วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘น็อต กราบรถ’ รายงานตัวคุมประพฤติ จ่อหวนคืนวงการ ผู้ใหญ่ใจดีให้โอกาส

“น็อต กราบรถ” อดีตพิธีกรรายการชื่อดัง เข้ารายงานตัวต่ออธิบดีกรมคุมประพฤติ เจ้าตัวเผยอยากเป็นอุทาหรณ์ให้สังคม “ใช้ชีวิตอย่างมีสติ” พร้อมเตรียมร่วมรณรงค์แก้ไขปัญหาความรุนแรงบนถนน ส่วนงานในวงการบันเทิงนั้น เริ่มมีผู้ใหญ่ใจดีให้โอกาส ลั่นไม่ใช่สังกัดเดิม

จากกรณีศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษา นายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือ น็อตกราบรถ ดารานักแสดง กับ นายวิทวัส ศรีบัณฑิตมงคล จำเลย ร่วมในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย นายกิตติศักดิ์ สิงห์โต หรือ บอย พนักงานคัดกรองเอกสาร สำนักงานสรรพากรตลิ่งชัน โดยสั่งจำคุก 2 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 1 ปี ประกอบกับจำเลยไม่เคยต้องโทษมาก่อน จึงให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี และให้การทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง คุมประพฤติ 1 ปี พร้อมรายงานตัวทุก 3 เดือน เป็นเวลา 4 ครั้ง เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ 3 ก.ค. 60 ที่กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ชั้น 4 ศูนย์ราชการอาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. นายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือ น็อต กราบรถ อายุ 28 ปี อดีตพิธีกรรายการชื่อดัง เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เพื่อรายงานตัวและรับทราบเงื่อนไขการคุมประพฤติ และการทำงานบริการสังคม

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ณรัชต์ เผยหลังคุยกับน็อตว่า หลังศาลตัดสินให้ นายอัครณัฐ ทำร้ายร่างกายคู่กรณี จึงพิพากษาจำคุก 1 ปีแต่ให้รอลงอาญา เนื่องจากยังเมตตาและไม่เคยกระทำผิดมาก่อน โดยให้มารายงานตัวกับ กรมคุมประพฤติ ทั้งหมด 4 ครั้ง ทุก 3 เดือน และบริการสังคมเป็นเวลา 24 ชั่วโมง วันนี้นายอัครณัฐเดินทางมาหารือกับเจ้าหน้าที่ เพื่อวางแผนทำประโยชน์แก่สังคมตามเงื่อนไข และเจ้าตัวก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สำหรับ นายอัครณัฐ เป็นบุคคลมีชื่อเสียง พูดจาสื่อสารได้ดี และเคยเป็นนักจัดรายการวิทยุ จึงอยากให้ช่วยพูดรณรงค์ประชาสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงบนท้องถนน

"ระบบงานของกรมคุมประพฤติ เป็นการแก้ไขลักษณะนิสัยประเภทหนึ่งที่ไม่ควบคุมตัวเพื่อให้โอกาสแก้ตัวใหม่ แต่มีเงื่อนไขต้องมารายงานตัวตามกำหนด ซึ่งปกติการทำผิดอาญาจะลงโทษด้วยการจำคุก ส่งตัวไปยังกรมราชทัณฑ์และกรมพินิจฯ นอกจากนี้ ศาลไม่ได้กำชับอะไรมาเป็นพิเศษ แต่ นายอัครณัฐ ต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายเพราะผิดเงื่อนไข และเจ้าหน้าที่จะรายงานไปยังศาล ซึ่งอาจมีโทษสั่งจำคุกได้" พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว

ด้าน นายอัครณัฐ กล่าวภายหลังการเข้ารายงานตัวว่า ในวันนี้มาพูดคุยกับอธิบดีกรมคุมประพฤติในเรื่องการถูกคุมประพฤติว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เป็นการดูแลผู้ที่กระทำผิดอย่างตน ซึ่งถือว่าเป็นการภาคทัณฑ์ พร้อมทั้งพูดถึงเรื่องความสามารถของตนว่าเราสามารถจะทำประโยชน์อะไรให้สังคมได้บ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือร่วมกัน และจะออกมาเป็นโครงการร่วมกันในอนาคต อย่างไรก็ตาม ตนอยากจะเป็นตัวอย่างให้กับสังคมทั้งในเรื่องของการใช้ชีวิตอย่างมีสติ ซึ่งตนเคยกระทำผิดเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในที่สาธารณะ ดังนั้น อนาคตตนคิดว่าน่าจะเป็นตัวอย่าง และต้องขอบคุณอธิบดีกรมคุมประพฤติที่เล็งเห็นว่าตนมีความสามารถ และเป็นประโยชน์ให้กับสังคมได้ ทั้งนี้ ตนอยากฝากถึงประชาชนหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นก็ขอให้ใช้สติ ใจเย็น และค่อยๆ พูดกัน

"หลังศาลมีคำสั่งให้รอลงอาญา ตนรู้สึกดีใจที่อย่างน้อยศาลท่านก็เมตตาให้ตนได้มาทำประโยชน์ให้กับสังคม โดยโครงการที่จะดำเนินการนั้น คาดว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยอาจจะออกมาในรูปแบบของโทรทัศน์หรือออนไลน์ หรือสาธารณประโยชน์ต่างๆ ส่วนกรณีที่แม่ของคู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์กรณีคดีแพ่งนั้น ว่าต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าซ่อมรถอีก 20,000 บาทนั้น ตนคิดว่าเป็นเรื่องของเงินประกัน เป็นส่วนของทางบริษัทประกันกับทางคู่กรณีมากกว่า ทางตนได้แจ้งประกันไปตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่มีคู่กรณี คาดบริษัทประกันไปพูดคุยกับคู่กรณีมากกว่า ทั้งนี้ สำหรับงานในวงการบันเทิงนั้น เริ่มมีผู้ใหญ่ที่ใจดี และคอยให้กำลังใจตนมาตลอด เริ่มติดต่อมาบ้างแล้ว โดยไม่ใช่ต้นสังกัดเดิม" นายอัครณัฐ กล่าว.