วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร้อนกว่า เผานานกว่า ฆ่าเร็วกว่า เจาะวัสดุยมทูตเพลิงนรก เกรนเฟลล์ ทาวเวอร์

เกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ เชื่อว่าคนอังกฤษ คงต้องจำชื่ออาคารแห่งนี้ไปอีกนาน...

จากเหตุไฟไหม้สุดระทึกที่อาคาร เกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน เมื่อกลางดึก วันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไม่ว่าใครที่ได้พบเห็นก็ต่างอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า “ช่างน่ากลัวเหลือเกิน” โดยเฉพาะการลุกไหม้ของเพลิงนั้นลุกลามอย่างรวดเร็ว จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

“มันเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้เช่นนี้ได้อย่างไร..” เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพูดซ้ำไปซ้ำมา เมื่อได้พบกับสถานการณ์ตรงหน้า

ต่อมา สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วนั้นมาจากวัสดุที่ติดอาคารภายนอกที่ชื่อว่า ‘เรย์โนบอนด์ พีอี’ (Reynobond PE) และบริษัทผู้ผลิตก็ยอมประกาศยุติการขายโดยในทันที (เลิกขายทั่วโลก! ‘แผ่นหุ้มอาคาร’ ชนวนไฟไหม้ ‘เกรนเฟลล์’ ทั้งตึก 79 ศพ )

วัสดุที่ว่านี้มันคืออะไร มีส่วนช่วยให้ไฟไหม้ได้รวดเร็วจริงหรือไม่ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ดร.ธนาวดี ลี้จากภัย นักวิจัยด้านพลาสติก จาก ศูนย์เทคโนโลยีและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ซึ่งท่านมาให้ความรู้และข้อสังเกตอย่างน่าสนใจ

นักวิจัยด้านพลาสติก เริ่มต้นเกริ่นว่า จากการค้นข้อมูลจากข่าวต่างประเทศระบุว่า ตึกเกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ ตึกนี้เป็นตึกเก่าและเพิ่งทำการรีโนเวทใหม่ จากนั้นจึงนำวัสดุซึ่งเป็นฉนวนเรียกว่า เซโรเท็กซ์ ซึ่งในฉนวนนั้นมีส่วนผสมจากโฟม Polyisocyanurate (PIR) หากจะให้บรรยายภาพ ก็ให้นึกถึงโฟมแข็งสีขาวซึ่งอยู่ภายใน โดยมีอลูมิเนียม ฟรอยด์ประกบภายนอก จากนั้นเขาก็เอามาติดที่ด้านนอกของอาคาร

ดร.ธนาวดี อธิบายต่อว่า โดยปกติของโฟมดังกล่าวจะมีรูพรุน ดังนั้นเขาจึงนำอลูมิเนียมฯ มาครอบทับเพื่อป้องกันน้ำ รวมไปถึงเชื้อราที่อาจจะขึ้นได้ นอกจากนี้โฟมดังกล่าวหากไม่มีอะไรปิดทับไว้ มันอาจจะทำให้เกิดฝุ่นได้ พูดง่ายๆ มี PIR อยู่ตรงกลาง แซนด์วิชด้วยแผ่นอลูมิเนียม โดยเขาจะซื้อวัสดุดังกล่าวมาเป็นแผ่นและติดที่ภายนอกอาคารของตึก ซึ่งคุณสมบัติของ PIR นั้นคือ ตระกูลเดียวกับ Polyurethane Foam (PU)

ชำแหละจุดเด่น Polyisocyanurate ติดไฟยาก ทนความร้อนสูงถึง 200 องศาฯ

1. ใช้เป็นฉนวนเก็บกักความร้อน-เย็นได้ดี (ดีกว่า PU)
2. ปิดกั้น ความเย็น หรือ ความร้อน จากภายนอกไม่ให้เข้าสู่ภายใน
3. มีส่วนช่วยในการประหยัดพลังงาน
4. มีอายุการใช้งานได้นาน เหมาะสมสำหรับติดไว้ภายนอก

“เนื่องจากเป็นวัสดุที่นิยมติดไว้ภายนอก ทำให้ตึกเก่านิยมนำมาใช้รีโนเวท นอกจากนี้ ยังมีน้ำหนักเบา และที่เขาใช้ก็เพื่อเป็นฉนวน ทั้งนี้ วัสดุดังกล่าวก็มีหลายเกรด เพื่อติดไว้ภายนอก ภายใน เอาไว้ติดที่พื้น รวมไปถึงการนำไปติดที่หลังคา เป็นต้น”

