วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ธุรกิจสร้างบ้านโล่งยังไม่โดนปรับ

นายพิชิต อรุณพัลลภ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า กรณีที่รัฐบาลจะมีคำสั่งตามมาตรา 44 เพื่อชะลอหรือเลื่อนการบังคับใช้บางมาตราที่มีบทลงโทษรุนแรง ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารจัดการการทำงาน ของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและสะท้อนได้ว่าภาครัฐเข้าใจความเดือดร้อนของทุกฝ่าย “เห็นด้วยที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายแรงงานต่างด้าวอย่างจริงจัง หรือมองในประเด็นเรื่องของความมั่นคงของประเทศ แต่ก่อนที่รัฐบาลจะปรับระดับความรุนแรงในการบังคับใช้กฎหมาย อยากให้รัฐได้พิจารณาปัญหาในการทำบันทึกความเข้าใจที่ผ่านมา รวมถึงผลกระทบให้รอบด้านก่อน เพื่อให้ได้ข้อมูลข้อเท็จจริง ซึ่งภาคเอกชนก็มีความพยายามที่จะทำให้ถูกกฎหมายอยู่แล้ว”

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรับจ้างก่อสร้างได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งมีรับสัญญาจ้างต่อ (ซับคอนแทร็ก) และต้องพึ่งแรงงานต่างด้าว กลุ่มนี้มีศักยภาพจำกัดทั้งเวลาและเงินทุน อีกทั้งแรงงานในกลุ่มก่อสร้างมีการเคลื่อนย้ายถ่ายเทตลอดเวลา กล่าวคือ เมื่อผู้รับจ้างต่อบางรายที่มีข้อจำกัดแล้วได้รับผลกระทบ ก็ไม่สามารถที่จะรับงานได้ ก็กระทบทั้งต่อบริษัทรับสร้างบ้านและผู้บริโภค

นายพิชิตกล่าวด้วยว่า ในภาคอสังหาริมทรัพย์รวมถึงธุรกิจก่อสร้างกำลังประสบปัญหาใหญ่เข้าขั้นวิกฤติ มีภาวะขาดแคลนแรงงานในทุกกลุ่ม ทั้งระดับหัวหน้าคุมงาน แรงงานระดับช่างฝีมือ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แม้กระทั้งแรงงานที่ไร้ฝีมือ และหากการก่อสร้างในโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ทั้งโครงการรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อไหร่ ความต้องการพึ่งพาแรงงานจะสูงมาก อาจถึงขึ้นต้องแย่งตัวแรงงานต่างด้าวในแต่ละไซต์งาน.