บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คัดเหลือแค่ 600 บทกวีอาลัย ร.9

ที่พระบรมมหาราชวัง ตลอดวันที่ 3 ก.ค.ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 28,346 คน รวม 242 วัน 8,097,781 คน และประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล รวม 242 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 626,877,093.01 บาท

ส่วนที่ท้องสนามหลวง ช่วงเช้ามีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดระเบียบท้องสนามหลวง โดย พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่และการบริการโดยรอบพระบรมมหาราชวัง มอบหมายให้กรุงเทพมหานครติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าพระเมรุมาศ หรือเกตเวย์ พร้อมปรับปรุงพื้นที่บริเวณฟุตปาทรอบสนามหลวง ซึ่งสำนักการโยธาได้เข้ามาดำเนินงาน พร้อมติดตั้งรั้วรอบพื้นที่ เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชนที่เดินทางมาเข้ากราบพระบรมศพด้วย

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.อรสา สายบัว ผอ.สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ถึงการรวบรวมบทกวีและข้อความไว้อาลัย ที่ประชาชนประพันธ์ขึ้นเพื่อแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เผยแพร่ทางสื่อสารสนเทศ สื่อออนไลน์ต่างๆ เพื่อนำมาจัดพิมพ์เป็นหนังสือที่ระลึกงานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เผยแพร่ให้โลกได้ประจักษ์ถึงความจงรักภักดีและความผูกพันที่ประชาชนมีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งและเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ การพิจารณาคัดเลือกบทกวีนิพนธ์ของประชาชนในรอบแรก คณะอนุกรรมการ จัดทำหนังสือบทกวีนิพนธ์โครงการกานท์กวีคีตะปวง ประชาชนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มี ม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง เป็นประธานคณะอนุกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิทางวรรณกรรม เป็นคณะกรรมการ อาทิ นางชมัยภร บางคมบาง (แสงกระจ่าง) ศิลปินแห่ง ชาติ สาขาวรรณศิลป์ ดร.สมยศ แสงสุวรรณ นายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรม กรมศิลปากร พิจารณาคัดเลือก 600 เรื่อง จากกวีนิพนธ์กว่า 2,000 เรื่อง และได้ส่งบทกวีที่ผ่านรอบคัดเลือกทั้งหมดให้คณะกรรมการอ่านเรียบร้อยแล้ว คณะอนุกรรมการ กำหนดประชุมคัดเลือกบทกวีรอบสุดท้าย วันที่ 6 ก.ค.นี้ ที่สำนักหอสมุดแห่งชาติ เพื่อคัดเลือกให้เหลือบทกวีจำนวน 189 เรื่อง ภาพรวมของกวีนิพนธ์ที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือก แต่งโดยใช้ฉันทลักษณ์ไทย พบใช้กลอนมากที่สุด ถัดมาเป็นโคลง กาพย์ และฉันท์

ผอ.สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กล่าวอีกว่า หลังจากคัดเลือกกวีนิพนธ์แล้วเสร็จ จะจัดทำต้นฉบับและจัดหาภาพประกอบ ได้รับอนุญาตให้คัดเลือกภาพประกอบจากนิทรรศการ “อัครศิลปินเหนือเกล้า” กระทรวงวัฒนธรรม เคยจัดนิทรรศการเพื่อแสดงความอาลัยและเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านศิลปะองค์อัครศิลปิน ส่วนกวีนิพนธ์ที่ไม่ได้รับคัดเลือกเพื่อจัดพิมพ์หนังสือ จะเก็บบันทึกไว้ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อย่างเป็นระบบ ถือเป็นบันทึกจดหมาย เหตุประชาชนอีกรูปแบบหนึ่ง ประชาชนได้ถวายพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย

“หนังสือกวีนิพนธ์ฉบับกวีประชาชนเพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นหนึ่งในหนังสือที่ระลึกในงานพระเมรุมาศครั้งนี้ จะจัดพิมพ์ จำนวน 15,000 เล่ม คาดว่าจะเสร็จเดือน ก.ย.นี้ เป็นการรวบรวม 189 บทกวีที่ประชาชนประพันธ์ขึ้นอย่างลึกซึ้งด้วยความจงรักภักดี กลั่นความรู้สึกจากใจหลังเหตุการณ์ความสูญเสียร่วมกันของชาวไทยทั้งประเทศ ขณะที่หนังสือที่ระลึกนวมินทราศิรวาท ราชสดุดี ร้อยกรองเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะนี้ได้ต้นฉบับส่วนหนึ่งจากกวีรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ 9 แล้ว คาดว่าจะครบทั้ง 9 บท กลางเดือน ก.ค.นี้” นางสาวอรสากล่าว.