วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ม.44 ผ่อนผันพรก. ยืด 180 วัน ห้ามจนท.จับปรับ

ให้ต่างด้าวไปลงทะเบียน เริ่มบังคับใช้จริง 1 ม.ค.61 นายกฯสั่งสอบข่าวรีดไถ

“บิ๊กตู่” แจงออก พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว เป็นไปตามพันธสัญญาแก้ค้ามนุษย์ หวั่น กระทบมาตรฐานส่งออกไทย คสช.ถกแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว ชะลอการลงโทษ ขยายเวลาผ่อนผันเป็น6 เดือน เพื่อให้แรงงานต่างด้าวกลับไปจัดการลงทะเบียนตามกฎหมายให้เสร็จเรียบร้อย และกฎหมายทั้ง 4 มาตราของ พ.ร.ก.แรงงาน จะกลับมามีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2561 ใครฝ่าฝืนโทษอ่วมแน่ โดยระหว่างนี้ให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ห้ามจับ-ปรับ-ดำเนินคดี

กำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคม เกี่ยวกับเรื่อง “แรงงานต่างด้าว” ที่จะมีการออกมาตรา 44 เพื่อชะลอการใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว ทำให้มีแรงงานต่างด้าวพากันเดินทางกลับประเทศกันไปเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนกับกลุ่มกิจการที่ต้องอาศัยแรงงานต่างด้าวดังกล่าวนั้น

คสช.ถกแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช. โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในฐานะสมาชิก คสช. เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง พร้อมด้วยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน เพื่อพิจารณาแก้ปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขานุการ คสช. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม คสช.มีการพิจารณาชะลอการลงโทษตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว โดยมีการผ่อนปรนการใช้ 4 มาตราของ พ.ร.ก.ดังกล่าว คือมาตรา 101, 102, 119 และมาตรา 122 ส่วนรายละเอียดขอให้รอดูคำสั่ง คสช.ตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57

สั่งเด็ดขาดห้าม จนท.รีดส่วย

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุม คสช.พิจารณาและให้ความเห็นชอบ 2 เรื่อง คือ 1.มาตรการชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อขัดข้อง ในการบริหารจัดการของคนต่างด้าว เสนอโดยกระทรวงแรงงาน และ 2.การบรรเทาความเสียหายให้แก่ประชาชน กรณีปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำแม่น้ำ เสนอโดยกรมเจ้าท่ากระทรวงคมนาคม เรื่องแรงงานต่างด้าว ที่ประชุม คสช. พูดถึงมาตรการชั่วคราวเพื่อให้ผู้ประกอบการและแรงงานต่างด้าวได้ปรับตัว และการอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม ที่ยังยึดถือนโยบายต่อต้านการค้ามนุษย์เป็นหลัก ในช่วงการปรับตัว กระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และ สตช.จะมีมาตรการเสริมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่แรงงานต่างด้าวออกมา ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ยังย้ำห้ามเจ้าหน้าที่ฉวยโอกาสแสวงหาผลประโยชน์โดยเด็ดขาด ส่วนที่ ผวจ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ร้องเรียนแรงงานชาวเมียนมาถูกเจ้าหน้าที่ไทยเรียกรับเงินนั้น นายกฯกำชับให้ ผบ.ทบ. และ ผบ.ตร.ไปดูรายละเอียดเร่งดำเนินการแก้ไขแล้ว

ให้ 6 เดือนกลับไปตีทะเบียนให้ถูก ก.ม.

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวว่า ในประเทศไทยจนถึงขณะนี้ยังมีตัวเลขแรงงานต่างด้าวไม่ชัดเจน ภาครัฐต้องควบคุม เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ที่สหภาพยุโรปหรืออียูกำลังเพ่งเล็งอยู่ ยอมรับว่าการออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ ทำให้สังคมกังวล เนื่องจากการแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบและปรับตัวทำได้ในกรอบจำกัด บทลงโทษค่อนข้างรุนแรง แต่เชื่อมโยงกับ พ.ร.ก.ฉบับอื่นๆที่มีบทลงโทษใกล้เคียงกัน หัวหน้า คสช.พร้อมสมาชิก คสช.ได้เห็นชอบร่วมกันให้ พ.ร.ก.ฉบับนี้ดำเนินการไปได้และเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ที่ต้องคำนึงถึงเศรษฐกิจภายในประเทศและให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2561 โดยเน้นในมาตรา 101,102,119 และ 122 ในช่วงเวลานี้ผู้ประกอบการและแรงงานต่างด้าว ให้รีบกลับไปดำเนินการให้ถูกต้อง กลับไปลงทะเบียนเพื่อเข้ามาทำงานถูกต้องตามกฎหมาย

