วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวมพลังชาติอาเซียน เก็บภาษีเฟซบุ๊ก–ยูทูบ

โดย ลมกรด

เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผลสำรวจปี 2559 มีเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัล 9,400 ล้านบาท และปีนี้คาดว่าจะมีถึง 12,000 ล้านบาท แต่บรรดาผู้ให้บริการประเภท Over The Top (โอทีที) กลับไม่ต้องเสียภาษี ทำให้รัฐขาดรายได้ไปอย่างมาก

ทุกวันนี้หลายประเทศทั่วโลกก็พยายามจัดระเบียบโอทีที เพื่อดึงเงินเข้าระบบ แต่ยังหา สูตรสำเร็จ ไม่ได้

ของประเทศไทยก็มี พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. ในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ประเภทโอทีที ที่เป็นหัวหอกขับเคลื่อนเรื่องนี้ หมายมั่นจะตีทะเบียนโอทีทีให้ได้

แต่น่าเสียที่ทิ้งน้ำหนักผิด ไปมุ่งเน้น ควบคุมคอนเทนต์ มากกว่า การจัดเก็บรายได้

พ.อ.นทีเคยเรียกเจ้าของเพจดังที่มีคนติดตามมากกว่า 1 ล้านคน ประมาณ 30-40 ราย มาหารือถึงการนำเสนอเนื้อหาของแต่ละเพจที่ต้องไม่เป็นภัยต่อสังคม รวมถึงห้ามโฆษณาสินค้าที่ผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มของโอทีที ทั้งที่เรื่องเหล่านี้มีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องไปกำชับหรือขอความร่วมมืออะไรอีก แต่ทีเรื่องจะเก็บภาษีกลับไม่พูดให้กระจ่าง

หากควบคุมโอทีทีมากจนเกินพอดี อาจสวนทางกับ นโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างไทยแลนด์สตาร์ตอัพ การดำเนินธุรกิจ 4.0 แข่งขันกันในโลกดิจิทัล ถ้าถูกปิดกั้นความคิด ถูกจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยี แล้วจะไปสู้คู่แข่งได้อย่างไร
อันที่จริงบรรดาเจ้าของเพจดังที่มาตามคำเชิญของคณะอนุกรรมการฯ โอทีทีนั้น ล้วนเป็นเพจของคนไทย ก็คงไม่อยากมีปัญหากับเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่ เฟซบุ๊ก และ ยูทูบ ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดเกือบ 50% ปีที่แล้วทำรายได้จากไทยประมาณ 4,500 ล้านบาท เชิญไปกี่ครั้งก็ไม่เคยมาร่วมหารือ

ร้อนถึงขั้น พ.อ.นทีต้องไปกดดัน 47 บริษัทที่มีงบโฆษณาสูงสุดบนออนไลน์ (ยูนิลีเวอร์ คอลเกต-ปาล์ม โอลีฟ ปตท. ไทยประกันชีวิต โตโยต้า ฮอนด้า ธ.กสิกรไทย ธ.ไทยพาณิชย์ ศุภาลัย ฯลฯ) ให้มาช่วยบีบเฟซบุ๊กกับยูทูบ โดยขู่จะเอาผิดบริษัทเหล่านี้ถ้าขืนไปลงโฆษณาในเฟซบุ๊กกับยูทูบ ทั้งๆที่คณะอนุกรรมการฯโอทีทีไม่น่าจะมีอำนาจเข้าไปแทรกแซง 47 บริษัทได้ ดูแล้วบุ่มบ่ามไปหน่อย

ผมเชื่อว่าเมื่อถึงเดดไลน์วันที่ 22 ก.ค. ทั้งเฟซบุ๊กและยูทูบก็จะไม่มาขึ้นทะเบียน คงไม่ยอมมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของไทย เพราะบริษัทเขาใหญ่และเป็นที่นิยมทั่วโลกเกินกว่าจะมามองประเทศเล็กๆประเทศเดียว

วันนี้ผมอยากเสนอว่าแทนที่ไทยจะสู้เพียงลำพัง หรือขับเคลื่อนเพียงหน่วยงานเดียว เราควรผนึกกำลังกับประเทศในอาเซียน ไปเจรจาต่อรองกับเฟซบุ๊กและยูทูบให้เสียภาษีอย่างถูกต้อง

เดือน ก.ย.นี้ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมร่วมกันระหว่างเร็คกูเรเตอร์ (กสทช.) และ เทเลคอมโอปะเรเตอร์ (ค่ายมือถือ) ของ 10 ชาติอาเซียน วาระสำคัญคือหารือเกี่ยวกับการกำกับดูแลบริการประเภทโอทีที จึงนับเป็นโอกาสดีที่จะรวมพลังสร้างอำนาจต่อรองได้

ไม่แน่อาจบีบยักษ์ใหญ่ให้ลงมาเล่นในเกมได้.

ลมกรด