วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อธิบดีตอกหน้านายจ้าง ถามหาจิตสำนึก

‘อ๋อย’ แฉตู่รอเป็นนายกฯคนนอก ซัดคสช.ส่งคนบีบพรรคการเมือง!

อธิบดีกรมจัดหางาน เผยแรงงานต่างด้าวชะงักไหลกลับมาตุภูมิ รอดูท่าทีหลัง คสช.เตรียมงัด ม.44 ชะลอ พ.ร.ก.ต่างด้าว ยันอัตราค่าปรับใหม่สแตนดาร์ดไม่สูงเว่อร์ กระทุ้งสำนึกนายจ้าง ห่วงใยสาธารณะทำให้ถูก ก.ม. ปลัดแรงงานยันขยับแก้ปัญหามานานแล้ว ออก พ.ร.ก.เพื่อเร่งสปีด รัฐบาลเชื่อสัปดาห์นี้ปัญหาจบ ฝ่ายการเมืองห่วง 120 วันแก้ไขไม่ทัน พร้อมจี้ทบทวน ก.ม.ให้รอบคอบ “อุเทน” ซัด คสช. ทำงานสะเพร่า รีบออก พ.ร.ก.แล้วตามแก้ด้วย ม.44 ด้านผู้ประกอบการครวญเงื่อนเวลาบีบรัด ค่าใช้จ่ายบานปลาย ธุรกิจสะเทือน พร้อมจี้รัฐแก้ปัญหา จนท.ตบทรัพย์ สตช.ขึงขังสั่งฟัน ตร.เรียกเงินใต้โต๊ะ สปท.ฟันธง “บิ๊กตู่” หมดสิทธิ์ลงสนามเลือกตั้ง รีเทิร์นนายกฯได้ในฐานะคนนอก “อ๋อย” เย้ย “บิ๊กตู่” ลงมาเล่นการเมืองไม่ได้ เพราะด่าไว้เยอะ รอแต่งตัวเป็นนายกฯคนนอก แฉวางเกมบีบพรรคการเมือง ปูพรมแดงกลับมาไว้แล้ว

กรณี พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 บังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. โดยมีบทลงโทษสูง ส่งผลกระทบวงกว้างในภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และกลุ่มวิถีชุมชนที่จ้างแรงงานต่างด้าว ทำให้รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมออกคำสั่งตามมาตรา 44 เพื่อผ่อนปรนการบังคับใช้บางมาตราที่เกี่ยวกับบทลงโทษ ออกไปอีก 120 วัน เพื่อให้แรงงานต่างด้าว ขอใบอนุญาตให้ถูกต้องนั้น

อธิบดีจัดหางานแจง พ.ร.ก.ต่างด้าว

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดี กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเฝ้ามองดูตัวเลขไหลออกของแรงงานต่างด้าว แต่ภายหลังมีข่าวว่า คสช.จะใช้มาตรา 44 ผ่อนปรนการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 บางมาตราออกไปอีก 120 วัน ตัวเลขเริ่มหยุด ทั้งที่ควรจะไหลไปเรื่อยๆ เพื่อออกไปทำให้ถูกต้องก่อนกลับเข้ามาตามเอ็มโอยู สำหรับโทษปรับนายจ้างใช้ต่างด้าวผิดกฎหมาย 4-8 แสนบาทต่อ 1 คน ที่มองกันว่ามากเกินไปนั้น ที่จริงเป็นโทษตามมาตรฐาน ก่อนหน้านี้ พ.ร.ก.ประมง มาตรา 11 ระบุ นายจ้าง ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลรายใด ที่ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ก็มีโทษปรับเริ่มที่ 4 แสนบาท กฎหมายการใช้แรงงานเด็ก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ก็ปรับ 4 แสน หลักของกฎหมายจะต้องมีกลุ่มของความผิดในชุดเดียวกัน โทษที่ออกมาเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่ผลกระทบกับผู้ประกอบการอาจกว้างกว่า

กระทุ้งสำนึกคนไทยทำให้ถูก ก.ม.

