บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฆ่าโหดวัยรุ่น ข้อเท้าสัก HON มัดมือซ้อมน่วม-ยิงหน้าผาก ห่อศพทิ้งพงหญ้า

พบวัยรุ่นชายนิรนาม อายุประมาณ 17-20 ปี มีรอยสัก HON ที่ข้อเท้า ถูกคนร้ายฆ่าโหด มัดด้วยลวด ทุบตีจนช้ำไปทั้งตัว ก่อนยิงหน้าผากทะลุศีรษะ ใช้พรมห่อร่าง หิ้วทิ้งพงหญ้าริมถนนที่นครปฐม เร่งเช็กวงจรปิดล่าตัว... 

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 ก.ค. 60 ร.ต.อ.ประเทือง เกศานนท์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สามควายเผือก จ.นครปฐม รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ที่ลานหญ้าขึ้นรก ริมถนนสายธรรมศาลา-ห้วยตะโก หมู่ 2 ต.ธรรมศาลา อ.เมืองนครปฐม หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ปรีดา อิ่มเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม นายสุรสิทธิ์ สิทธิกรวนิช นายอำเภอเมืองนครปฐม พ.ต.อ.วิฑูรย์ พละสาร ผกก.สภ.สามควายเผือก พ.ต.ท.ภาณุทัต เหลืองสัจจกุล รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ยงลิต ศุภผล รอง ผกก.สส.ภ.จว. นครปฐม ชุดสืบสวนภาค 7 ชุดสืบสวน ภ.จว.นครปฐม ชุดสืบสวน สภ.สามควายเผือก กองพิสูจน์หลักฐาน 7 แพทย์เวร รพ.ศูนย์นครปฐม เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ เป็นพงหญ้ารกข้างทางห่างจากถนน 6 เมตร พบศพชายไม่ทราบชื่อ ถูกห่อหุ้มร่างกายด้วยพรมปูพื้น มัดด้วยเชือกฟางสีฟ้า โผล่แต่ขาข้างขวาถึงหน้าแข้ง มีรอยสักที่ข้อขาเป็นภาษาอังกฤษว่า HON เมื่อแก้มัดเชือกออก คาดว่าผู้ตายอายุประมาณ 17-20 ปี รูปร่างสูงประมาณ 160 เซนติเมตร ผิวขาว ผมรองทรงยาว สวมเสื้อยืดแขนสั้นลายหลากสี สวมใส่กางเกงยีนส์ขาสั้น ไม่สวมรองเท้า ที่หูข้างซ้ายระเบิดติ่งหูเป็นรูใหญ่ ที่บริเวณคอ กลางลำตัว และขา ถูกมัดด้วยลวดพันเป็นเกลียวปม ที่หน้าท้องมีรอยเท้าเหยียบจนเปื้อนคราบดิน

นอกจากนี้ยังพบว่า มีบริเวณแผ่นหลังมีรอยฟกช้ำจากการถูกทุบตีด้วยของแข็งเป็นแนวเขียวช้ำ ที่ข้อมือทั้งสองถูกมัดไพล่หลังด้วยลวด ตามลำตัวและหน้าอกมีรอยฟกช้ำทั้งร่างกาย ที่ศีรษะถูกคลุมปิดด้วยถุงดำ ปากถูกมัดด้วยผ้าขาวม้า ผูกมัดเป็นปมด้านหลังศีรษะ มีกองเลือดไหลนอง และมีบาดแผลถูกอาวุธปืนขนาด .38 ยิงเข้าที่หน้าผากทะลุด้านหลังศีรษะจนเป็นรู หัวกระสุนตกอยู่ในพรมที่ห่อ ภายในตัวไม่พบเอกสารและหลักฐานว่าเป็นใครมาจากไหน

จากการตรวจสอบสถานที่อย่างละเอียดบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ พบก้นบุหรี่ตกอยู่ และถุงน้ำชาโยนทิ้งไว้ นอกจากนี้ยังมีเศษกระดาษที่ถูกเผาทิ้งอยู่ 1 กอง อยู่ห่างจากศพ 5 เมตร จึงให้กองวิทยาการเก็บหลักฐานเพื่อตรวจสอบ พร้อมกับให้ส่งศพพิสูจน์ยังสถาบันนิติเวช


จากการสอบถาม นายอรัญ เงินทองดี อายุ 42 ปี ผู้พบศพเป็นคนแรก เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพเลี้ยงม้า โดยกำลังจะพาม้าออกมากินหญ้าบริเวณดังกล่าว เมื่อเดินมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ พบผ้าม้วนใหญ่ทิ้งอยู่ในพงหญ้า จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นขาคนโผล่ออกมาจากกองผ้า จึงเรียก นางอริสรา ห้วยหงษ์ทอง อายุ 37 ปี ภรรยามาช่วยดู ก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ขณะที่ นางอิสรา เผยว่า ขณะเดินไปหาซื้อกับข้าวช่วงเช้า ยังไม่พบศพ

พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.7 เผยว่า จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแล้วพบว่า มีรอยคนเดินย่ำหลายจุด และมีร่องรอยของรถกระบะมาจอด อุ้มนำศพมาทิ้งยังที่เกิดเหตุ เพราะดูจากเลือดและผ้าที่ห่อศพแล้ว หากถ้ามีการทำร้าย ยิงคนในที่เกิดเหตุ น่าจะมีเลือดสดไหลนอง แต่เลือดที่ไหลออกจากตัวคนตายมีน้อยมาก และเลือดเริ่มเป็นลิ่ม คาดว่าน่าจะฆ่ามาจากที่อื่นและนำมาทิ้ง

ส่วนกระดาษที่เผา พบใกล้ที่เกิดเหตุนั้น เป็นรอยเผาใหม่ น่าจะเป็นของคนร้าย จึงให้กองวิทยาการตรวจสอบแล้ว เมื่อสอบถามจากชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงก็ไม่มีใครทราบว่าผู้ตายเป็นใคร ไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ ในตัวก็ไม่พบหลักฐานใดๆ คาดว่าคนร้ายเพิ่งนำมาทิ้งในช่วง 10.00 น. ตอนสายนี่เอง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่ติดตามหมู่บ้านและเส้นทางก่อน ถ้าทราบว่าผู้ตายเป็นใคร ก็จะสามารถคลี่คลายคดีได้เร็ว.