำลังซื้อเป็นผลพวงมาจากการยึดอำนาจ แถมขาดสติปัญญาในการบริหาร ความผิดพลาดใหญ่หลวงคือ ปล่อยให้สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ เอานโยบายแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองทำลาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ รัฐบาลต้องเร่งสร้างความหวังทางเศรษฐกิจ แต่การออก พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวซ้ำเติมเศรษฐกิจให้แย่หนักลงไปอีก หรือล่าสุดกำลังจะใช้นโยบายสิ้นคิดแจกเงินอีก 2.2 หมื่นล้านบาท ตามข้อเสนอของ รมว.เกษตรฯ เพื่อนรักของนายกฯ ที่เพิ่งสารภาพว่าหมดปัญญาแก้ไขปัญหา นายกฯถ้ารู้ตัวแล้วอยากทำประโยชน์ ก็ช่วยลดการขยันจะทำให้ประเทศเสียหายน้อยลง

“เจ๊หน่อย” แนะใช้รถไฟเร็วสูงเพิ่มการค้า

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐ ประชาชนจีนว่า ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายซ้ง เทา รมว.วิเทศสัมพันธ์พรรคคอมมิวนิสต์จีน เจ้าภาพเชิญมาดูงาน ณ กรุงปักกิ่ง ได้หารือความร่วมมือด้านการ พัฒนาเศรษฐกิจระหว่าง 2 ประเทศ โดยเฉพาะนโยบายสำคัญของจีนคือ ONE BELT ONE ROAD ไม่ใช่แค่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการคมนาคมเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจใหม่กระจายความเจริญและโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ขณะนี้การค้าขายทางการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ขยายตัว ไทยและจีนจึงควรร่วมมือกันกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจแบบเติบโตไปด้วยกัน (TWIN GROWTH) บนเส้นทางสายไหม ดังนั้นการเจรจาเรื่องรถไฟฟ้าความเร็วสูง จึงไม่ควรให้ความสำคัญเพียงแต่การสร้างรางหรือซื้อขบวนรถ แต่ต้องเจรจาเพื่อใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจใหม่นี้ อำนวยความสะดวกการค้าขายระหว่างไทย-จีนให้มากขึ้น

สปท.ปิดจ๊อบส่งมอบงาน 31 ก.ค.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท.ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ร.อ.ทินพันธุ์แจ้งต่อที่ประชุมว่า มีสมาชิก สปท.แสดงความประสงค์ลาออกเพิ่มอีก 3 คน ได้แก่ นายสุชน ชาลีเครือนายดำรงค์ พิเดช และนายวิเชียร ชวลิต มีผลวันที่ 4 ก.ค. ทำให้เหลือสมาชิก สปท. 174 คน นอกจากนี้ สปท.ยังได้กำหนดส่งมอบงานการปฏิรูปในความรับผิดชอบของ สปท.ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ในวันที่ 31 ก.ค. เวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภา จึงขอเชิญชวนสมาชิก สปท.ให้เข้าร่วมการส่งมอบงานอย่างพร้อมเพรียง

สรุปยอดไขก๊อกทั้งสิ้น 25 คน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท.กล่าวว่า วันที่ 4 ก.ค. ถือเป็นวันสุดท้ายที่ครบเงื่อนไข 90 วันตามรัฐธรรมนูญ ที่ สปท.ผู้ประสงค์เล่นการเมืองต้องยื่นใบลาออก พบว่ามีสมาชิก สปท.ลาออก 25 คน เสียชีวิต 1 คน เหลือสมาชิกทั้งสิ้น 174 คน อย่างไรก็ตาม สปท.ที่ลาออกไม่ได้ไปเล่นการเมืองทั้งหมด อาทิ นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ ที่ลาออกไปเป็นทูตประเทศตุรกี การทำหน้าที่ของ สปท.จะสิ้นสุดอย่างเป็นทางการวันที่ 31 ก.ค.ในช่วงเช้าวันดังกล่าวจะมีพิธีส่งมอบวาระการปฏิรูปของ สปท. ทั้งหมดให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในส่วนคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ที่จะมาสานงานต่อจาก สปท. ขึ้นอยู่กับการ พิจารณาของ ครม. ยังไม่ทราบว่าจะมี สปท.คนใดไปเป็นคณะกรรมการปฏิรูประเทศบ้าง แต่ส่วนตัวคงไม่เล่นการเมืองแล้ว จะขอทำงานปฏิรูปอย่างเดียว

