บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รองปลัดฯมท.ประชุมบูรณาการติดตาม แก้ไขปัญหายาเสพติด 17 จ.ภาคเหนือ

รองปลัดฯ มท. ประชุมติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อเป็นแนวทางดำเนินการอุดช่องว่างแก้ไขเชิงนโยบาย...

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ก.ค. ที่โรงแรมอมรินทร์ลากูน จ.พิษณุโลก นายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานคณะอนุกรรมการกำกับติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นประธานมอบนโยบายและประชุมตรวจติดตามนิเทศงานของคณะอนุกรรมการกำกับติดตาม ผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดปี 2560 ในพื้นที่ 17 ภาคเหนือ โดยมีผู้แทนกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กอ.รมน. จเรตำรวจแห่งชาติ บช.ปส. กรมการปกครอง ผู้แทนจากหน่วยงานระดับจังหวัดในพื้นที่กลุ่มภาคเหนือ 17 จังหวัด และผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 และภาค 6 จำนวน 160 คน เข้าร่วมประชุมและรับมอบนโยบาย

นายประยูร กล่าวว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบสถานการณ์และผลการดำเนินงานในภาพรวมของแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ปี 2560 และผลการดำเนินงานในพื้นที่ รวมทั้งรับทราบปัญหาอุปสรรคตลอดจนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแผนปฏิบัติการ หรือวิธีการ เพื่อให้บรรลุผล เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยให้ความสำคัญกับการป้องกัน และบำบัดรักษาผู้เสพติด ผู้ติดในเชิงของระบบสาธารณสุข ผู้เสพ คือผู้ป่วย ต้องได้รับการบำบัดรักษา โดยทุกภาคส่วนต้องรวมกันป้องกันไม่ให้รายใหม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในวงจรยาเสพติด ในด้าน Supply ยาเสพติดที่ลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นการลักลอบนำเข้ายาบ้าจากสามเหลี่ยมทองคำ เข้าทางพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะด้านจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ทั้งด้าน Demand และ Supply ซึ่งตัวเลขมีนัยสำคัญในเรื่องของการเพิ่มขึ้นของภัยคุกคามปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ ในระดับหมู่บ้านและชุมชน จะเห็นได้จากผลการจับกุมยาเสพติดในปริมาณมาก ผู้เกี่ยวข้องมีทุกระดับ เป็นเครือข่าย อยู่ในทุกกลุ่มอาชีพ แม้แต่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐก็มีส่วนเกี่ยวข้อง อนุกรรมการกำกับติดตามฯ ระดับจังหวัด จะต้องรับไปปฏิบัติขับเคลื่อนการทำงานในระดับพื้นที่จังหวัด หากพบปัญหาหรือมีข้อเสนอแนะต่อฝ่ายนโยบายขอให้แจ้งให้ทราบ เพื่อเป็นแนวทางที่จะดำเนินอุดช่องว่าง หรือการแก้ไขในเชิงนโยบายต่อไป.