บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้ว่าฯสุราษฎร์จ่อดำเนินคดีสื่อท้องถิ่น เสนอข่าวสาวเบลเยียมบิดเบือน

ผวจ.สุราษฎร์ธานี พร้อมอัยการ ทหาร ลงพื้นที่เกาะเต่า พบปะกับผู้ประกอบการ และชาวบ้านกว่า 200 คน เพื่ออธิบายถึงคดีสาวเบลเยียม พร้อมเตรียมแจ้งความดำเนินคดีเว็ปไซต์สมุยไทม์ ที่เสนอข่าวบิดเบือน และกล่าวหาเกาะเต่าเป็นเกาะฆาตกรรม...

กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.เอลิส ดาลมานจ์ นักท่องเที่ยวสาวเบลเยียม ที่แขวนคอตายบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับคดีดังกล่าว จนสามารถยืนยันได้ว่านักท่องเที่ยวสาวฆ่าตัวตายเอง ไม่ได้ถูกฆาตกรรมตามที่มีการตั้งประเด็นจากสื่อต่างชาติ กลายเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังตามตรวจสอบพฤติกรรมของลัทธิ “ไส บาบา” บนเกาะพะงัน ซึ่งแม่ของผู้ตายมีความสงสัยเนื่องจากลูกสาวเขาไปเป็นสมาชิกของลัทธิดังกล่าว ก่อนจะเสียชีวิตนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 4 ก.ค.2560 นายอวยชัย อินทร์นาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายสมควร เรืองวุฒิ อัยการประจำ จ.สุราษฎร์ธานี พ.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รอง ผบ.ร.5 นายเกริกไกร สงธานี นอภ.เกาะพะงัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีการตายของ น.ส.เอลิส ได้เชิญประชุมชาวบ้าน ผู้ประกอบการ บนเกาะเต่ากว่า 200 คน บริเวณที่ทำการอำเภอเกาะเต่า (ส่วนหน้า) เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นให้กับชาวบ้านบนเกาะเต่าได้รับทราบ พร้อมทั้งรับฟังความเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ ว่าจะดำเนินการทางกฎหมายกับสื่อท้องถิ่นออนไลน์ “สมุยไทม์” ที่นำเสนอข่าวในข้อมูลที่บิดเบือน ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเกาะเต่า ที่ถูกสื่อต่างประเทศขนานนามว่า “เกาะฆาตกรรม”

นายอวยชัย กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถคลี่คลายคดีจนกระจ่างแล้วในทุกประเด็น ซึ่ง น.ส.เอลิส ไม่ได้ถูกฆาตกรรมตามที่สื่อดังกล่าวอ้าง โดยวันนี้กลุ่มชาวบ้านต้องการให้เรียกร้องความยุติธรรมกลับมาให้กับเกาะเต่า โดยตนได้หารือกับทางพนักงานอัยการ ในเรื่องของข้อกฎหมาย ว่าจะดำเนินคดีกับสื่อดังกล่าวในข้อหาใดได้บ้าง และจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ให้ติดตามตัวเจ้าของเว็บไซต์ดังกล่าวมาดำเนินคดี ในส่วนของการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่านั้น มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่สามารถให้ความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวได้ บนเกาะเต่ามีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ที่ผ่านมาคดีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตและหายตัวทั้ง 7 คดีที่สื่อต่างชาติกล่าวหา ทางพนักงานสอบสวนก็ดำเนินการทุกคดีอย่างตรงไปตรงมา ต่อไปหากประชาชนพบเห็นเบาะแสใดๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที

ด้าน นายสมควร กล่าวว่า การดำเนินคดีกับเว็บไซต์สมุยไทม์ สื่อท้องถิ่นที่เปิดประเด็นข่าวดังกล่าวขึ้นมาไม่ตรงความจริงนั้น เบื้องต้นจะแจ้งข้อหาหมิ่นประมาท รวมทั้งความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่จะมีข้อหาใดเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่นั้น ต้องดูรายละเอียดของคดีอีกครั้ง