“มีชัย” ชิ่งส่ง “สุรชัย” คุม กมธ.ร่วม

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดแรก เพื่อพิจารณาเลือกประธาน รองประธาน และ ตำแหน่งต่างๆ ใน กมธ.ร่วม รวมทั้งวางกรอบการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน หรือวันที่ 14 ก.ค. โดยนายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการร่างรัฐ– ธรรมนูญ (กรธ.) อาวุโสสูงสุดเป็นประธานการประชุมชั่วคราว กมธ.ร่วมมีมติแต่งตั้งนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศ–ชัย รองประธาน สนช.เป็นประธาน กมธ.ร่วม นาย ตวง อันทะไชย เป็นรองประธาน กมธ.คนที่ 1 นพ. เจตน์ ศิรธรานนท์ เป็นรองประธาน กมธ. คนที่ 2 ส่วน พล.อ.ศุภวุฒิ อุตมะ เป็นเลขานุการ และนายสมชาย แสวงการ เป็นโฆษก กมธ. ขณะที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ไม่ขอรับตำแหน่งในกรรมาธิการ

ทบทวน 6 ประเด็นเห็นไม่ลงรอย

นายสุรชัยได้แจ้งถึงข้อโต้แย้งในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ของ กกต. 6 ข้อได้แก่ 1. การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้เป็นกรรมการสรรหา กกต. 2. การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคณะกรรมการการเลือกตั้ง 3. กกต.คนเดียวหากพบเห็นการกระทำเข้าข่ายทุจริตสามารถสั่งระงับ ยับยั้งการเลือกตั้งในหน่วยหรือเขตเลือกตั้งนั้นได้ 4. กกต.มอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการจัดการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5. กกต. มอบอำนาจให้เลขาธิการ กกต.หรือพนักงาน กกต.เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจในการสืบสวน สอบสวน หรือไต่สวนได้ 6.กกต.ชุดปัจจุบันต้องพ้นจากตำแหน่งหรือการเซ็ตซีโร่ ซึ่ง กมธ.ร่วมจะพิจารณาข้อโต้แย้งต่างๆ เป็นรายประเด็น

ถก 5 ชม.ตีตก 6 ข้อโต้แย้ง

จากนั้นเวลา 15.45 น. นายสมชาย แสวงการ โฆษกคณะ กมธ.ร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.แถลงผลการประชุมการพิจารณา 6 ข้อโต้แย้งของ กกต.ว่า หลังจากใช้เวลาประชุม 5 ชั่วโมงที่ประชุมมีมติเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าทั้ง 6 ประเด็น ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเหมือนที่ กกต.แย้งมา มีเพียงนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ที่ไม่เห็นด้วยและขอสงวนความเห็นไว้ทุกประเด็น ทั้งนี้ ในวันที่ 7 ก.ค. กมธ. ร่วมจะประชุมกันอีกครั้งเพื่อตรวจรายละเอียด ก่อนนำเสนอประธาน สนช.เพื่อบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม สนช. คาดว่านำเข้าที่ประชุมได้ในวันที่ 13 ก.ค. หรือวันที่ 14 ก.ค. ถือว่าอยู่ในกรอบระยะเวลา 15 วัน

