วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่โต้ฉะเดือด ว้ากลั่นพวกบ้าบอ จี้ถามลงเลือกตั้ง

ชงคุมสื่อโซเชียล จับสแกนนิ้ว-หน้า

“บิ๊กตู่” โต้พวกบ้าบอคอแตกจี้ให้ตอบลง-ไม่ลงเลือกตั้ง ลั่น “มันเรื่องของผม” ซัดคนขวาง ก.ม.ยุทธศาสตร์ฯ ไม่มีงานทำหรือไง โอดกลายเป็นตัวจุดชนวนแค่แต่งกลอนยังทำกวีตีกันเละ ปชป.สวนหมัดฟ้องศาล รธน.เพื่อความถูกต้อง ดักคออย่าขวางอำนาจตุลาการ “เรืองไกร” ตื๊อไม่เลิกจี้ทบทวน พลังชลปัดเจรจาหนุนพรรคทหาร สปท.ลุยต่อยกเครื่องฝ่ายนิติบัญญัติ มีก๊วนสวนกระแสขอคงงบทัวร์นอกไว้ สปท.ด้านสื่อเจ้าเก่าชงแผนตีตราโลกโซเชียล ต้องสแกนนิ้วมือ-ใบหน้าลงทะเบียน โหวตท่วมท้น 144 ต่อ 1 ส่ง ครม.รับไม้ต่อ “ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช.เอาผิด ครม.เอื้อเอกชนสร้างหอชมเมือง

หลังจากถูกฝ่ายการเมืองกดดันดาหน้าออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ประกาศความชัดเจนว่าจะลงสนามเลือกตั้ง เพื่อปูทางกลับมาเป็นนายกฯรอบสองหรือไม่ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ออกมาตอบโต้ว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่เป็นเรื่องส่วนตัว

“บิ๊กตู่” โต้ลั่นพวกบ้าบอคอแตก

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.ค.ที่ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2560 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมกล่าวปาฐกถา เรื่อง “ขับเคลื่อนแผนฯ 12 สู่อนาคตประเทศไทย” ว่า วันนี้ประเทศต้องเร่งเดินหน้าสู่เส้นชัยหลังหยุดเดินมานาน กำหนดโรดแม็ปวางแผนงานไว้หมดแล้ว แต่ไม่ได้ล็อกว่าใครต้องทำอย่างไร แค่ตีกรอบสู่เป้าหมาย ทุกคนกินอิ่มนอนหลับ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สังคมสมานฉันท์ “วันนี้เห็นได้ว่าหนังสือพิมพ์ทีวี วุ่นวายอยู่กับเรื่องของผม จะลงเลือกตั้งหรือไม่บ้าบอคอแตก จะเป็นจะตาย อย่าไปสนใจ อยากพูดอะไรพูดไป เลือกตั้งมันเรื่องของผม ตอบชัดเจนแบบนี้แล้วอย่ามาถามผมอีก ถามกันอยู่ได้”

ซัดคนขวางยุทธศาสตร์ไม่มีงานทำ

นายกฯกล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เลวทั้งหมด แต่ยอมรับสังคมส่วนรวมมีปัญหา มีคนดี มีคนเลว ทำอย่างไรให้คนดีได้ทำงาน คนไม่ดีออกไป ก็ต้องมีกระบวนการยุติธรรม วันนี้ตีกันอีกร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ไอ้พวกช่างฟ้องอะไรนักหนา ประเทศชาติจะตายอยู่แล้ว ไปฟ้องศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีงานอะไรจะทำหรือไง หรือกลัวว่าจะไม่ได้ทำของตัวเองที่ไปโปรยหว่านไว้ตรงนั้นตรงนี้ ไม่อยากให้ฟังคนทักท้วงที่ไม่มีหลักการ บอกมีทุจริต เอื้อประโยชน์ ไม่ดูแลคนจน เอางบฯไปทำเสียหาย มากกว่าดูแลประชาชน พูดได้อย่างไร อยากได้เพิ่มบัตรทอง เรียนฟรี ถ้าไม่ลงทุนอนาคตแล้วจะได้เงินกลับมาอย่างไร หรือพอจะกู้บอกว่าจะเป็นหนี้สาธารณะ พอเริ่มลงทุนก็บอกทุจริต ปวดหัว ทุจริตคือทุจริต คิดดีคือคิดดี แยกออกจากกัน “ทุจริตก็เอาไปฆ่าทิ้ง หามา บอกผม เล่นงานไปเยอะแล้ว ไม่ได้ปล่อยปละละเลย”