“อยากถามสำนึกคนไทย มีความห่วงใยสาธารณะบ้างหรือไม่ ถ้าสังคมไทยไม่ทำผิดกฎหมาย พ.ร.ก.ต่างด้าวฉบับนี้ก็ไม่ต้องออกมาบังคับใช้ กระทรวงแรงงานไม่ได้ปิดกั้นการจ้างแรงงานต่างด้าว เพียงแต่ควรให้ทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามเอ็มโอยู นายจ้างที่ต้องการใช้แรงงานต่างด้าว สามารถยื่นขอโควตาได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อนำเข้ามาทำงานกิจการกรรมกร คนรับใช้ในบ้าน ประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำ การขอโควตาปัจจุบันลดเวลาลงเหลือ 5 วันเท่านั้น ส่วนขั้นตอนการนำเข้ามาจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน หลัง พ.ร.ก.ต่างด้าวฉบับนี้บังคับใช้ ทำให้แรงงานผิดกฎหมายทยอยเดินทางกลับประเทศ แรงงานกลุ่มนี้เมื่อกลับไปเข้าสู่ขั้นตอนนำเข้าตามเอ็มโอยู ก็จะสามารถกลับเข้ามาทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย”อธิบดีกรมการจัดหางานกล่าว

ต่างด้าวในไทยมีใบอนุญาตครึ่งเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันตัวเลขแรงงานถูกกฎหมาย มีเอกสาร พาสปอร์ต เวิร์กเพอร์มิต ใบอนุญาตทำงาน ประมาณ 1.3 ล้านคน ส่วนอีกกว่า 1.3 ล้านคน เป็นกลุ่มต่างด้าวสัญชาติเมียนมา กัมพูชา และลาว ลักลอบเข้ามาทำงาน แต่ได้รับการผ่อนผัน โดยถือบัตรประจำตัวสีชมพู ทำงานเฉพาะอาชีพกรรมกร คนรับใช้ในบ้าน โดยแรงงานประมง บัตรจะหมดอายุในวันที่ 1 พ.ย.60 ส่วนกลุ่มทำงานบนฝั่งจะหมดอายุ 31 มี.ค. 61 ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนพิสูจน์สัญชาติจากประเทศต้นทาง หลังจากได้รับหนังสือสำคัญประจำตัว (ซีไอ) หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต จะต้องนำตัวไปลงตราวีซ่าที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภายใน 15 วัน และขอใบอนุญาตทำงาน ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด จะสามารถทำงานต่อได้อีก 2 ปี

ออก พ.ร.ก.แก้ปัญหาหมักหมม

ขณะที่ ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ได้แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวมาตลอด ขยับมานานแล้ว กระชับพื้นที่ไปเรื่อยๆ ปีที่แล้วเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว 2 ล้านกว่าคน แล้วเปิดต่อทะเบียนแรงงานต่างด้าวก็หายไปครึ่งหนึ่ง พยายามให้มีการเร่งพิสูจน์สัญชาติเพื่อจะออกวีซ่าทำงาน ออกเวิร์กเพอร์มิตให้ทำงาน 2 ปี นอกจากนี้ยังมี พ.ร.บ.ออกมาแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวแล้ว 2 ฉบับ วันนี้จึงออกเป็น พ.ร.ก.เพื่อรวมเอา พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับนั้นไว้ด้วยกัน ให้มันกระชับขึ้น

คาดสัปดาห์นี้จบปัญหาต่างด้าว

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อกังวลของภาคเอกชน เกี่ยวกับการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ว่า รัฐบาลรับทราบ ปัญหาและเข้าใจถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ ที่จำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าว โดยจะใช้มาตรา 44 ชะลอหรือเลื่อนการบังคับใช้บางมาตราที่มีบทลงโทษรุนแรงไปก่อน ในสัปดาห์นี้ทุกอย่างจะเรียบร้อยขอให้ทุกฝ่ายอย่าได้กังวล แรงงานต่างด้าวยังสามารถ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ นายกฯได้เน้นย้ำว่า รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลแรงงานทุกคนที่อยู่ในประเทศ ภายใต้หลักมนุษยธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงฝากให้สติแก่สังคมว่าอย่าหลงเชื่อวาทกรรมที่กล่าวอ้างว่ารัฐบาลเอาใจแรงงานต่างด้าว ไม่สนใจแรงงานไทย ต้องยอมรับความจริงแรงงานไทยไม่นิยมทำงานบางอย่าง ทำให้แรงงานขาดแคลน เช่น งานกรรมกร ก่อสร้าง ประมง เกษตร คนรับใช้ในบ้าน เป็นต้น จึงจำเป็นต้องอาศัยแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำแทน เป็นผลดีต่อทั้ง 2 ฝ่าย

“องอาจ” ห่วง 120 วันแก้ไขไม่ทัน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีต รมช.แรงงาน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันแล้วว่าไม่สามารถเปิดศูนย์จัดตั้งศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวได้ เพราะขัดต่อบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) 3 ประเทศ คือ สปป.ลาว เมียนมา และกัมพูชา รวมไปถึงพันธสัญญาไอยูยู จึงเกรงว่าแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายนับล้านคนจะแก้ไขภายในระยะเวลา 120 วันได้ทันหรือไม่ เพราะแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ต้องกลับไปยังประเทศของตนเพื่อทำเรื่อง และผ่านเข้าสู่กระบวนการอย่างถูกต้อง อาจต้องใช้เวลา 1-2 เดือน และมีค่าใช้จ่าย ประมาณคนละ 20,000 บาท จึงขอให้รัฐบาลเร่งเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดขั้นตอนในกระบวน การเข้าสู่ระบบแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย ให้แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในไทยอยู่แล้วสามารถกลับเข้ามาทำงานกับนายจ้างคนเดิมได้ เพราะถ้าต้องทำตามกฎหมายต้องใช้เวลา 1-2 เดือน นายจ้างอาจไม่สามารถรอได้ ความเสียหายจะยิ่งมากขึ้น

“ลดาวัลลิ์” จี้ผู้นำทบทวนหลักการ

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน กล่าวว่า พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 เกิดเสียงสะท้อนว่ามีผลกระทบต่อธุรกิจหลายประเภท มีบางธุรกิจถึงกับต้องหยุดกิจการ เพราะไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า รู้สึกเป็นห่วงการออกกฎหมายจากมุมมองของข้าราชการอย่างเดียว จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอุตสาหกรรมของประเทศ จึงขอฝากถึงนายกฯให้รีบทบทวน พ.ร.ก.ฉบับนี้ โดยนำความเห็น ข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการ นายจ้างและจากทุกฝ่ายมาพิจารณาแก้ไขปรับปรุง เช่น การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวใหม่โดยให้สอดคล้องกับความจำเป็นใช้งานที่แท้จริง จะช่วยตัดปัญหาการลักลอบจ้างงานอย่างผิดกฎหมาย และปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ที่สำคัญรัฐบาลต้องหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่มาอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนและผู้ใช้แรงงานภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ที่ทำอยู่เหมือนบีบให้เอกชน และแรงงานทำผิดกฎหมาย แล้วยังออกกฎหมายแบบนี้มาเป็นดาบลงโทษแรงงาน และเอกชนอีกนับเป็นเรื่องเศร้ามาก

“อุเทน” ซัด คสช.ทำงานสะเพร่า

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า กรณีที่นายกฯเตรียมใช้อำนาจตามมาตรา 44 ชะลอการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 หลายมาตรา สะท้อนให้เห็นว่าขาดการรับฟังความคิดเห็น เขียนกฎหมายแบบคิดเองเออเอง เข้าใจดีที่รัฐบาลต้องเร่งออก พ.ร.ก.เพื่อหวังเอาใจประเทศสหรัฐอเมริกา ในการปรับสถานะประเทศไทยในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ แต่ผลออกมาก็ไม่ดีขึ้น เพราะประกาศใช้กฎหมายกระชั้นเกินไป สุดท้ายกลับมีผลกระทบในภาคธุรกิจ จนต้องใช้มาตรา 44 ซ้อนมาอีก กลายเป็นเล่นตลกให้นานาชาติหัวเราะ เรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้งในยุค คสช. ทั้งการออกคำสั่ง คสช.ยกเลิกคำสั่ง คสช. หรือการออกมาตรา 44 เพื่อล้มล้าง เนื้อหาตัวบทกฎหมายที่บัญญัติขึ้นเอง กลายเป็นว่านำอำนาจมาใช้ราวเป็นของเล่น หรือเครื่องทดลอง จึงต้องโทษทั้งคนให้นโยบาย ผู้ดำเนินการ โดยเฉพาะพวกเนติบริกร ที่ทำให้ คสช.ต้องขายหน้า