“สมชาย” ยันไม่ยืดเยื้อเลือกตั้ง

นายสมชายกล่าวว่า เชื่อว่าสมาชิก สนช.จะโหวตผ่านร่างฯที่ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิก สนช. แต่หากจะคว่ำร่างต้องใช้เสียงถึง 2 ใน 3 คิดว่าไม่มีเหตุผลที่จะคว่ำร่างฯ เพราะ สนช.เป็นผู้เห็นชอบร่างฯมาเอง และ กมธ.ร่วมฯไม่ได้แก้ไขอะไรเลย หากจะคว่ำต้องตอบกับสังคมให้ได้ว่าเพราะอะไร แต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น สมมติว่าเกิดการคว่ำร่างขึ้นมา ทาง กรธ.จะเป็นผู้ร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่ คงใช้เวลาไม่นาน เพราะใช้ร่างเดิมอยู่แล้ว จึงไม่ถือว่าเป็นการยื้อโรดแม็ปการเลือกตั้ง เมื่อถามว่า หากตั้ง กมธ.ร่วมกฎหมายลูกทุกฉบับที่กำลังพิจารณา จะกระทบต่อการเลือกตั้งตามโรดแม็ปที่คาดว่าอยู่ในช่วงปลายปี 2561 หรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า เท่าที่ทราบหากมี กมธ.รวมฯพิจารณากฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับ การพิจารณาก็ยังอยู่ในกรอบเวลาร่างกฎหมายลูก 8 เดือนที่กำหนดไว้

กกต.เอกฉันท์ไม่วีโต้ ก.ม.พรรค

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการประชุม กกต. มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เป็นประธานการประชุมแทนนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.บริหารกลาง เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า กกต.มีมติเอกฉันท์เห็นตามที่สำนักงาน กกต.เสนอว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองไม่มีเนื้อหาขัดหรือแย้งต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ จึงไม่ต้องส่งความเห็นกลับไป สนช. ส่วนการปฏิบัติตามร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองยอมรับว่าอาจมีปัญหา หากประกาศใช้ กกต.ต้องชี้แจงให้พรรคการเมืองทั้งใหม่และเก่าทราบว่าจะต้องทำอะไรบ้าง พรรค การเมืองต้องศึกษากฎหมายให้เข้าใจ กกต.จะพยายามช่วยอำนวยความสะดวกการปฏิบัติให้พรรคการเมืองมากที่สุด

ลงมติตั้งอนุฯสอบ 90 สนช.ถือหุ้น

นายสมชัยกล่าวอีกว่า ที่ประชุมมีมติตามที่สำนักกฎหมายของสำนักงาน กกต.เสนอให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ตรวจสอบการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 186 ประกอบมาตรา 187 และมาตรา 170 (5) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการถือครองหุ้นของ สนช. 90 คน อาจเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 264 วรรคสอง โดยประธาน กกต.จะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับจากนี้ และคณะอนุกรรมการไต่สวนมีเวลาดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ก่อนเสนอความเห็นต่อ กกต. โดยหากเห็นว่าไม่มีมูลก็จะเสนอ กกต.ยกคำร้อง แต่หากเห็นว่ามีมูล จะเสนอให้ กกต.มีความเห็นเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