จนท.อำนวยความสะดวกห้ามจับ

“ได้สั่งการให้กองกำลังที่รับผิดชอบชายแดนทุกพื้นที่ ต้องศึกษา พ.ร.ก.ฉบับนี้ หลังออกมาตรา 44 ไปแล้วจะอนุโลมการเข้า-ออกของแรงงาน เจ้าหน้าที่รัฐ จังหวัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องอำนวยความสะดวก ไม่มีการไปจับหรือลงโทษใดๆ เจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) รวมถึงเจ้าหน้าที่ชายแดนต้องไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยเฉพาะทหาร ต้องเป็นหลัก นายกฯได้สั่งการในที่ประชุมให้ไปตรวจสอบหาคนกระทำผิดมาลงโทษให้ได้ และต่อไปต้องไม่มี ช่วง 6 เดือนที่เหลือที่แรงงานต่างด้าวต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา เจ้าหน้าที่รัฐต้องคอยอำนวยความสะดวกทุกเรื่อง เพื่อให้แรงงานต่างด้าวได้ทำให้ถูกต้องตามกรอบระยะเวลา” ผบ.ทบ.กล่าว

ไร้ปฏิกิริยาเพื่อนบ้านไม่พอใจ

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงฯติดตามดูด้านนอก ยังไม่มีปฏิกิริยาประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อว่าจะเข้าใจว่าเป็นเรื่องภายในของไทย ที่ต้องจัดการ ยังไม่จำเป็นต้องมีท่าทีใดๆและยังไม่ถึงจุดที่ต้องไปอธิบายประเทศต่างๆ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลเมียนมาไม่พอใจการออก พ.ร.ก.ดังกล่าว ทำให้แรงงานที่มีงานทำอยู่แล้วเสี่ยงภาวะว่างงานต้องกลับประเทศ เป็นเรื่องที่พอจะคาดการณ์ได้เมื่อมีคนกลับไป

ตรวจเข้มแรงงานเข้า-ออก

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงผลกระทบบริเวณชายแดน กรณีแรงงานต่างด้าวทะลักกลับประเทศว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบคัดกรองคนเข้าออกชายแดนอย่างต่อเนื่อง ขอให้แรงงานต่างด้าวไปลงทะเบียน เพื่อจะเข้ามาทำงานในไทยให้ถูกต้อง และดำเนินการเข้าเมืองให้ถูกต้อง ทุกอย่างจะได้เข้าสู่ระบบ ตัวแรงงานต่างด้าวจะได้รับการคุ้มครอง นี่คือสิ่งที่รัฐบาลไทยเป็นห่วง เมื่อถามว่า สมช. กำชับเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานเพื่อป้องกันการทุจริตการเรียกรับผลประโยชน์อย่างไร พล.อ.ทวีปกล่าวว่า กระทรวงแรงงานดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรง

สนช.รอตีตราประทับ 6 ก.ค.

ที่รัฐสภา เวลา 14.30 น. นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะ กมธ.วิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) แถลงภายหลังการประชุมว่า การประชุม สนช.ในวันที่ 6 ก.ค. จะพิจารณา พ.ร.ก.การบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 จำนวน 145 มาตรา โดย สนช.ไม่มีอำนาจในการแก้ไขเนื้อหาใน พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว มีเพียงอำนาจให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น หากที่ประชุม สนช.มีมติเกินกึ่งหนึ่งไม่เห็นชอบ จะมีผลให้ พ.ร.ก.ดังกล่าวตกไป แต่หากให้ความเห็นชอบ จะมีผลให้ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวเป็น พ.ร.บ.ทันทีอย่างไรก็ตาม การประชุมของ สนช.ในครั้งนี้จะนำเนื้อหาของคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ที่จะชะลอการใช้ พ.ร.ก.บางมาตรามาพิจารณาด้วย ในเรื่องเทคนิคทางกฎหมายแม้จะมีการประกาศใช้มาตรา 44 ออกมาก่อน ก็ไม่มีผลกระทบต่อการพิจารณาของ สนช. ในทางปฏิบัติแล้วสามารถใช้มาตรา 44 และ พ.ร.ก.ควบคู่กันไปได้ และเมื่อพ้นระยะเวลาการชะลอการใช้บางมาตราใช้ พ.ร.ก.ตามมาตรา 44 แล้ว เนื้อหาใน พ.ร.ก.ก็บังคับใช้ได้ตามปกติต่อไป