เอาชาติไปประจานน่ารังเกียจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การทำงานวันนี้มีหลายคณะยังทำไม่ทันเลย ขั้นตอนเยอะ อะไรที่ปลดล็อกไม่ได้จริงๆต้องใช้มาตรา 44 ถามว่าวันหน้าถ้าไม่มีมาตรา 44 จะไปกันได้ไหมประเทศนี้ ฉะนั้นทำอะไรต้องรอบคอบ วันนี้ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ แผนแม่บทที่ต้องทำภายในปีนี้ตามรัฐธรรมนูญ อย่างคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ประธานคือนายกฯก็คือตน ต้องทำแผนแม่บทให้เสร็จเพื่อส่งต่อรัฐบาลต่อไป ใครจะมาเป็นนายกฯก็มาเป็นประธานต่อ ถ้าเขาไล่ออก เปลี่ยนคนใหม่ก็มาเป็นต่อ ส่วนความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ต้องใช้วิธีต่างตอบแทน เพราะบางอย่างเราทำไม่ได้ บางอย่างเราทำได้ เราต้องพัฒนา คนไทยต้องตื่นรู้มีจิตวิญญาณเป็นพลเมืองไทย ไม่ไปด่าประเทศตัวเองที่ต่างประเทศ มันน่ารังเกียจ ทำแทบตายกำลังแก้ปัญหา เหนื่อยและเครียดกันทุกคน แล้วไปประจานตัวเอง ประจานประเทศไทย มันเป็นอะไร

โอดแค่แต่งกลอนทำกวีเปิดศึก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า วันนี้ประเทศต้องเปลี่ยนโฉมเหมือนพวกเรา อย่างคนรุ่นตนหน้าโบราณ ขณะที่เยาวชนรุ่นหลังหน้าตาหล่อสวย แต่บางคนพยายามจะสวยก็ไปถูกเขาหลอกทำ ไปผ่าตัดเสริมสวยร้านที่ไม่ถูกกฎหมาย ราคาถูก เหมือนคำสุภาษิต “คนจะงาม งามที่ใจ ใช่ใบหน้า คนจะสวย สวยจรรยา ใช่ตาหวาน คนจะแก่ แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน คนจะรวย รวยศีลทาน ใช่บ้านโต” เดี๋ยวหาว่าพูดเป็นกลอนอีก แต่งกลอนไปหน่อยเดียวทะเลาะกันอีกแล้ว ในองค์กรกวีแห่งชาติทะเลาะกันสองฝ่าย ไม่เข้าใจว่าตนมันตัวเปิดศึกจริงๆหรือ เป็นคนคิดอะไรเร็ว คิดอะไรออกก็นั่งเขียนออกมา กลายเป็นสองฝ่ายศิลปินแห่งชาติทะเลาะกัน กลุ้มใจจริงๆ คงต้องหยุดพูดสักเดือน

“วิรัตน์” สวนฟ้องเพื่อความถูกต้อง

ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ไม่ใช่พวกตนไม่มีอะไรทำ แต่เป็นเรื่องความถูกต้อง ในบ้านเมือง ต้องการให้ประเทศอันเป็นที่รักของเราทุกคน เดินไปสู่เป้าหมายได้ การฟ้องร้องต่อศาลไม่ใช่เรื่องทำกันได้เล่นๆ แต่ต้องการให้องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยว่าสิ่งที่ถูกคืออะไร สิ่งไม่ถูกคืออะไร ยิ่งเป็นกรณีคาบเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดแล้ว เป็นเรื่องที่ทุกคนควรยอมรับบทบาทภาระหน้าที่ในศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น นายกฯก็ทำหน้าที่บริหารไป ไม่ควรไปขัดขวางอำนาจ ตุลาการ และในระบบนิติรัฐ ความชอบด้วยกฎหมาย และความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เป็นหลักการสำคัญในการปกครองบ้านเมือง ต้องเข้าใจเจตนาพวกเราด้วย การบริหารบ้านเมืองต้องถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถดำเนินการขับเคลื่อนประเทศชาติไปได้

