วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้ช่วย "คนจน" ครม.เทงบไม่มีอั้น

ทุ่ม 2.57 หมื่นล้านตามรอยเท้าพ่อ-ซื้อข้าว-บัตรคนจน

มาเต็มอีกแล้ว! ครม.เทงบ 25,768 ล้านบาทช่วยเกษตรกร ทำโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ วงเงิน 22,895 ล้านบาท เทิดพระเกียรติ ร.9–ร.10 ทุ่มจ้างงานเกษตรกรให้หมดใน 2 เดือน ชุมชนละ 2.5 ล้านบาททั่วประเทศ จัดโครงการหนุนข้าวอินทรีย์ 2,873 ล้านบาท แถมอนุมัติงบทำบัตรคนจนอีก 1,581 ล้านบาท

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการดำเนินงานโครงการพัฒนาด้านการเกษตร “โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน วงเงินงบประมาณ 22,895.36 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณสนับสนุนชุมชนเกษตรชุมชนละ 2.5 ล้านบาท จำนวน 9,101 ชุมชน แบ่งเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) 882 แห่งและเครือข่ายอีก 8,219 แห่ง ครอบคลุมทุกตำบลในประเทศไทย เป็นเงิน 22,752.5 ล้านบาท ขณะที่แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายบริหารจัดการโครงการ เช่น การประชุมชี้แจง จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น อบรม ประชาสัมพันธ์วงเงิน 142.86 ล้านบาท โดยใช้เงินจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นปี 2560 เพื่อสนับสนุนในโครงการ 9,101 โครงการ โครงการละ 2.5ล้านบาท มีเป้าหมายเป็นเกษตรกรเข้าร่วมโครงการชุมชนละ 500 ราย รวมเกษตรกร 4,550,500 ราย

ทั้งนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ คือเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทุกสาขาอาชีพ และได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการโครงการระดับชุมชนให้เข้าร่วมโครงการ โดยรวมตัวกันไม่น้อยกว่ากลุ่มละ 10 คน เน้นการจ้างแรงงานในชุมชนเป็นหลักไม่น้อยกว่า 50% ของวงเงินโครงการที่ได้รับการสนับสนุน ระยะเวลาดำเนินโครงการจะต้องเบิกจ่ายงบประมาณครึ่งหนึ่งของวงเงินงบประมาณภายในเดือน ก.ค.นี้ และอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำในที่ประชุม ครม.ให้เบิกจ่ายภายในเดือน ส.ค.2560

9101 โครงการเทิดพระเกียรติ ร.9–ร.10

โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ที่แต่ละชุมชนเสนอจะต้องเป็นกิจกรรมที่สามารถดำเนินการได้ทันที มีประโยชน์กับชุมชน และมีความยั่งยืน และเป็นโครงการในลักษณะลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับมาตรฐานสินค้ารวม 9 ด้าน คือ ด้านการผลิตพืชและพันธุ์สัตว์, ด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์, ด้านการจัด การศัตรูพืช, ด้านฟาร์มชุมชน,ด้านการผลิตอาหาร และการแปรรูปและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร, ด้านปศุสัตว์, ด้านประมง, ด้านการปรับปรุงบำรุงดิน และด้านการเกษตรอื่นๆตามการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด

“ช่วงนี้เป็นช่วงที่เกษตรกรกำลังรอการเก็บเกี่ยวอยู่โดยเฉพาะชาวนา ซึ่งกว่าผลผลิตจะออกก็ไม่ต่ำกว่าเดือน ส.ค.-ก.ย. ดังนั้น โครงการ 9101 นี้จะช่วยเกษตรกรได้มาก สำหรับตัวเลข 9101 ทางกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า มาจากรัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 10 และปีที่ 1 ในรัชกาลที่ 10”

ทุ่มเฉียด 2,900 ล้านบาท “ปลูกข้าวอินทรีย์”

นายณัฐพร กล่าวต่อว่า ครม.ยังได้อนุมัติโครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าวที่มีการปฏิบัติตามระบบการเกษตรที่ดี (จีเอพี) ภายใต้แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรปี 2560-2561 ซึ่งที่ผ่านมาข้าวอินทรีย์และข้าวจีเอพีจะขายได้ราคาไม่แตกต่างจากข้าวธรรมดาทั่วไป ทำให้ไม่มีแรงจูงใจให้เกษตรกรหันไปปลูกข้าวอินทรีย์และข้าวจีเอพี ดังนั้น จึงมีโครงการที่จะช่วยชี้นำราคาข้าวทั้ง 2 ชนิดให้ชาวนาขายข้าวได้ราคาดีขึ้นตามคุณภาพ โดยกระทรวงเกษตรจะจับคู่ชาวนาและผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมโครงการทำบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยูที่จะซื้อข้าวอินทรีย์และข้าวจีเอพีในโครงการ โดยผู้ประกอบการสามารถขอรับการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% ต่อปี และธนาคารสมทบชดเชยดอกเบี้ยอีก 1% ต่อปี โดยมีเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการซื้อข้าวจากชาวนาที่ร่วมโครงการสูงกว่าราคาตลาด 4% ยกเว้นข้าวออร์แกนิกไทยแลนด์ จะได้รับราคาสูงกว่าตลาด 15%

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะจัดสรรโควตา 10% ของการส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรปหรืออียู หรือปีละ 2,000 ตัน ให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการและสนับสนุนค่าตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนบริโภคข้าวอินทรีย์และข้าวจีเอพีมากขึ้น ใช้วงเงินรวมทั้งสิ้น 2,873 ล้านบาท

โอ้โห!ทำบัตรคนจนกว่า 1,700 ล้านบาท

ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.อนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นและผูกพันงบประมาณ ประจำปี 2560 วงเงินรวม 1,705 ล้านบาท สำหรับโครงการจัดทำบัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการวงเงิน 124 ล้านบาท ครอบคลุมข้าราชการ 4.5 ล้านคน และโครงการจัดทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้แก่ผู้มีสิทธิ์ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 วงเงิน 1,581 ล้านบาท ครอบคลุมกลุ่มคนมีรายได้น้อยกว่า 14 ล้านคน เพื่อให้สามารถมีบัตรใช้ได้ทันภายในวันที่ 1 ต.ค.2560 นี้

สำหรับการจัดทำบัตรสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการนั้น มีเป้าหมายเพื่อควบคุมปัญหาการขอเบิกค่ารักษาพยาบาลซ้ำซ้อน หรือการสร้างข้อมูลส่งเบิกโดยที่ผู้มีสิทธิไม่ได้เข้ารับการรักษา และยังพบพฤติกรรมการเข้ารับบริการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิและครอบครัวส่อไปในทางทุจริต แบบเวียนเทียนรับยาไปขายต่อ ซึ่งแต่ละปีมีงบประมาณที่เพิ่มขึ้นถึง 4,000-5,000 ล้านบาท.