บิ๊กตู่ชี้ต้องแก้ปัญหาตามพันธสัญญาโลก

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. แถลงภายหลังการประชุม ครม. กรณีการแก้ไขปัญหาแรงงานว่า การแก้ปัญหาทั้งหมดไม่ใช่ว่าเราไปฟังตามใคร สิ่งสำคัญเราต้องรู้เรื่องการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นพันธะสัญญาของโลก หากเราแก้ปัญหาไม่ได้จะพันกันหมด วันหน้าหากเรายังมีการค้ามนุษย์หรือแรงงานเถื่อนอยู่ในระบบ ต่างประเทศจะไม่ซื้อสินค้าเรา เพราะต้องพิสูจน์ต้นทางทั้งหมด สำหรับผลกระทบในวันนี้เราก็ต้องแก้ภายในให้ได้ เพื่อตอบทั้ง 2 ทาง เรื่องเอ็มโอยูที่เราได้ทำกับ 3-4 ประเทศ ปัญหาเดิมคือจดทะเบียนในสมัยรัฐบาลนี้และต้องมีการพิสูจน์สัญชาติ โดยประเทศเขาเองก็ต้องจัดชุดพิสูจน์สัญชาติมาให้ประเทศไทย 3 ปีที่ผ่านสามารถทำได้ไม่กี่หมื่นคน ดังนั้น เขาเองก็ต้องการแก้ปัญหาของเขาเองด้วย จึงต้องให้มีการจดทะเบียนที่ชายแดน ตั้งแต่เข้ามาจะต้องมีการพิสูจน์สัญชาติให้เรียบร้อย ซึ่งมีมาตรการอยู่แล้ว

หวั่นต่างชาติไม่ซื้อสินค้าไทย

“เราต้องแก้ปัญหาทั้งภายในประเทศ สิ่งที่จะเสียหายในเรื่องอื่น ไอยูยูและการค้ามนุษย์ หากมีปัญหาต่อไป หากเขาไม่ซื้อสินค้าเราจะทำอย่างไร แม้เราจะสามารถทำให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้ แต่ไม่มีพื้นที่ขาย เราจะทำอย่างไร นี่คือยุ่งยาก ผมเห็นใจ แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่มีกว่า 100 มาตรา แต่บางมาตราต้องมีมาตรการที่ไม่ให้เกิดผลกระทบมาก ซึ่งทุกคนต้องร่วมมือ ถ้าทำถูกกฎหมาย แต่มีการเปลี่ยนงาน ก็ต้องไปจดทะเบียนเปลี่ยนใหม่ โดยทำได้ในประเทศ แต่หากไม่มีอะไรเลย ต้องไปขึ้น ทะเบียนมาใหม่ เพราะต้องพิสูจน์สัญชาติ ไม่เช่นนั้น จะกระทบกันทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

เตือนอย่าเชื่อการปลุกระดม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ปัญหาเรื่องแรงงานอย่าไปเชื่อตามที่มีการปลุกระดมว่ารัฐบาลชุดนี้มาทำให้แรงงานเดือดร้อน เสียผลประโยชน์ ขอถามว่าประโยชน์ที่ใหญ่กว่านั้นที่เราเสีย เขาเคยคำนึงถึงกันบ้างหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือบางรัฐบาลหรือบางคน ที่ออกมาพูดในตอนนี้ เห็นพูดกันว่อนไปหมด เราต้องแก้ปัญหาทุกเรื่อง ต้องฟังต่างประเทศและประเทศเพื่อนบ้านด้วย ไม่ใช่ จะกำหนดเองแล้วให้เขามาทำตาม มันเป็นไปไม่ได้ ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด

สั่งตรวจสอบรีดไถเก็บส่วยแม่สอด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีเรียกรับผลประโยชน์เส้นทางแม่สอด-ตาก ได้ให้ตรวจสอบแล้ว กำลังหารือกัน ทั้งนี้ ต้องมีมาตรการลงโทษหากกระทำผิดจริง ได้สั่งการย้ำไปแล้วว่าการที่ออกคำสั่งมาตรา 44 จะต้องไม่มีผู้ใดแฝงอยู่ทั้งสิ้น ที่สำคัญคือจะต้องไม่มีการไปตัดคนพวกนี้ตามแนวชายแดนไม่ได้ พวกเรียกรับผลประโยชน์ เรื่องการเดินทางต่างๆ มีเรื่องร้องเรียนมานาน ตนไม่ละเว้นใครทั้งสิ้น ได้ให้ทางทหารไปช่วยดูด้วย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหาร ตำรวจหรือฝ่ายปกครอง ถ้ามีการเรียกรับผลประโยชน์ตนไม่ยอมทั้งสิ้น ต้องลงโทษสถานหนัก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางการกัมพูชาปิดจุดผ่านแดน อนุโลมให้แรงงานผ่านเข้า-ออก ไปเช้า-เย็นกลับ 43 จุด พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ต้องดูว่าปิดด้วยเหตุผลอะไร ซึ่งเป็นการตรวจสอบและตรวจตราธรรมดาจะปิดไปตลอดไม่ได้อยู่แล้ว ประชาชนทั้ง 2 ฝั่งเดือดร้อน ต้องให้ฝ่ายความมั่นคงของทั้ง 2 ฝ่ายต้องไปพูดคุยหารือกัน

กัมพูชาปิดด่าน 43 จุด ไม่เกี่ยว พ.ร.ก.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณี รัฐบาลกัมพูชาสั่งปิดช่องทางอนุโลมตามแนวชายแดน จ.บันเตียเมียนเจย 43 จุด ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.เป็นต้นมา ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการที่ไทยออก พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เป็นการปิดช่องทางเล็กๆเพื่อป้องกันเรื่องสินค้าหนีภาษีเท่านั้น ส่วนการชะลอการบังคับใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าวในบางมาตราออกไป 180 วัน พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ระบุจะจัดระเบียบได้ ที่ประชุม คสช. และที่ประชุม ครม. เห็นชอบแนวทางดังกล่าว เชื่อว่าเมื่อแรงงานต่างด้าวกลับไปดำเนินเรื่องต่างๆให้ถูกต้องแล้วเขาจะกลับมาทำงานได้ ส่วนกระแสข่าวเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับเงินจากแรงงานต่างด้าว นายกฯได้สั่งการเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจไปดูการตั้งด่านต่างๆให้ถูกต้อง อย่าให้มีการเรียกรับผลประโยชน์

แจงโทษ พ.ร.ก.แรงงานสูง

ในเวลา 15.30 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พร้อมด้วย พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน รวมแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล กรณี คสช.เตรียมใช้อำนาจมาตรา 44 ชะลอ พ.ร.ก.ต่างด้าว ว่าการที่ต้องออกกฎหมายดังกล่าวเป็น พ.ร.ก.หากออกเป็น พ.ร.บ.ต้องใช้เวลาพิจารณานานถึง 6 เดือน ขณะที่สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างบีบรัดมาก ต้องออกกฎหมายในเวลาอันสั้น จึงจำเป็นต้องออกเป็น พ.ร.ก. ส่วนที่ไม่ใช้มาตรา 44 ตั้งแต่แรกเพราะมาตรา 44 ไม่เคยออกอะไรที่ยาวเกิน 5-10 มาตรา เมื่อพิจารณาแล้วทางสายกลางจึงต้องใช้ พ.ร.ก. ส่วนกรณีกำหนดโทษปรับ 4-8 แสนบาท เนื่องจากเป็นกฎหมายชุดเดียวกับกฎหมายค้ามนุษย์ ซึ่งมีอยู่ 4 ฉบับ จะไปปรับกฎหมายเล็กน้อยกว่าไม่ได้ ต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน คือมาตรฐานค้ามนุษย์ นี่คือที่มายืนยันไม่ได้ร่างกฎหมายแบบส่งเดช ไม่ได้ผิดมนุษยธรรม