“บิ๊กตู่” ปัดคุมสื่อไม่ใช่ซิงเกิลเกตเวย์

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวภายหลังการประชุม ครม. ถึงกรณีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอควบคุมโซเชียลมีเดียว่า ไม่ใช่เรื่องซิงเกิลเกตเวย์ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไร ถ้ามีการกระทำความผิดเราจะตรวจสอบอย่างไร ถ้าตรวจสอบไม่ได้ ปัญหาก็พันกันอยู่แบบนี้ มีวิธีอื่นหรือไม่ ถ้ามีวิธีที่ดีกว่านี้ขอให้เสนอมา แต่ถ้าไม่มีก็รับไปพิจารณาว่าจะทำอย่างไร จะครอบคลุมแค่ไหนและถึงตรงไหนว่ากันมา “ผมไม่ต้องการไปควบคุมประชาชน รัฐบาลไม่เคยมุ่งหวังแบบนั้น เพราะถ้ามุ่งแบบนั้น ผมคงไม่พูดมาถึง 3 ปีหรอก ถ้าผมพูดของผมคนเดียวแล้วไม่ฟังใครทั้งสิ้น แต่นี่คือสิ่งที่ผมฟังทุกคน ที่ผ่านมาคนที่มาจากการเลือกตั้ง เขาฟังแล้วทำกันหรือไม่ หรือเอาแต่ฟังแล้วไม่ต้องทำ ก็ไม่รู้ไปเลือกเอา” นายกฯกล่าว

ไฟเขียวสอบสร้างสนามกีฬา ทล.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีการก่อสร้างสนามกีฬาตามข้อตกลงของการกีฬาแห่งประเทศไทยกับกรมทางหลวง ปีงบประมาณ 2555-2558 วงเงินกว่า 965 ล้านบาท ซึ่งไม่มีสนามใดทำเสร็จตามกำหนดและพบไม่ได้มาตรฐานหลายด้านว่า ได้ให้กรมทางหลวงไปชี้แจงและดำเนินการในส่วนที่ยังไม่เรียบร้อยจะทำอย่างไร ปัญหาอยู่ตรงไหน ถ้าผิดก็ลงโทษ สอบสวนตามกระบวนการและทำให้เสร็จ ค้างคาอยู่อย่างนี้ไม่ได้ อะไรที่ทุจริตต้องสอบให้ได้และลงโทษไป เพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จทุกเรื่อง

ครึ้มใจร่ายกลอนปลุกขวัญ ครม.

เมื่อเวลา 16.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยแพร่บทกลอนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะ คสช.ให้กำลังใจ ครม.ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมหัวข้อ “กำลังใจ ครม.” ใจความว่า “ช่วยกันทำต่อไป ไม่ยอมแพ้ ช่วยกันแก้อุปสรรค อย่าหวั่นไหวไทยทุกคน ช่วยกัน ฝันให้ไกล สิ่งยิ่งใหญ่ เกิดตาม ด้วยความดี มาวันนี้เวลา ไม่คอยท่า ต้องก้าวหน้าสง่างาม พร้อมศักดิ์ศรี ให้คนไทย เข้าถึง ที่ควรมี เกิดสิ่งดี ถ้วนทั่ว ทุกตัวคน อุปสรรค คือพลัง กำลังใจ ก้าวข้ามไป ให้ได้ ทุกแห่งหน แผ่นดินนี้ อยู่ได้ ประชาชน อย่ากังวล ใช้ปัญญา มาใคร่ครวญ ทำสิ่งใด รอบคอบ ทุกปัญหา ช่วยกันนำ ช่วยกันพา อย่าคืนหวน แก้สิ่งหนึ่ง อีกสิ่งหนึ่ง ไม่เรรวน ไทยทั้งมวล สุขอยู่ ด้วยมือเรา”

พ.อ.หญิงทักษดากล่าวอีกว่า นายกฯยังได้ให้ความสำคัญการใช้ภาษาอังกฤษ โดยกล่าวกับ ครม.และฝากไปถึงข้าราชการทุกคนว่าตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ผลิตแอพพลิเคชั่นสอนภาษาอังกฤษเอคโค่อิงลิช (EchoEnglish) จึงอยากให้ข้าราชการทุกคนดาวน์โหลดไว้เพื่อใช้ศึกษาภาษาอังกฤษและใช้ในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงครูและนักเรียนในต่างจังหวัดจะได้ศึกษาจากแอพพลิเคชั่นดังกล่าวด้วย ครูที่ไม่รู้ว่าจะออกข้อสอบอะไรที่จะใช้ในชีวิตประจำวันสามารถเปิดดูในแอพพลิเคชั่น และนำมาออกข้อสอบให้นักเรียนทำได้