“เรืองไกร” ตื๊อไม่เลิกจี้นายกฯทบทวน

ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ขอให้ตรวจสอบกรณี ครม.มีมติส่งร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก่อนรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ นายเรืองไกรกล่าวว่า ทั้งประธานสนช. และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรียืนยันว่าสามารถทำได้ แต่ตนมองว่าไม่น่าจะชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดให้ ดำเนินการหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ จึงขอให้นายกฯ ตรวจสอบว่ามติดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

“หน่อย” ฟุ้งถก รมช.เกษตรจีนฉลุย

ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ว่า มีโอกาสประชุมกับนายชี ตง ฮยี่ (Mr.Qu Dongyu) รมช.เกษตร ที่รับผิดชอบการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรที่จำหน่ายในจีน มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ โดยเฉพาะความร่วมมือการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทย สมัยที่ทำงานรับผิดชอบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาเจรจากับทางจีนหลายครั้ง เรื่องการอำนวยความสะดวกโดยการลดขั้นตอนการนำเข้าที่ซ้ำซ้อน จนทำให้สินค้าเกษตรจากไทยเน่าเสียก่อนนำออกจำหน่าย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลจีนแก้ปัญหานี้จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี

เร่งออกมาตรการช่วยชาวนาด่วน

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า มีชาวนาจาก หลายจังหวัดส่งคลิปวีดิโอร้องเรียนราคาข้าวตกต่ำมาที่ตน เพราะรัฐบาลนี้ไม่มีมาตรการช่วยเหลือเมื่อชาวนาขายข้าวไม่ได้ เศรษฐกิจฐานรากโดยเฉพาะภาคการเกษตรจึงไม่มีกำลังซื้อ ทุกวันนี้ข้าวเปลือกถูก ข้าวสารแพง สภาวะเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับยุคข้าวยากหมากแพง สะท้อนใจว่ากระดูกสันหลังของชาติผู้ปลูกข้าว ยังไม่สามารถซื้อข้าวกินเองได้ ถ้าชาวนากว่า 15 ล้านคนได้รับผลกระทบ เศรษฐกิจประเทศโดยเฉพาะด้านการบริโภคภายในประเทศจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย อยากร้องเรียนต่อรัฐบาลแทนชาวนาให้หามาตรการช่วยเหลือโดยด่วน

“ปู” ชวนแฟนคลับทำดอกไม้จันทน์

สำหรับความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า วันที่ 26 ต.ค. วันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เป็นวันรวมใจคนไทยทั้งชาติส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์-ดอกดารารัตน์ ที่บริเวณข้างบ้าน ซอยโยธินพัฒนา 3 วันที่ 4 ก.ค. เวลา 16.00-18.00 น. ถือโอกาสเชิญชวน แฟนเพจและพี่น้องประชาชนร่วมแรงร่วมใจกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ในครั้งนี้ร่วมกัน ท่านใดสะดวกขอเรียนเชิญมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อวันสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา

พลังชลปัดเจรจาหนุนพรรคทหาร

ด้านนายสุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล กล่าวว่า กรณีมีสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ทยอยลาออกว่า หากลาออกเพื่อไปเล่นการเมืองก็เป็นเรื่องของเขา เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนกลุ่มคนเหล่านี้จะไปอยู่พรรคใด หรือรวมตัวกันอย่างไรเป็นสิทธิของเขาที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการเลือกตั้งตามระบบไพรมารี ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคพลังชลจะไปรวมตัวสนับสนุนพรรคทหารนั้น ยืนยันไม่เป็นความจริง ยังไม่มีการพูดคุยอะไรเกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น เพราะยังติดเงื่อนไขห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง วันนี้พรรคพลังชลอยู่นิ่งๆไม่ได้ดำเนินการอะไร ส่วนท่าทีหลังจากนี้หากมีการปลดล็อก คงต้องดูกติกาใหม่ก่อนว่าจะทำอะไรได้แค่ไหนอย่างไร เราจะทำกิจกรรมตามที่กติกาใหม่กำหนดไว้เท่านั้น