ผ่อนผัน 180 วัน ถึง 1 ม.ค.61

นายวิษณุกล่าวด้วยว่า คำสั่ง คสช.ที่จะออกมาเพื่อผ่อนปรน พ.ร.ก.ดังกล่าว มีหลักการ คือยืนยันยังยึดนโยบาย ไม่ลดราวาศอกให้กับการค้ามนุษย์ โทษปรับสูงยังต้องมีอยู่ เรายังคงห่วงเศรษฐกิจ ความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ไม่ยอมให้อะไรมาฉุดการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ การผ่อนปรนทั้ง 4 มาตราดังกล่าว จากเดิมที่มีแนวคิดจะขยายไป 120 วัน ก็ปรับเพิ่มเป็น 180 วัน เนื่องจากการที่แรงงาน จะเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องต่างๆให้ถูกต้องแต่ละคนต้องใช้เวลา 2 เดือน ดังนั้นการกำหนดกรอบ 6 เดือนเพื่อให้แรงงานได้สับเปลี่ยนไปดำเนินการป้องกันการขาดแคลนแรงงาน มาตรการในกฎหมายทั้ง 4 มาตรา จะกลับมามีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.61

ระหว่างนี้ไม่จับ-ปรับ-ดำเนินคดี

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ในคำสั่งได้กำหนดไว้ด้วยว่า ระหว่างนี้จะไม่มีการจับไม่ปรับ ไม่ดำเนินคดี และรีดไถเงินกับแรงงานที่กลับไปดำเนินการตามกฎหมายให้ถูกต้อง โดยเจ้าหน้าที่ก็ไม่ต้องกลัวจะผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งจะมีการวางมาตรการป้องกันแรงงานผิดกฎหมายทะลักเข้ามาด้วย หากพบเจ้าหน้าที่กระทำผิด ร้องเรียนได้ที่รัฐบาลและศูนย์ดำรงธรรม รวมถึงต้นสังกัดของหน่วยงานนั้นๆ ระหว่างนี้ขอให้กระทรวงแรงงานไปทบทวน พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวว่าจะเปลี่ยนกำหนดโทษ หรือมาตรการอื่นๆอีกหรือไม่ โดยให้เวลา 4 เดือน และส่งมาให้รัฐบาลพิจารณาต่อภายใน 2 เดือน ทั้งนี้ ถือเป็นการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวทั้งระบบ โดยมาตรา 44 ดังกล่าวจะออกภายในวันเดียวกันนี้ (4 ก.ค.)

มั่นใจ 6 เดือนบริหารจัดการได้

ขณะที่ พล.อ.ศิริชัยกล่าวว่า จากนี้กระทรวงจะปรับปรุงการอำนวยความสะดวกแก่สถานประกอบการในการติดต่อขอขึ้นทะเบียนลูกจ้าง หรือรับทราบข้อมูล พร้อมกับจะชี้แจงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทุ่มเทในการทำงานโดยไม่แสวงหาประโยชน์จากแรงงาน รวมถึงจะเร่งกลับไปทบทวนการออกกฎหมายโดยเร็ว ด้านนายวรานนท์กล่าวว่า วันนี้เรามีแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตทำงานเป็นที่เรียบร้อย 1.3 ล้านคน มีแรงงานต่างด้าวที่ได้รับผ่อนผันให้ได้อยู่ในประเทศเป็นการชั่วคราว ถึงวันที่ 31 มี.ค. 61 จำนวน 1.3 ล้านคน กลุ่มนี้ต้องดำเนินการให้มีบัตรประจำตัวให้ทันในวันดังกล่าว

แรงงานผิด ก.ม.ในไทยไม่เกิน 1 ล้านคน

นายวรานนท์กล่าวอีกว่า เราได้ทำข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมา ลาว และกัมพูชา โดยเมียนมาได้ออกศูนย์พิสูจน์สัญชาติในไทยถึง 5 ศูนย์ด้วยกัน กัมพูชาได้เริ่มนำเอกสารมาแจกให้แรงงานของเขา ขณะที่ทางการลาวจะดำเนินการตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติในเดือนหน้า ส่วนตัวเลขแรงงานที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย ประเมินว่ามีไม่น่าเกิน 1 ล้านคน เพราะทุกครั้งที่มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว จะมีคนกลุ่มนี้ประมาณ 1 ล้านคนเศษ แต่รัฐบาลนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว 400,000 คน มั่นใจว่าเราจะดำเนินการในขั้นตอนต่างๆให้เรียบร้อยภายใน 6 เดือน

รมว.แรงงานเรียกประชุม ขรก.

