วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สืบสายพันธุ์เก่าแก่ “ข้าวดอย” ม้งเวียงแก่น


เมื่อพูดถึงวัฒนธรรมชนเผ่าในประเทศไทยยังพอมีให้สัมผัสและสืบสานไว้อย่างน่าสนใจ....!

ที่ยังทำในภาคเหนือ เป็นวิถีปลูกข้าวบนพื้นที่สูงของชาวม้ง หรือที่เรียกว่า “ข้าวดอย” ตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน และไปเก็บเกี่ยวอีกครั้งในเวลาไม่เกิน 120 วัน หรือราวๆเดือนตุลาคม

โดย นายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต กำนัน ต.ปอ.อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย และประธานชมรมชาวม้งแห่งประเทศไทย ได้ออกมาบอกถึงคุณลักษณะพิเศษของสายพันธุ์ข้าวที่นำมาใช้ปลูก

เป็นสายพันธุ์ข้าวชาวม้งที่เก่าแก่ถูกเก็บรักษามารุ่นต่อรุ่นตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ เรียกกันว่า “ข้าวดอย” ลักษณะเมล็ดข้าวจะสั้นใหญ่ ทนทานเชื้อโรคและแมลงศัตรูข้าว ต้นทุนการผลิตจึงไม่สูงเพราะไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง

แถมยังเป็นข้าวอินทรีย์ ที่ใช้วิธีปลูกแบบดั้งเดิม ด้วยการหยอดหลุม (Drilling) เริ่มจากใช้ไม้ หรือเหล็กปลายแหลม กระทุ้งดินที่มีความชื้นเป็นหลุมลึก 2-3 ซม. ระยะห่างประมาณ 25-30 ซม.
เสร็จแล้วนำข้าวที่แช่น้ำทิ้งไว้หยอดลงในหลุมละ 5-8 เมล็ด ถัวเฉลี่ยใน 1 ไร่ใช้พันธุ์ข้าวประมาณ 6-8 กก.

เป็นไปตามวิถีบรรพบุรุษที่ชาวม้งทุกครอบครัวต้องปลูกข้าวไว้กินเองบ้าง ซึ่งข้าวที่ได้จะแบ่งเก็บเป็นสายพันธุ์ไว้ปลูกในฤดูต่อไป ส่วนที่เหลือจะนำไปคั่วอบให้แห้งแล้วตำด้วยครกโดยไม่ได้ใช้เครื่องจักรสีแต่อย่างใด

ด้วยวิธีโบราณนี้ ผิวสีขาวของข้าวใหม่ซึ่งอุดมไปด้วยประโยชน์จะไม่ถูกขัดออกไปจนมากเกิน นำไปหุงจะหอม และมีความเหนียวของยางข้าวเล็กน้อย รสชาติจึงเหมือนข้าวญี่ปุ่น นิยมกินกับไก่-หมู และผัดหรือต้มซดน้ำ

แต่ก่อนจะเปิบเป็นอาหารมื้อแรกต้องนำไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษเสียก่อน เสร็จแล้วจึงเชิญแขกผู้ใหญ่มาร่วมรับประทานข้าวดอย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในตลาด โดยเฉพาะชุมชนชาวม้งในสหรัฐอเมริกา นำเข้าปีละหลายร้อยตัน

ที่สำคัญราคาจำหน่ายในบ้านเราอยู่ที่ถังละ 1,000 บาทเท่านั้น แต่ถ้าที่อเมริกาสูงถึง กก.ละ 80-100 เหรียญ

นี่ถ้าม้งเวียงแก่นปลูกเป็นข้าวคุณภาพดีก็น่าเป็นสินค้าที่มีอนาคตสดใสได้ปลื้มอย่างแน่นอน....!

อนุชิต โพธิ์นาค