วิป สนช.แจงไม่ได้จ้องคว่ำ ก.ม.ลูก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. กล่าวถึงกระแสข่าว สนช.อาจคว่ำกฎหมายลูกเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไปว่า ยืนยันไม่มีแน่นอน ที่ผ่านมีการพิจารณากฎหมายไปตามขั้นตอน ขณะนี้พิจารณากฎหมายไปแล้วกว่า 200 ฉบับ สำหรับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ มีระยะเวลากำหนดไว้ชัดเจน ขณะนี้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งมาแล้ว 5 ฉบับใน 3 เดือน คิดว่าจะพิจารณาเสร็จเร็วกว่ากำหนด ถือว่ามาครึ่งทางแล้ว แม้บางฉบับอาจตั้งกรรมาธิการร่วม แต่อยู่ในกรอบเวลาที่กำหนดไว้ เมื่อถามว่าที่เป็นกังวลว่ากฎหมายจะถูกคว่ำ เพราะ กรธ. และ สนช.มีความเห็นต่างกัน นพ.เจตน์ตอบว่า ไม่หรอก สุดท้ายแล้ว ต้องไปคุยกันในคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย

ปธ.กกต.พร้อมถก 6 ประเด็นแย้ง

ด้านนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการร่วมประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง วันที่ 4 ก.ค. ว่า 6 ประเด็นที่ กกต.ทักท้วงไป เพราะเห็นว่าไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ เราไม่หวังผลจะออกมาเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมฯ

สปท.ลุยต่อยกเครื่องนิติบัญญัติ

วันเดียวกันเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เพื่อพิจารณารายงาน “การปฏิรูปการปฏิบัติงานในรัฐสภา” ของคณะกรรมาธิการการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ มีสาระสำคัญ อาทิ เสนอให้ยกเลิกการจัดสรรงบประมาณทัวร์นอกของ ส.ส. และ ส.ว. การกำหนดมาตรฐานจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภาให้ชัดเจนและมีบทลงโทษรุนแรงขึ้น การเสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่จำเป็นต้องมาจากพรรคการเมืองเสียงข้างมาก การเสนอแก้ไข พ.ร.บ.สถาบันพระปกเกล้า ให้เป็นหน่วยงานทางวิชาการช่วยงานรัฐสภาเป็นสำคัญ และให้จัดหลักสูตรทางวิชาการเฉพาะสมาชิกรัฐสภาและตัวแทนพรรค การเมืองเท่านั้น ให้ยกเลิกหลักสูตรอื่นที่สร้างคอนเนกชั่นเชื่อมโยงกับนักการเมือง ผู้มีอำนาจ องค์กรอิสระ สร้างความเหลื่อมล้ำให้ต้องวิ่งเต้นใช้เส้นสายเข้ามาเรียนหลักสูตรต่างๆ

มีคนสวนกระแสยื้องบทัวร์นอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มี สปท.บางส่วนอภิปรายท้วงติงว่า ไม่ควรตัดงบดูงานต่างประเทศทิ้งทั้งหมด เพราะยังมีความจำเป็น ควรพิจารณาเป็นกรณีไป และ สปท.หลายคนยังไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้สถาบันพระปกเกล้ายกเลิกหลักสูตรการส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย นายกษิต ภิรมย์ รองประธาน สปท.ด้านการเมือง ชี้แจงว่า หลายหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้า ผู้ที่เข้าไปเรียนไม่ได้เข้าไปเรียน กลายเป็นนักล่าประกาศนียบัตร ไปหาคอนเนกชั่นกัน บางคนเวียน เรียนเกือบทุกหลักสูตร แต่ไม่เห็นนำไปใช้ประโยชน์พัฒนาประชาธิปไตย การเมืองไทยจึงเน่าเฟะต้องปฏิรูป สุดท้ายที่ประชุม สปท. มีมติเห็นชอบรายงานดังกล่าว ด้วยคะแนน 88 ต่อ 12 เสียง งดออกเสียง 48 เพื่อดำเนินการส่งเรื่องให้ ครม.รับไปพิจารณาต่อ