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 10 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน หลังกลับถึงกระทรวง พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน ได้เรียกประชุมผู้บริหาร ปลัดกระทรวง และอธิบดีทุกกรม เข้าหารือถึงมาตรการรองรับ คสช. ใช้มาตรา 44 ชะลอโทษ 4 มาตรา ที่เกี่ยวข้องกับบทลงโทษผู้ประกอบการและแรงงานต่างด้าว ของ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ที่ให้ชะลอการบังคับใช้ออกไปอีก 6 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ถึง 1 ม.ค.2561 เพื่อให้แรงงานผิดกฎหมายไปดำเนินการด้านเอกสารให้ถูกต้องใน 4 มาตรา คือมาตรา 101 ว่าด้วยการเอาผิดลูกจ้าง มาตรา 102 ว่าด้วยการเอาผิดนายจ้างที่รับคนมาทำงานในอาชีพพิเศษบางอย่างโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 119 ว่าด้วยการทำงานโดยไม่มีหนังสือแจ้งนายทะเบียน และมาตรา 122 ว่าด้วยการรับคนที่ไม่มีใบอนุญาตมาทำงาน

จัดเสวนารับทราบเหตุผลออก พ.ร.ก.

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า พล.อ.ศิริชัยได้มอบหมายให้นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นผู้แถลงในรายละเอียดของมาตรการต่างๆ ในช่วงเช้าวันที่ 5 ก.ค. ซึ่งในวันเดียวกัน ได้มีการเชิญหน่วยงานต่างๆ มาร่วมเสวนาเกี่ยวกับเหตุผลการออก พ.ร.ก. บทลงโทษ ผลกระทบและมาตรการบรรเทาผลกระทบ จาก พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ในเวลา 09.00-12.00 น. ที่ห้องประชุมจอมพล ป.พิบูลสงคราม มีผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย คณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) อนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงาน ต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (อกนร.) ภาครัฐ ภาคเอกชน เอ็นจีโอ ผู้แทนนายจ้าง บริษัทนำเข้า ผู้แทนเครือข่ายแรงงาน และผู้แทนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

ภาคเอกชนพอใจ คสช.แก้ปัญหา

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนพอใจกับการตัดสินใจที่ คสช. เห็นชอบให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ชะลอบังคับใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวจำนวน 4 มาตรา ออกไป 180 วัน เพื่อให้เวลานายจ้างและแรงงานปรับตัว แต่ในเรื่องของโทษปรับนั้น มองว่าสูงเกินไป ถือเป็นโจทย์ที่ต้องแก้ไขต่อ ระยะเวลาดังกล่าวจะเพียงพอหรือไม่ ยังเร็วเกินไปที่จะบอก เพราะมีรายละเอียดในขั้นตอนการปฏิบัติอยู่เยอะ แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ภาครัฐตอบรับในเรื่องนี้เร็วมาก สิ่งที่เอกชนต้องการจากนี้คือขอให้เอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมแสดงความเห็นในขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้แรงงานเข้าระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายและจะช่วยแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และมีโอกาสที่ไทยจะได้ขยับอันดับขึ้น จากล่าสุดรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ฉบับล่าสุดของสหรัฐฯ ไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มที่ 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง (เทียร์ ทู วอตช์ลิสต์)

เห็นด้วยเรื่องค่าปรับสูง

ส่วนนายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เชื่อว่าการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว จะต้องมีการทำจับคู่กันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ต้องรอมาตรการของกระทรวงแรงงาน จึงยังประเมินไม่ได้ว่า ระยะเวลา 180 วัน ที่ คสช.ชะลอการบังคับใช้กฎหมายออกไปนั้น จะเพียงพอหรือไม่ กรณีการเรียกเงินจากปัญหาแรงงานผิดกฎหมายนั้น ภาครัฐออกมายอมรับแล้วว่า มีบางกรณีเกิดขึ้นจริง ส.อ.ท.ได้แจ้งให้สมาชิกทราบว่า หากมีเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น ขอให้แจ้งภาครัฐดำเนินการทันที ส่วนเรื่องค่าปรับนั้น ส่วนตัวเห็นด้วยเพื่อลงโทษผู้ที่จงใจทำผิดกฎหมาย แต่ก็ต้องเปิดโอกาสให้ผู้บริสุทธิ์ที่ตั้งใจทำถูกกฎหมายด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องอาชีพสงวนนั้น คิดว่ารัฐบาลควรทบทวน เพราะที่ผ่านมาแม้มีการปรับปรุงบ้างแล้ว แต่ก็ควรประเมินอย่างจริงจัง หากอาชีพไหนไม่มีแรงงานคนไทยทำจริง ก็ควรต้องปรับเปลี่ยน

