วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หอชมเมืองแลนด์มาร์คเมืองไทย

ประเด็น หอชมเมืองกรุงเทพมหานคร เป็นข้อถกเถียงในวงกว้าง นานาจิตตัง ขยายความไปต่างๆนานา ทำให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคม อะไรจริงอะไรเท็จ จุดประสงค์การสร้างหอชมเมือง ในต่างประเทศถือเป็นเรื่องปกติ มีกันแทบจะทุกเมือง หรือในต่างจังหวัด อย่างที่ จ.สุพรรณบุรี หอบรรหาร ศิลปอาชา สร้างขึ้นมาให้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองก็มีให้เห็นเป็นตัวอย่าง ถ้าไม่คิดอะไรมาก ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร นานเข้าก็เป็นสัญลักษณ์ของประวัติศาสตร์ เป็นแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม เช่น หอเอนเมืองปิซา ประเทศอิตาลี หอไอเฟล ประเทศฝรั่งเศส สกายทรี กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แคนตัน ทาวเวอร์ เมืองกวางโจว ประเทศจีน ซีเอ็น ทาวเวอร์ โตรอนโต ประเทศแคนาดา ใกล้ๆบ้านเรา ตึกแฝด เคแอล ทาวเวอร์ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไปโดยปริยาย

บ้านเราอาจจะรู้จักตึกใบหยกทาวเวอร์ เป็นตึกที่สูงที่สุด และก็มีตึกสูงอื่นๆตามมา แต่ หอชมเมืองสัญลักษณ์ กทม. ที่เป็นเมืองหลวงของประเทศไทยยังไม่มี มูลนิธิหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร ที่เป็นองค์กรเอกชน ได้มีแนวคิดที่จะสร้างหอชมเมืองเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและเป็นสัญลักษณ์ของ กทม. ตั้งงบไว้ที่ 4,422.96 ล้านบาท โดยมูลนิธิดังกล่าว เงินตั้งต้นที่ 5 แสนบาท กู้มาจากสถาบันการเงิน อีก 2,500 ล้านบาท รวบรวมเงินบริจาค อีก 2,100 ล้านบาท พอดีเป็นโครงการที่มีแนวทางสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลภายใต้ปรัชญา ศาสตร์พระราชา เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน

หอชมเมืองที่ว่ากันนี้มีความสูง 459 เมตร ต้องการให้เป็นแลนด์มาร์คของประเทศไทย ได้ประโยชน์ทั้งการท่องเที่ยวและเอกลักษณ์ของประเทศ หอชมเมืองได้จัดเป็นโถงเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช แห่งมหาจักรี พระบรมราชวงศ์ เพื่อประดิษฐาน พระบรมรูปของบูรพมหากษัตริยาธิราช ประดิษฐานรูปหล่อพระคลัง มหาสมบัติ พร้อมแสดงพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณ ศาสตร์พระราชา ในทุกๆด้าน

เมื่อมีมูลค่าการก่อสร้างสูงขนาดนี้ หอชมเมืองจึงจำเป็นต้องเก็บค่าเข้าชม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและจ่ายหนี้คืนแบงก์ ประเมินจากรายได้การขายบัตร จะอยู่ที่ 1,054 ล้านบาทต่อปี ค่าตั๋ว จะอยู่ที่ 750 บาทต่อคน สำหรับนักท่องเที่ยวก็ถือว่าไม่แพง เพราะเมื่อเทียบกับหอชมเมืองสำคัญๆ ค่าเข้าชมเป็นพันบาท สำหรับคนไทยจ่ายแค่ครึ่งราคา ทั้งนี้คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายต่อปีอยู่ที่ 892 ล้านบาท ดอกเบี้ยปีละ 38 ล้านบาท รายได้ส่วนหนึ่งนำไปบริจาคองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ

นอกเหนือจากนี้ เมื่อเวลาผ่านไปจนครบ 30 ปี หอชมเมืองกรุงเทพมหานคร ก็จะตกเป็นทรัพย์สินของ กรมธนารักษ์ แถมให้อีกนิดที่ไปเกี่ยวข้องกับ ครม. เพราะเป็นโครงการที่มีการลงทุนเกินกว่า 1 พันล้านบาท กรมธนารักษ์ จึงต้องแจ้ง ครม.ตามระเบียบ ซึ่ง ครม.พิจารณาดูแล้วไม่มีอะไรเสียหาย มีแต่ได้กับได้

คนที่ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้จึงควรจะใช้ความระมัด–ระวังเป็นพิเศษ ไม่ใช่มีปากก็พูดกันไปเรื่อยเปื่อย จับแพะชนแกะ สังคม ไทยที่เละเทะอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะมีคนบางกลุ่มที่ปากอยู่ไม่สุข ประเทศก็เลยไม่สงบสุขซะที.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th