ขณะที่ การสืบสวนคลี่คลายคดี พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี นำทีมสอบสวนลงมาพื้นที่เกาะพะงัน เพื่อติดตามตัว น.ส.เนโร นักท่องเที่ยวหญิงสัญชาติชิลี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเพื่อนสนิทของ น.ส.เอลิส โดย พ.ต.อ.สมชาย นพศรี ผกก.สภ.เกาะพะงัน สั่งตำรวจชุดสืบสวนออกติดตามตัวจนสามารถตามหาพบบนเกาะพะงัน และเชิญมาสอบปากคำที่ สภ.เกาะพะงัน เพื่อสืบหาความเชื่อมโยงต่างๆ ของคดี ส่วนการรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับคดี ทางตำรวจรวบรวมไว้ครบหมดแล้ว สามารถเชื่อมโยงได้หมดทุกประเด็น โดยเชื่อว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตในวันที่ 21 เม.ย.โดยซื้อข้าวเปล่ากินเป็นมื้อสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจฆ่าตัวตาย

ส่วน พ.ต.อ.สมชาย กล่าวภายหลังการสอบปากคำว่า จากการสอบสวนเพื่อนของผู้ตาย ทราบว่า น.ส.เนโร รู้จักกับผู้ตายจริง โดยเมื่อต้นเดือน เม.ย.ซึ่งเป็นเดือนที่เกิดเหตุ น.ส.เนโร ได้รับการติดต่อจากผู้ตาย ให้เดินทางไปรับที่กรุงเทพฯ ซึ่งน่าจะเป็นหลังเกิดเหตุผู้ตายพยายามฆ่าตัวตายโดยกระโดดให้รถไฟชน แล้วถูกช่วยเหลือไว้ได้ อย่างไรก็ตามเพื่อนของผู้ตายเองไม่ทราบว่าผู้ตายพยายามฆ่าตัวตายที่กรุงเทพฯ แต่เข้าใจว่าผู้ตายจะเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนที่เกาะพะงัน จึงเดินทางไปรับมา และมาอยู่ด้วยกันบนเกาะพะงัน ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่บนเกาะ ผู้ตายมีอาการซึมเศร้า ไม่ค่อยพูดจากับใคร ซึ่งเพื่อนๆ ไม่มีใครสอบถามว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เนื่องจากลัทธิไสบาบา ที่พวกผู้ตายและเพื่อนเป็นสมาชิกอยู่ จะมีกฎว่าห้ามถามปัญหาอะไรกับใคร นอกจากเจ้าตัวจะเล่าปัญหาให้ทราบเอง ต่อมาผู้ตายบ่นให้ฟังว่าอยากจะกลับบ้าน และบอกว่าจะเดินทางไปเที่ยวดำน้ำที่เกาะเต่าก่อน เพื่อนผู้ตายจึงส่งผู้ตายขึ้นเรือเดินทางไปเกาะเต่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย. หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนมาทราบว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้ว

ผกก.สภ.เกาะพะงัน กล่าวด้วยว่า ในส่วนของลัทธิไสบาบา ซึ่งตำรวจเข้าตรวจสอบบนเกาะพะงันนั้น ทางตำรวจได้เชิญตัวสมาชิกในกลุ่มมาสอบสวนทำประวัติไว้ทั้งหมด แต่ไม่มีการแจ้งข้อหาดำเนินคดี เนื่องจากสมาชิกกลุ่มปฏิเสธเรื่องพฤติกรรมการมั่วเซ็กส์ นอกจากนี้ยังไม่เคยมีประวัติว่าสมาชิกของกลุ่มจะฆ่าตัวตายมาก่อน โดยอ้างว่ากิจกรรมที่ทำกันในกลุ่มคือการทำสมาธิ ฝึกจิต เท่านั้น อย่างไรก็ตามตำรวจจะคอยจับตาดูพฤติกรรมของกลุ่มลัทธิดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง หากมีการกระทำความผิดก็จะดำเนินการต่อไป.