“กลินท์” ห่วงแรงงานต่างด้าวด้านอื่น

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ระยะเวลา 180 วัน ที่ คสช.ให้มานั้นนับว่าดี อย่างไรก็ตาม ยังมีความเป็นห่วงแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในไทย ทั้งในภาคการเกษตร เช่น แรงงานเก็บผลไม้ รวมไปถึงแรงงานภาคธุรกิจเอสเอ็มอีและงานบริการต่างๆ เช่น แรงงานแม่บ้านที่มีจำนวนค่อนข้างมาก การรายงานตัวทำให้ถูกกฎหมาย คงต้องมีนายจ้างไปด้วย

ผวจ.ตากพบ ผวจ.เมียวดี

ในส่วนการเดินทางกลับประเทศของแรงงานต่างด้าวนั้น ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.ตาก นำคณะไปตรวจด่านชายแดนเชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา อ.แม่สอด จุดส่งกลับแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนให้อำนวยความสะดวก อย่าให้เกิดปัญหาดังเช่นที่ผ่านมา จากนั้นนายเจริญฤทธิ์เดินทางไปพบนายทูนวิน ผวจ.เมียวดี เพื่อความสัมพันธ์อันดี และยังมอบหมายให้นายสุทธา สายวาณิชย์ รอง ผวจ. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ไปตรวจดูความเรียบร้อยตามด่านต่างๆ บนเส้นทางสายตาก-แม่สอด มอบแนวทางการปฏิบัติงานด้วย นายเจริญกล่าวว่า การเดินทางไปพบนายทูนวินครั้งนี้ เพื่อแสดงความจริงใจ เมื่อได้รับหนังสือร้องขอมา ก็พร้อมจะอำนวยความสะดวก รวมทั้งจะขอข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่ากลุ่มไหนมีพฤติกรรมนอกลู่นอกทาง แม้ว่าจะมีข้อมูลอยู่แล้ว ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่กระทบความสัมพันธ์ เพราะมีความจริงใจให้กัน เมื่อเกิดปัญหาก็พร้อมจะแก้ไข รวมทั้งมอบนโยบายให้ดูแลแรงงานทุกคนที่เดินทางกลับอย่างปลอดภัย พร้อมดูแลเรื่องอาหารและน้ำดื่มด้วย ส่วนสถานการณ์ในวันเดียวกันมีแรงงานชาวเมียนมา เดินทางกลับตลอดวันประมาณ 2 พันคน

ห้ามเขมรเข้าไทยแบบเช้าไปเย็นกลับ

ด้านนายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา นอภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว กล่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 4 ก.ค. รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหารพราน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามจุดอนุโลมฯ ว่ากัมพูชาไม่อนุญาตให้แรงงานกัมพูชาพวกไปเช้ากลับเย็น เข้ามาทำงานในไทย ได้ประสานและแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้เตรียมพร้อมรับมือ เบื้องต้นทราบว่า เหตุที่กัมพูชาไม่ให้แรงงานเข้ามาเนื่องจากเกรงว่าในส่วนของแรงงานกลุ่มนี้ อาจถูกเจ้าหน้าที่ไทยจับปรับ เชื่อว่าเพราะกัมพูชาเป็นห่วงราษฎรของเขากลัวจะถูกจับ เพราะมีโทษที่ค่อนข้างรุนแรง ทั้งนี้ ได้วางแผนดำเนินงานการใช้แรงงานต่างๆ รวมถึงต้องใช้เครื่องมือในการเกษตรต่างๆเข้ามาช่วยเหลือโดยเฉพาะการรวมกลุ่มทำงานต่างๆในอนาคต ต้องนำแรงงานทั้งหมดเข้าสู่ระบบและเข้าตามช่องทางที่ถูกต้องเท่านั้น นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังด้านความมั่นคงในพื้นที่ด้วย

คลอดคำสั่ง หน.คสช.

ช่วงเย็นวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 33/2560 เรื่อง มาตรการชั่วคราว เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2557 หัวหน้า คสช.โดยความเห็นชอบของ คสช. มีคำสั่งให้ มาตรา 101 102 119 และ 122 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 61 ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามกฎหมายหรือคำสั่งนี้ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ให้กระทรวง แรงงานดำเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าวเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน โดยให้คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. 2560 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 4 ก.ค. พ.ศ.2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.