สปท.เจ้าเก่าชงแผนตีตราโซเชียล

ต่อมาประชุม สปท. พิจารณารายงาน “ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะการปฏิรูปการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย” พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานกรรมาธิการการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชน สปท. ชี้แจงว่า สิ่งที่น่าวิตกในปัจจุบันคือ สื่อกระแสหลักใช้สื่อออนไลน์มาแข่งขันนำเสนอข่าว ทำให้ฆาตกรฆ่าหั่นศพ กลายเป็นเน็ตไอดอล กมธ.จึงมีข้อเสนอแนวทางปฏิรูป 2 ระยะ ได้แก่ 1.ระยะเร่งด่วน ต้องทำให้เสร็จในปี 2562 อาทิ การจัดระเบียบการลงทะเบียนโทรศัพท์มือถือระบบเติมเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อไป กสทช.ควรจัดระเบียบการลงทะเบียนให้ใช้ลายนิ้วมือและ ใบหน้า ควบคู่กับการใช้บัตรประชาชน และควรจัดตั้งศูนย์กลางบริหารจัดการข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อแสดงตัวตนให้เป็นข้อมูลไว้ แต่ไม่ใช่ข้อมูลสาธารณะ 2.ระยะยาวต้องปลูกจิตสำนึกการใช้สื่อออนไลน์ที่ดี ใช้มาตรการทางกฎหมาย โดยให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ ปอท. หามาตรการลงโทษปรับเจ้าของสื่อออนไลน์ต่างประเทศ เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ ที่ปล่อยให้เผยแพร่เนื้อหาที่ขัดต่อกฎหมาย

เสียงโหวตท่วมท้นแม้มีคนคัดค้าน

ผู้สื่อข่าวสมาชิก สปท.ทยอยแสดงความเห็น นายกษิต ภิรมย์ สปท. กล่าวว่า การที่ไทยจะไปเจรจากับกูเกิล หรือแอปเปิล ต้องยอมรับเป็นไปได้ลำบาก เพราะอำนาจต่อรองของไทยไม่ได้อยู่ในสายตาของบริษัทเหล่านี้ ต้องสร้างเครือข่ายสร้างความร่วมมือ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากเอกชน ถ้าให้รัฐดำเนินการฝ่ายเดียวเหมือนกับขี่ช้างจับตั๊กแตน และอยากให้ทบทวนรายงานฉบับนี้ทั้งหมด เพราะอ่านแล้วจับไม่ได้ว่าหัวใจของเรื่องคืออะไร ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สปท. อภิปรายว่า การที่ กมธ.เสนอให้ประชาชนต้องสแกนลายนิ้วมือ หรือใบหน้าในการลงทะเบียนนั้น ไม่แน่ใจว่ามีประเทศใดใช้แนวทางนี้บ้าง จะเป็นการดำเนินการที่เกินสมควรหรือไม่ ขัดต่อสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เพราะแค่มีบัตรประชาชนก็สามารถบอกอะไรได้ทุกอย่างอยู่แล้ว แต่สุดท้ายที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายงานดังกล่าวด้วยคะแนน 144 ต่อ 1 เสียง ส่งให้ ครม.ไปพิจารณาดำเนินการต่อไป

“ทินพันธุ์” แจ้งยอดชักแถวออก 18 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงก่อนเข้าสู่วาระการประชุมของ สปท. ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท. แจ้งต่อที่ประชุมว่า ก่อนหน้านี้มีสมาชิก สปท. แสดงความประสงค์ลาออก 15 คน ล่าสุด มีแสดงความประสงค์ลาออกอีก 3 คน โดยให้มีผลวันที่ 4 ก.ค. ประกอบด้วยนายสุชน ชาลีเครือ 2.นายดำรงค์ พิเดช และ 3.นายวิเชียร ชวลิต ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้ สปท.ที่จะไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ต้องลาออกภายใน 90 วัน หลังจากที่รัฐธรรมนูญประกาศมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะครบกำหนด 90 วัน ในวันที่ 4 ก.ค.นี้

ตั้ง “บรรเจิด” ดู ก.ม.กำกับ จนท.รัฐ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิชญะ เครืองาม ประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์และรับฟังความเห็น คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย (ทปก.) ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานแถลงหลังการประชุมว่า ที่ประชุมพิจารณาร่างกฎหมาย 4 ฉบับ ประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ ร่าง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ และร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน เชิญผู้แทนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง จากนี้จะเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อโดยเร็ว

นายคำนูณ สิทธิสมาน ประธานคณะอนุกรรมการการตรวจสอบและติดตามกฎหมาย ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า ที่ประชุมมอบหมายให้นายบรรเจิด สิงคะเนติ ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาเสนอกฎหมายที่ต้องจัดทำใหม่ สนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ พิจารณาแนวทางจัดทำกฎหมายให้เป็นไปตามรัฐ– ธรรมนูญมาตรา 51 ในหมวดหน้าที่ของรัฐ ที่ระบุว่า “การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐ ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนที่จะติดตามและเร่งรัดการดำเนินการ รวมทั้งฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์” เนื่องจากในหมวดนี้ถ้ายังไม่มีกฎหมายออกมารองรับ จะไม่สามารถดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐได้

“ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช.เอาผิด ครม.