ข้อดีอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ Polyisocyanurate เป็นที่นิยมใช้ เพราะเป็นฉนวนได้ดี รวมถึง “ทนความร้อน” ได้ดีด้วย เช่น หากเราใช้ PU ทำแทน หากโดนความร้อนร้อยกว่าองศาฯ ก็จะไหม้แล้ว แต่สำหรับ PIR ทนความร้อนสูงกว่า ต้านทานการติดไฟได้ดีกว่า จะติดไฟก็ต่อเมื่อมีอุณหภูมิมากกว่า 200 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ยังทนทานต่อสารเคมีอื่นๆ ซึ่งหากเราพิจารณาดูแล้วก็จะพบว่ามีแต่ข้อดีๆ อยู่

ชำแหละจุดด้อย หากติดไฟแล้วมีคุณสมบัติเหมือนถ่าน เพิ่มความร้อน ผลิตก๊าซพิษร้ายแรงกว่าวัสดุอื่น

เมื่อทราบถึงข้อดีไปแล้ว ก็มารู้ผลเสียหากถูกไฟไหม้กันบ้าง นักวิชาการจากศูนย์เทคโนโลยีและวัสดุแห่งชาติ แนะนำว่า หากเราสังเกตจากรูปที่ตึกหลังนี้ไฟไหม้แล้ว จะพบว่า ข้างนอกตึกเป็นสีดำเหมือนก้อนถ่าน ซึ่งนั่นคือคุณสมบัติของการเผาไหม้ของ โฟมตัวนี้ เพราะเป็น Thermosets (คุณสมบัติของพลาสติก หรือโฟม) ที่โดนความร้อนแล้วจะไม่หลอมเหลว...

“แต่ธรรมชาติของเหตุไฟไหม้ ย่อมมีอุณหภูมิเกิน 200 องศาฯ อยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้เมื่อตัวมันติดไฟ มันก็จะทำหน้าที่เป็นถ่าน เพิ่มความร้อนของไฟให้สูงขึ้น และดับได้ยากขึ้นด้วย ที่สำคัญคือ วัสดุภายในระหว่างโฟมกับอลูมิเนียมนั้น มีช่องอากาศ ซึ่งอากาศทำให้ติดไฟอย่างรวดเร็ว และเปลวไฟก็พุ่งขึ้นไปตามอากาศช่องนั้นๆ ลุกลามผ่านช่องอากาศ ทำให้เปลวไฟที่เห็นพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ”

นักวิจัยจาก MTEC ยังบอกอีกว่า จากการค้นพบว่า ศาสตราจารย์ชาวอังกฤษ ริชาร์จ ฮู ที่เคยทำงานวิจัยด้านนี้ตั้งแต่ปี 2011 - 2016 พบว่า ในบรรดาวัสดุที่เป็นฉนวน จำนวน 6 ชนิด ประกอบด้วย Polyisocyanurate, Polyurethane, polystyrene, phenolic, ใยหิน และใยแก้ว นั้น เมื่อเผาไหม้ ก๊าซพิษที่ส่งผลให้คนเสียชีวิตได้เร็วที่สุดคือ Polyisocyanurate ฉะนั้น จะด้วยเหตุผลนี้หรือเปล่า จึงทำให้พบผู้เสียชีวิตจากการสำลักควันจำนวนมาก

ตั้งข้อสังเกต วัสดุที่ใช้ ผ่านแค่การทดสอบในห้องทดลอง

ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ดร.ธนาวดี ได้ตั้งข้อสังเกตอย่างน่าสนใจว่า ตนได้ตามไปอ่านข้อมูลสเปกจากโบรชัวร์ผู้ขายวัสดุดังกล่าว พบว่า ได้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานต่างๆ สามารถใช้ได้กับตึกสูง 17-18 ชั้น (ในต่างประเทศการขายวัสดุจะต้องมีการระบุคุณสมบัติว่าห้ามใช้ในตึกสูงหรือไม่) แต่ตนไม่ทราบว่า มาตรฐานดังกล่าวที่ผู้ผลิตได้กล่าวอ้างนั้นมีที่มาที่ไปจากอะไร และไม่ทราบว่ามาตรฐานนี้ถูกอัพเกรดแล้วหรือไม่ เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีการสร้างตึกถูกพัฒนา ทำให้เราสามารถสร้างตึกได้สูงมากขึ้น

“ที่ผ่านมา การทดสอบวัสดุต่างๆ ส่วนมากจะมีการทดสอบในห้องทดลอง ซึ่งอาจจะใช้วัสดุชิ้นเล็กๆ แล้วระบุมาเลยว่าทนความร้อนเท่านั้นเท่านี้ เมื่อมีการเผาไหม้แล้วมีก๊าซพิษชนิดนี้ออกมามากน้อยแค่ไหน คนสามารถทนได้นานแค่ไหน แต่..เกิดเหตุการณ์จริงแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้อาจต่างไปจากการทดลองก็เป็นได้”.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน