วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมียเผยคำพูดสุดท้าย ลุงขับกะป๊อ ก่อนถูกรุม ชมพลเมืองดีช่วย ไม่คิดชีวิต

ถามตรงๆ กับจอมขวัญ กรณี 4 หนุ่มรุมกระทืบลุงขับกะป๊อในอพาร์ตเมนต์ย่านโชคชัย 4 ล่าสุดถูกจับแล้วทั้งหมด สารภาพดื่มสุราก่อนเกิดเหตุ พลเมืองดีเข้าช่วยไม่คิดชีวิต ด้านภรรยาเผยช่วงเวลาสุดท้ายพูดคุยก่อนเสียสามีอย่างไม่มีวันกลับ...

วันที่ 3 ก.ค. 60 ถามตรงๆ กับจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ วันนี้เสนอกรณี 4 หนุ่มรุมกระทืบลุงขับกะป๊อเสียชีวิตจากเหตุทะเลาะวิวาทภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งพื้นที่โชคชัย 4 ซอย 36 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ คืนวันเสาร์ที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งล่าสุดจับกุมทั้ง 4 คนได้แล้ว หลังหนีไปกบดานทั้งใน กทม. และปริมณฑล พร้อมรับสารภาพดื่มสุราก่อนเกิดเหตุด้วย

เริ่มต้นด้วยการพูดคุยกับ นายเอ (นามสมมติ) และ น.ส.บี (นามสมมติ) ผู้ร่วมช่วยเหลือ นายสัจจา ปราศรัย อายุ 63 ปี คนขับรถกะป๊อ ซึ่งทั้งคู่ย้ายไปพักวันที่ 30 มิ.ย. ถัดมาเกิดเหตุวันที่ 1 ก.ค. และย้ายออกแล้ว เพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย ได้เล่าเหตุการณ์ว่า ขณะนั่งอยู่ในห้องพักชั้น 1 ได้ยินเสียงคนวิ่งคล้ายคนหยอกกัน แต่จู่ๆ มีผู้หญิงตะโกนว่า ช่วยด้วย มีวัยรุ่นกระทืบคนแก่ ก็รีบวิ่งออกไปเจอลุงนอนนิ่ง เห็นชาย 2 คน พร้อมรถจักรยานยนต์กำลังจะขับขี่ออกไปก็รีบวิ่งเข้าไปกระโดดถีบ 1 ใน 2 คน เพราะเชื่อว่าเป็นคนทำร้ายแน่นอน โดยไม่ได้เอะใจว่ามีอาวุธหรือไม่ กระทั่งมีอีก 2 คนมารุมทำร้ายไปรวมเป็น 4 คน พร้อมพูดถามว่า มึงแน่มากเหรอ

“นาทีนั้นผมเห็นลุงนิ่งก็สงสาร ถ้าเห็นวัยรุ่นตีกันอาจจะไม่ช่วย แต่เห็นว่ารุมกระทืบคนแก่ก็เข้าไปช่วย ไม่ทันคิดว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิต”

ด้าน น.ส.บี แฟนสาวนายเอ กล่าวว่า ออกมาเห็นเลือดเต็มหน้า นายสัจจา นอนแน่นิ่ง มีอีกคนผู้ชายที่วิ่งถือมีดออกมาช่วย แต่ก็โดนแย่งมีดไป ไม่มีใครใช้มีด จากนั้นชายคนดังกล่าวบอกให้รีบเข้าห้อง จึงพากันวิ่งเข้าปิดประตูกระจกและเข้าห้องได้ทัน แต่ต่อมากลุ่มคนร้ายก็ถีบกระจกแตกและตามมารุมชายคนนี้ อยู่แค่บนตึกเขาเลยหยุด ห่างกันไม่กี่นาที ดูจากอาการก็สาหัส โดนขู่ มึงห้ามยุ่ง ก่อนนำลุงส่ง รพ.

ขณะที่ น.ส.ทิพากร บุญพารอด ภรรยานายสัจจา คนสุดท้ายที่ได้ฟังคู่ชีวิตพูดเป็นครั้งสุดท้าย เล่าเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุว่า สามีเป็นคนพูดเสียงดัง เห็นกลับมาเดินเข้าออกก็ถามว่ามีปัญหาหรือเปล่า สามีพูดว่าหนีอันธพาลมา ด่าทอและจะทำร้าย ตอนเร่งเครื่องหนีได้เฉี่ยวจักรยานยนต์กลุ่มคนร้ายล้ม จึงรีบบอกให้สามีเข้าห้อง แต่ยังไม่ถึงปากประตูก็โดนชกและลากไปที่ลานจอดรถเพื่อรุมทำร้าย จึงวิ่งไปแจ้งตำรวจ ขอความช่วยเหลือคนในหอ รีบกลับไปดูสามีเห็นเลือดเต็มกับลมหายใจเฮือก พอจะพาตัวเอาไป รพ. กลุ่มคนร้ายก็พูดทำนองว่าไม่ต้องยุ่ง จะเอาไปทำไม

ส่วน นายเอก (นามสมมติ) รปภ.อพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุ อีกคนร่วมช่วย นายสัจจา เผยว่า โดนคนร้ายใช้ศีรษะโขก แย่งมีด ก่อนที่จะโดนรุม วันนั้นไม่สบาย ป่วยกระดูกทับเส้นประสาท เตรียมจะไปพบแพทย์วันรุ่งขึ้น สู้แรงไม่ไหว คนร้ายถามว่า มึงด้วยใช่ไหม ก็บอกว่าไม่เกี่ยว จึงยอมถอยออกไป ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน และชื่นชม นายเอ และ น.ส.บี ที่กล้าเข้าไปช่วยเหลือ.