วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับหนุ่มแสบ ตุ๋นซื้อดาวน์รถ-เชิดหนีนำไปขายต่อ เสียหายกว่า 20 ล้าน

กองปราบบุกรวบหนุ่มแสบวีรกรรมเพียบ หลอกตุ๋นเหยื่อทั่วประเทศซื้อดาวน์รถในราคาสูง ก่อนชิ่งหนีนำไปขายต่อหน้าตาเฉย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท เผยพฤติการณ์สร้างความน่าเชื่อถือ ให้รถเบนซ์เป็นหลักค้ำประกัน พาเยี่ยมชมบ้านพัก

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 4 ก.ค.60 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล สว.กก.3 บก.ป.ขยายผลหาของกลางหลังจากที่เจ้าหน้าที่กก.3.บก.ป.จับกุม นายลาภวงศ์ วัชรวันทานนท์ หรือกอล์ฟ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหัวหิน ที่ 122/2560 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ ได้ที่หน้าร้านกาแฟ สนามกีฬาธูปะเตมีย์ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.สุทิน กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหาย 14 ราย ได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป.ให้ดำเนินคดีกับนายลาภวงศ์ ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ หลังจากนายลาภวงศ์ เปิดเฟซบุ๊กในชื่อ GIW Lapwong เต็นท์รถ Lapwong_รถบ้าน รวมทั้งลงอินสตราแกรม และโฆษณาตามเว็บไซต์ต่างๆ รับซื้อขายรถยนต์ ด้วยการหลอกซื้อดาวน์รถในราคาสูง ก่อนจะนำรถดังกล่าวไปขาย จนเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ตรวจสอบพบมีผู้ตกเป็นเหยื่อหลายรายทั่วประเทศ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท จากนั้นผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้กับตำรวจท้องที่ต่างๆ พบว่าผู้ต้องหามีหมายจับติดตัวอยู่กว่า 5 หมายจับ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป.ลงพื้นที่สืบสวนติดตาม กระทั่งพบว่าผู้ต้องหาหลบหนีคดีมาอาศัยอยู่ที่ย่านคลองสามวา กทม.และ จ.ปทุมธานี จึงวางแผนเข้าจับกุมไว้ได้ สอบสวนนายลาภวงศ์ ให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.สุทิน กล่าวอีกว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ กก.3.บก.ป.จับกุมผู้ต้องหาได้สอบสวนขยายผล ตรวจสอบหาสถานที่เก็บรถจนตรวจสอบข้อมูลแน่ชัด จึงได้ขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ ค.290/2560 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2560 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 60/247 หมู่บ้านกฤษดานคร 25 แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กทม. พบรถยนต์ของผู้เสียหายที่แจ้งความไว้กับกองปราบปรามบางส่วน ก่อนตรวจสอบหลักฐานพร้อมกับส่งคืนให้กับเจ้าของ นอกจากนี้ยังพบรถยนต์อีก 65 คัน ที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเอาผิดผู้ต้องหารายนี้เพิ่มเติม

ด้าน นายวัฒนพร พิทักษ์ศักดิ์เสรี นายกสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวว่า อยากฝากเตือนไปยังประชาชนที่มีรถติดสัญญาอยู่กับบริษัทไฟแนนซ์ ที่มีความต้องการจะขายรถยนต์ให้กับบุคคลอื่นนั้น อยากให้เจ้าของรถติดต่อกับบริษัทไฟแนนซ์เพื่อเปลี่ยนสัญญาซื้อรถให้ถูกต้องตามหลักการ อย่าซื้อขายรถกันเพียงลำพังโดยที่บริษัทไฟแนนซ์ไม่ทราบเรื่อง จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง

นายทองสุข กิมซือ หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ซื้อรถมาสด้า อาร์เอ็กซ์ 8 ราคา 1.2 ล้านบาท ผ่อนชำระไปแล้วกว่า 2 แสนบาท ต่อมาเริ่มผ่อนไม่ไหว จึงประกาศขายรถผ่านทางอินเทอร์เน็ต จากนั้นผู้ต้องหาได้ติดต่อมา ขอซื้อรถโดยสัญญาว่าจะปิดไฟแนนซ์ให้ และนำรถเบนซ์มาให้ไว้เพื่อเป็นหลักค้ำประกัน จนกว่าจะขายรถได้ ผ่านไป 7 วัน ผู้ต้องหาได้กลับมาหาอีกครั้งขอรถเบนซ์คืน อ้างว่าขอเวลา 3 เดือนจะนำเงินมาซื้อขาดรถยนต์คันดังกล่าว

นอกจากนี้ยังพาตนเดินทางไปเยี่ยมชมที่บ้านพักเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่ามีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งมีรถจอดอยู่หลายคัน ตนจึงยอมขายดาวน์ให้ไป กระทั่ง 6 เดือนผ่านไป ยังไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ต้องหา ระหว่างนั้นมีหนังสือทวงถามค่างวดจากไฟแนนซ์ เลยรู้สึกไม่มั่นใจ กลัวถูกหลอก จึงโพสต์เฟซบุ๊กบอกพฤติการณ์ของผู้ต้องหา ก่อนจะมีคนเข้ามาบอกว่าถูกกระทำลักษณะเดียวกัน หลังจากนั้นได้รวมตัวกันไปหาต้องหาที่บ้าน ขอรถคืน แต่ผู้ต้องหา อ้างเอารถไปจำนำในราคา 2 แสนบาท หากจะเอารถคืนต้องหาเงินไปไถ่ถอนเอง จึงเข้าแจ้งความไว้ที่พื้นที่ ก่อนนำบันทึกแจ้งความมาร้องขอความช่วยเหลือที่กองปราบปราม จากการตรวจสอบรถของนายทองสุขนั้น พบว่าถูกนำไปจำนำถึง 4 ทอด.