วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทนายยักยอกเงินลูกความ โทษหนักทั้งแพ่งและอาญา

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเด็ก ซึ่งประสบอุบัติเหตุถูกรถพ่วง 18 ล้อชน เป็นเหตุให้บิดาเสียชีวิต ส่วนเด็กน้อยมีอาการกระดูกทับไขสันหลัง ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายส่วนล่างได้ กลายเป็นคนพิการต้องนั่งรถวีลแชร์ตั้งแต่อายุยังน้อย ตามข่าวระบุว่า ต่อมาศาลพิพากษาให้คู่กรณีชดใช้ค่าเสียหายให้แก่เด็กจำนวน 5 ล้านบาท แต่เมื่อทนายความได้รับเงินจากคู่กรณีแล้ว กลับไม่นำเงินดังกล่าวส่งมอบให้แก่เด็ก ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากครับ เกี่ยวกับพฤติกรรมของทนายความท่านนี้

อ่านเพิ่มเติม: ลุยเอาผิดได้ทั้งอาญาและแพ่ง สภาทนายฯ พร้อมช่วยสาวถูกทนายโกง 5 ล้าน

โดยปัจจุบันยังไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงจากทนายความท่านนี้ และคงต้องรอผลสรุป เกี่ยวกับการดำเนินคดีกับทนายความท่านนี้อีกครั้ง จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้เห็นบทเรียน 2 มุม คือ ในมุมของโจทก์ที่มอบหมายให้ผู้อื่นไปรับเงินแทน และในมุมมองของจำเลยที่เป็นผู้ชำระเงิน จากกรณีที่เกิดขึ้นสามารถนำมาเป็นประโยชน์ให้แก่สังคมได้ครับ ทนายความที่ดีและมีคุณภาพก็มีมากมาย ส่วนที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตต่อลูกความก็มีปะปนกันเป็นส่วนน้อย เหมือนกันกับทุกๆ สาขาชีพ

การจะมอบหมายให้ผู้อื่นหรือทนายความไปรับเงินแทนนั้น อาจจะมีปัญหาติดตามมา ถ้าไม่ไว้ใจกันจริงๆ ไม่ควรมอบหมายให้ผู้อื่นรับเงินแทนนะครับ ทางแก้ของปัญหานี้ คือ ควรไปดำเนินการรับเงินด้วยตัวเอง หรืออาจจะระบุในหนังสือมอบอำนาจให้ชัดเจนว่า ให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของตัวลูกความ โดยระบุเลขที่บัญชีธนาคารของตัวลูกความลงไปในหนังสือมอบอำนาจด้วย

ในส่วนของผู้ที่จะชำระเงินตามคำพิพากษาหรือชำระหนี้ ก็ควรตรวจสอบให้ชัดเจนครับว่า หนังสือมอบอำนาจนั้น เป็นหนังสือมอบอำนาจที่แท้จริงหรือไม่ หนังสือมอบอำนาจมีข้อพิรุธอะไรหรือไม่ ทางที่ดีก็ควรจะชำระให้กับตัวลูกความโดยตรง หรือชำระผ่านบัญชีธนาคารของตัวลูกความ ในส่วนของการชำระด้วยเช็ค ก็ควรจะระบุชื่อของตัวลูกความให้ชัดเจน ไม่ควรระบุชื่อทนายความ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ยังเป็นบทเรียนให้กับทนายความเองครับว่า "จรรยาบรรณในวิชาชีพ" เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในวิชาชีพทนายความ หากทรยศต่อความซื่อสัตย์ในวิชาชีพของตัวเอง ต่อไปคงต้องไร้ที่ยืนในสังคม ดังนั้น การจะรับเงินแทนตัวลูกความ จะต้องได้รับมอบอำนาจจากตัวลูกความ และทุกครั้งที่จ่ายเงินคืนให้แก่ตัวลูกความแล้ว จะต้องมีหลักฐานเก็บไว้ในสำนวนด้วย เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต กรณีลูกความหลงลืมว่ารับเงินจากทนายความแล้วหรือยัง

ทนายความรับเงินแทนแล้วไม่ส่งคืนลูกความเสี่ยงถูกดำเนินคดี ดังนี้
1. ดำเนินคดีอาญา ในข้อหาฉ้อโกง หรือข้อหายักยอกทรัพย์ แล้วแต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
2. ดำเนินคดีแพ่ง เพื่อติดตามเงินคืน และเรียกค่าเสียหายในส่วนของการผิดสัญญาว่าจ้าง
3. ร้องเรียนต่อสภาทนายความ

มีกรณีตัวอย่าง ตามคำพิพากษาฎีกา ซึ่งอธิบายเรื่องอำนาจหน้าที่ของทนายความ เมื่อตัวลูกความแต่งตั้งทนายความแล้ว ทนายความมีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตัวความเท่านั้นโดยไม่มีอำนาจรับเงินจากคู่ความอีกฝ่าย ยกเว้นได้รับมอบอำนาจต่างหาก

เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 190 / 2532

ทนายความที่ตัวลูกความแต่งตั้งย่อมมีอำนาจว่าความ และดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ แทนตัวลูกความได้ แต่ทนายความไม่มีอำนาจรับเงินซึ่งจะชำระแก่ตัวลูกความเว้นแต่จะได้รับมอบหมายจากตัวลูกความนั้น โจทก์ว่าจ้างให้จำเลยเป็นทนายความฟ้อง ส. ต่อศาลในความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ต่อมาจำเลยในฐานะทนายความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับตัวแทนของ ส.โดย ส.ยอมใช้เงินจำนวน 58,000 บาทให้แก่โจทก์ หาก ส.นำเงินที่จะต้องชำระแก่โจทก์ไปชำระแก่จำเลย โดยโจทก์มิได้มอบหมายให้จำเลยมีอำนาจรับไว้ได้ เงินที่จำเลยรับไว้จึงยังมิใช่เป็นเงินของโจทก์ แม้จำเลยจะเบียดบังเอาเงินที่ได้รับไว้นั้นเป็นของตนโดยทุจริต ก็ยังไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของโจทก์ และโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง

จากคำพิพากษาดังกล่าว เป็นการอธิบายถึงความเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา ข้อหายักยอกทรัพย์ แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาก็ตาม ทนายความที่รับเงินมาแล้วไม่นำไปส่งมอบให้แก่ตัวลูกความ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และถูกดำเนินการตามกฎหมาย ตามที่กล่าวมาข้างต้น

สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook: ทนายเจมส์ LK

ทนายเจมส์