บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'พยัคฆ์ไพร' ลุยจับซิปไลน์ บุกรุกป่าสงวนภูเก็ต

'พยัคฆ์ไพร' ลุยจับห้อยโหนสลิง บุกรุกป่าสงวนภูเก็ต ตัดถนนรับส่งนักท่องเที่ยวกลางป่า พร้อมสร้างทางเดินชมเรือนยอดไม้ผิดกฎหมาย ส่วนเขานาคเกิดอีก 20 ไร่ ติดหาดฟรีดอม มูลค่าเกือบ 1,000 ล้าน รอขายให้นายทุนต่างชาติ เผยเจ้าหน้าที่ป่าไม้เอื้อประโยชน์กันพื้นที่ออกให้เอกชน...

วันที่ 3 ก.ค. นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร นำโดย นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ลงพื้นที่บังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มธุรกิจรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศและเครื่องเล่นสลิง ซิปไลน์ ที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่ จ.ภูเก็ต

โดยจุดแรกได้เข้าตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขานาคเกิด ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อไปถึงพบมีการตัดถนนเข้าสู่พื้นที่บนยอดเขา และทางเข้ามีการสร้างรั้วเหล็กพร้อมติดประกาศที่ส่วนบุคคลห้ามเข้า ภายในบริเวณพื้นที่ครอบครองมีสภาพป่าสมบูรณ์ มีบ้านพักคนงาน 1 หลัง สุดเขตของพื้นที่ พบเป็นชะง่อนผาติดทะเลวิวสวยงาม มีทางเดินลาดลงทะเล ซึ่งหน้าหาดเชื่อมต่อกับหาดฟรีดอมบีชที่ก่อนหน้านี้ กรมป่าไม้ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว นายชลธิศจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจพิกัดดาวเทียม (จีพีเอส) พบว่าอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขานาคเกิด นอกจากนี้ได้มีการตรวจสอบโฉนดพบว่า ไม่มีทั้งโฉนด และ ส.ค.1 อยู่ในสารบบของกรมที่ดิน

นายชีวะภาพ กล่าวว่า พื้นที่จำนวน 20 ไร่ ครอบครองมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ขณะที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขานาคเกิดประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.2516 ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการออกโฉนดในพื้นที่ดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม การที่มีเอกชนอ้างสิทธิ์ในการครอบครองพื้นที่ จากการตรวจสอบพบว่ามีข้าราชการป่าไม้ในพื้นที่ได้มาตรวจสอบแปลงที่ดิน และระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเขตป่าไม้ถาวรตามมติ ครม. และอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้ข้าราชการคนดังกล่าวกำลังถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และผลการตรวจสอบจะออกมาในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ ที่ดินแปลงนี้ยังเกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าหน้าที่ที่ดิน จ.ภูเก็ต ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)จับกุม ก่อนเสียชีวิตในห้องขัง โดยที่ดินแปลงนี้น่าจะมีมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท และเป็นที่ดินที่เตรียมสำหรับนำออกขายต่อให้กับนายทุนต่างชาติ ทั้งนี้ กรมป่าไม้จะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ถือครองสิทธิ์และส่งให้กรมที่ดินเพิกถอนพื้นที่ต่อไป

จากนั้น นายชลธิศ พร้อมคณะได้ไปยังบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขากมลา คาบเกี่ยวกับป่าสงวนแห่งชาติเขานาคเกิด ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจสอบการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติของกลุ่มนายทุน โดยมีการก่อสร้างเครื่องเล่นโหนสลิงหรือซิปไลน์ ซึ่งผิดกฎหมายของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง โดยมีการบุกรุกป่าสงวน 36 ไร่ เมื่อไปถึงตรวจสอบพบมีการตัดถนนรับส่งนักท่องเที่ยวในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และการก่อสร้างฐานขึงสลิงกับต้นไม้ใหญ่ 25 ฐาน ครอบคลุมเกือบเต็มพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการก่อสร้างทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ (Canopy Walkway) เจ้าหน้าที่ได้เข้ารังวัดและตรวจพิกัดจีพีเอส พบมีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติและการก่อสร้างเครื่องเล่นซิปไลน์ ไม่มีการขออนุญาตตาม พ.ร.บ.ก่อสร้าง จึงได้แจ้งความดำเนินคดีและปิดประกาศตามมาตรา 25  พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 เพื่อให้เจ้าของมารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ต่อไป

นายชีวะภาพ กล่าวว่า บริษัทเอกชนดังกล่าว เป็นเจ้าของเดียวกับบริษัทท่องเที่ยวที่  จ.เชียงใหม่ ซึ่งกรมป่าไม้ได้แจ้งความดำเนินคดีและสั่งให้รื้อถอนไปแล้ว แต่ยังมีการดำเนินการต่อที่ จ.ภูเก็ต โดยมีการขายทัวร์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน เริ่มต้นตั้งแต่ราคา 2,500-4,800 บาท ตามจำนวนฐานที่เล่น บริษัทพวกนี้มักจะทำแบบหลบซ่อนซุกอยู่ในป่า ตรวจสอบได้ยาก เพราะมองจากภาพถ่ายทางอากาศไม่เห็น ซึ่งการก่อสร้างซิปไลน์ เป็นการบุกรุกเบิกทางเพื่อนำไปสู่ธุรกิจอื่น เพราะมีการตัดถนนและมีร้านค้า-สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ตามเข้าไป และขยายการบุกรุกไปเรื่อยๆ โดย จ.ภูเก็ต มีซิปไลน์ผิดกฎหมาย 3 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบและจับกุมต่อไป.