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ดำเนินการไต่สวนเอาผิด ครม.ทั้งคณะ กรณีอนุมัติโครงการให้เอกชนก่อสร้างหอชมเมือง มูลค่า 4,600 ล้านบาท บนพื้นที่ราชพัสดุโดยมิชอบ นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การที่ ครม.อนุมัติโครงการให้เอกชนดำเนินการบนพื้นที่ราชพัสดุ ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง เพราะไม่เปิดประมูลให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประมูล เข้าข่ายขัด พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 แม้จะอ้างว่ามีข้อยกเว้นเฉพาะโครงการตามนโยบายรัฐบาล แต่จากการตรวจสอบไม่ปรากฏรายละเอียดว่าเป็นโครงการประชารัฐและไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือเทคโนโลยีใหม่ จึงไม่เข้าข่ายข้อยกเว้น แต่เป็นการยกที่ดินราชพัสดุให้เอกชนเพียงรายเดียวใช้ประโยชน์ระยะยาว 30 ปี จึงขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

“สามารถ” ปูด รฟท.ส่อล็อกสเปก

อีกเรื่อง นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “ไม่หมดเสียที จับตาซื้อเทอร์โบรถไฟ ส่อล็อกสเปก-ราคาแพง” ว่า มีความไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้ออุปกรณ์บำรุงทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดย รฟท.กำหนดคุณสมบัติทางเทคนิคเอื้อประโยชน์ให้ผู้ผลิต และตั้งราคากลางสูงเกินจริง ไม่เปิดกว้างให้ผู้ผลิตรายอื่นเข้าร่วมแข่งขัน เช่น การจัดซื้อเครื่องถ่ายทอดกำลังไฮดรอลิก (Turbo Transmission) ที่ไม่ชอบมาพากล โดยระบุยี่ห้อและรุ่นชัดเจน เป็นยี่ห้อและรุ่นเดียวที่มีผู้ผลิตเพียงรายเดียวในโลกและมีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยเพียงรายเดียว ทำให้ผู้ผลิตยี่ห้ออื่นที่มีคุณภาพดีไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ รวมถึง รฟท.ตั้งราคากลางสูงเกินจริง จำนวน 5 ชุด วงเงิน 37.343 ล้านบาท หรือตกชุดละ 7.47 ล้านบาท ถือว่าแพงกว่าการรถไฟประเทศอินเดียที่เคยซื้อรุ่นเดียวกันในราคาชุดละ 2.20 ล้านบาท เมื่อปี 2558

มั่ว “จรินทร์” ข้ามห้วยนั่งปลัดแรงงาน

ที่กระทรวงแรงงาน พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน กล่าวถึงการแต่งตั้งปลัดกระทรวงแรงงานคนใหม่ แทน ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. ว่า ยังไม่มีการเสนอชื่อเข้า ครม. วันที่ 4 ก.ค. ส่วนที่มีข่าวเสนอชื่อนายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย มาเป็นปลัดกระทรวงแรงงานนั้น ไม่ใช่ เป็นข่าวมั่ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่านายจรินทร์อาจย้ายข้ามห้วยมาเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นการปลอบใจหากต้องพลาดหวังจากตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ขณะที่กระทรวงแรงงานก็มีชื่อนายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และ นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) มีชื่อเป็นแคนดิเดตเช่นกัน ซึ่งทั้งคู่จะเกษียณในปี 2562