“บิ๊กป๊อก”งงข่าวโยกคน มท.ข้ามห้วย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวกระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอแต่งตั้งนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่แทนนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.ว่า นายกฯได้สั่งการในที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ให้แต่ละกระทรวงพิจารณาเสนอบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงให้เสร็จใน 2 สัปดาห์ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะเรียบร้อยตามระยะเวลาที่กำหนด ส่วนที่มีข่าวจะมีการโยกย้ายนายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ไปนั่งเป็นปลัดกระทรวงแรงงานและนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ไปเป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น ไม่ทราบต้องไปสำนักพิมพ์ไหนเป็นคนเขียนนิยายกันเอง ตนปรับโยกย้ายภายในกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น

“หมวดเจี๊ยบ” โวยทหารบุกบ้าน

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ค.เวลาประมาณ 15.00 น. มีทหาร 3 นายมาหาที่บ้านพัก ตนไม่อยู่บ้านจึงประสานแจ้งว่าต้องการมาพบ เนื่องจากโพสต์คลิปความเดือดร้อนของชาวนาเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ระบุ คสช.อยากทราบข้อมูลปัญหาชาวนา จึงอยากฝากคำถามไปถึงนายกฯและหัวหน้า คสช.ว่าทำงานมา 3 ปีไม่เคยรู้เลยหรือว่าประชาชนเดือดร้อนอะไรบ้างหรือปัญหาของเกษตรกรคืออะไร อยากให้ตอบมาตรงๆแบบลูกผู้ชายว่าเจตนาที่ส่งทหารมาต้องการรับทราบปัญหาหรือแค่อยากคุกคามข่มขู่ ถ้าอยากได้ข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาประเทศ ยินดีจะเดินทางเอาข้อมูลไปถึงที่ ไม่ต้องส่งลูกน้องมาคุกคามที่บ้าน

ผบ.ทบ.เตือนกองเชียร์ “ปู” อยู่ในกรอบ

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย ที่คาดว่าจะมีมวลชนจำนวนมากมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นัดสืบพยานฝ่ายจำเลยคดีโครงการรับจำนำข้าวนัดสุดท้ายวันที่ 21 ก.ค. ว่า ปกติเจ้าหน้าที่จะดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว หากเข้ามาเคลื่อนไหวชุมนุมหรือจัดกิจกรรมต่างๆ ต้องขออนุญาตก่อน แต่หากเพื่อให้กำลังใจอย่างเดียว ทุกคนคงเข้าใจดีว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลเป็นหลักและขอกำลังเสริมจากกองกำลังรักษาความสงบแห่งชาติเข้าดูความเรียบร้อย อยากให้ทุกคนเข้าใจถึงสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันเป็นหลัก

“ยิ่งลักษณ์” ทำกิจกรรมร่วมแฟนเพจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ที่บ้านซอยโยธินพัฒนา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯได้เปิดบ้านประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์-ดอกดารารัตน์ ร่วมกับแฟนเพจ มีแกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต ส.ส. เช่น นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ ร่วมงาน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า วันนี้มารวมใจภายใต้โครงการที่ชื่อว่า “ร้อยรวมใจภักดิ์ถวายดารารัตน์เพื่อพ่อ” การจัดงานที่บ้านตนครั้งนี้ เนื่องจากวันที่ 26 ต.ค. ทุกคนคงรู้ว่าเป็นวันที่ศูนย์รวมของปวงชนชาวไทย เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของเรา เราในฐานะพสกนิกรเชื่อว่าทุกคนคงอยากที่จะร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เรามีความต้องการที่จะใช้ดอกไม้จันทน์เป็นจำนวนมาก จึงขอเป็นส่วนหนึ่งของปวงชนชาวไทยที่ร่วมแรงร่วมใจกันในการถวายความจงรักภักดี และส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้าย