ฉุนคนรุกป่า-ทำยางราคาตก

ที่อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ว่า วันนี้การปลูกยางในพื้นที่บุกรุกป่ามีถึง 3 ล้านกว่าไร่ ถ้าไม่มีการบุกรุกปลูกยาง ราคาจะไม่ตกขนาดนี้ มันเยอะเกินไป จะไปขายให้ใคร อย่ามาบอกว่าขายได้ดี ไม่มีทาง แม้แต่นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ยังพูดว่าผลผลิตการเกษตรไม่มีดีกว่าเดิม ราคาจะสูงขึ้นกว่าเก่าเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลพยายามเอาคนที่บุกรุกออกมา หาที่ดิน ส.ป.ก.ที่ป่าเสื่อมโทรมให้ทำกินโดยไม่ให้โฉนด เพราะให้ไปก็แอบเอาไปขายให้นายทุน ดังนั้น ต้องแก้ปัญหาด้วยการเอาคนออกจากป่า หาที่ดินทำกิน หาอาชีพให้แต่ยังทำไม่เสร็จ เพราะมีเป็นแสนเป็นล้าน

จวก จนท.ตีมึนไม่กล้าตัดพะยูง

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีไม้พะยูงโค่นล้มทับบ้านของชาวบ้าน จ.กาฬสินธุ์ นานกว่า 3 เดือน กว่าจะมีหน่วยงานราชการเข้าไปช่วยเหลือ ว่า ไม่ เข้าใจการตัดไม้พะยูงทำไมมีปัญหาทุกครั้ง ที่ตนโมโหกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำไมไม่อยากยุ่งกับไม้พะยูง เพราะกลัวติดคุกหรือ ปัดโธ่ นายอำเภอ ผู้ว่าฯก็มี แค่แก้ไขปัญหา ต้นไม้ทิ่มบ้านอยู่แบบนั้นไม่ตัดได้ยังไง เอาง่ายๆถ้าตนเป็นผู้ใหญ่บ้านก็ตัดเลย แล้วถ่ายรูปไว้เป็นพยาน ตัดเสร็จกองไว้อย่าไปทำอะไรแค่นี้เอง แต่สื่อไปพาด หัวกันใหญ่โตว่าคนจนติดคุกรังแกคนจน เอื้อประโยชน์คนรวย เพราะตัดต้นไม้ต้นเดียว จะกี่ต้นก็ผิดหมด แต่กลายเป็นว่าไม่ไปจับคนตัดเยอะ

“เด็กชวน” แจงแทนปมราคายาง

นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีมีการนำเสนอข่าวคำสัมภาษณ์นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กรณีแนะนำให้ปลูกสะตอพันธุ์ตรัง 1 แทนการปลูกยางพารา ว่า เป็นความคลาดเคลื่อนทำให้นายชวนไม่สบายใจ นายชวนแค่แนะนำให้ปลูกเป็นพืชเสริม ไม่ได้ให้ปลูกเป็นพืชหลักแทนยางพารา และเรื่องราคายางพารา นายชวนระบุว่า ราคายางเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์แต่ละช่วงเวลา ปัจจุบันมีการขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงเกินความต้องการที่ตลาดโลกใช้ พี่น้องชาวสวนยางพาราจึงอย่าตั้งความหวังว่าราคายางจะสูงขึ้นตลอด มันต้องมีขึ้นๆลงๆ นายชวนไม่ได้พูดว่าอย่าตั้งความหวังในเรื่องราคายางพารา เพราะไม่มีวันจะสูงขึ้นเหมือนที่สื่อบางสำนักเอาไปเผยแพร่

รายชื่อปฏิรูป ตร.อยู่ในมือนายกฯ

อีกเรื่อง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติให้นำเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบ แต่จะเรียบร้อยภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ขึ้นอยู่กับนายกฯ โดยรายชื่อทั้งหมดอยู่ในมือนายกฯแล้ว มีจำนวนมาก จึงไม่กล้าเปิดเผยว่าเรียบร้อยแล้วหรือไม่ เพราะแต่งตั้งจำนวนเท่าไรก็ได้ และตั้งแล้วสามารถตั้งเพิ่มได้อีก แตกต่างจากคณะกรรมการบางชุดที่กำหนดจำนวนไว้ชัดเจน จึงอาจมีกรณีที่ปรับเปลี่ยนรายชื่อภายหลังได้ แต่ต้องมีสัดส่วนผู้ที่เคยเป็นตำรวจ และผู้ที่ไม่ได้เป็นตำรวจในสัดส่วนที่เท่ากัน ตรงนี้เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ต้องให้เท่ากันตลอด ส่วนจะมีการเสนอเข้า ครม.ในวันที่ 4 ก.ค.เลยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนายกฯในฐานะผู้เสนอ