ผู้ประกอบการครวญทำไม่ได้

ด้านนางสุนิษา บ้านนา ผู้ประกอบการโรงแรมและปศุสัตว์ จ.นครนายก กล่าวว่า ผู้ประกอบการทั้งหมดมีความกังวลต่อ พ.ร.ก.ต่างด้าว รัฐบาลควรขยายเวลาจาก 120 วันออกไปอีก และการเปิดลงทะเบียนน่าจัดทำเหมือนครั้งที่ผ่านมา ที่เปิดให้ดำเนินการภายในจุดเดียวแบบวันสต๊อปเซอร์วิส เพื่ออำนวยความสะดวก แต่รอบนี้ให้ส่งแรงงานกลับประเทศเพื่อพิสูจน์สัญชาติ การกลับแต่ละครั้งต้องใช้เวลาถึง 2 เดือน ค่าใช้จ่ายสูงถึงหัวละ 2 หมื่นบาท แล้วช่วงนี้จะเอาแรงงานที่ไหนมาทดแทน และไม่แน่ใจว่าที่ส่งกลับไปจะกลับมาครบหรือไม่ ส่งไป 50 คน จะกลับมาเท่าไหร่ และทุกวันต้องจ้างนายหน้า จ้างรถในการดำเนินการ ทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลาย มาตรการที่ออกมาครั้งนี้ผู้ประกอบการไม่ว่าคนไหนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำไม่ได้ จริงๆแล้วอยากให้มีการแก้ไข พ.ร.ก.ดังกล่าว ทำแบบรอบแรกในการอำนวยความสะดวกให้ทำในประเทศไทย

120 วันไม่พอขอเวลามากกว่านี้

นายพยงค์ คงอุดมทรัพย์ ที่ปรึกษาสหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย กล่าวว่า ระยะเวลา 120 วันไม่พอแน่นอน ทั้งการเตรียมเอกสาร ระยะเวลาการเดินทาง การเตรียมการของหน่วยงานเป็นไปด้วยความล่าช้า และถ้าทำไม่ทันรัฐบาลจะทำอย่างไร เวลานี้แรงงานต่างด้าวต่างพากันเดินทางกลับ ส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก เวลามียอดการสั่งซื้อสินค้าเข้ามาแต่ไม่มีคนทำ ยืนยันไม่มีใครอยากทำผิดกฎหมาย มีใครอยากโดนปรับ 8 แสนบาทบ้าง เราเข้าใจว่าต้องใช้ยาแรงเพื่อให้เกิดความถูกต้อง แต่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ทำด้วย การบอกว่าถ้าทำถูกต้องก็ไม่ต้องกลัวค่าปรับ ตรงนี้ไม่เถียง แต่ต้องให้เวลาด้วย ให้ 120 วันจะทำอะไรได้ อยากขอมากกว่า 120 วัน

ว้าวุ่นกระทบธุรกิจท่องเที่ยว

น.ส.จารุวรรณ จินตกานนท์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ตราด เผยว่า ตามที่ พ.ร.ก.ต่างด้าวมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจด้านท่องเที่ยวบนเกาะช้าง-เกาะกูด และเกาะอื่นๆ ที่ใช้แรงงานต่างด้าวเกิดความวิตกกังวล ไม่กล้าจ้างแรงงานต่างด้าว กระทบต่อธุรกิจด้านท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พ.ร.ก.ดังกล่าวกำหนดบทลงโทษนายจ้างผู้ให้ที่พักพิงไว้รุนแรง มีค่าปรับสูงมาก ทำให้ไม่มีใครกล้าจ้างแรงงานต่างด้าว ต้องปล่อยให้เดินทางกลับประเทศไปก่อน เพื่อไปทำใบ MOU ตามที่กฎหมายใหม่กำหนดให้เรียบร้อย ยอมขาดแคลนแรงงานและรอฟังความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง ล่าสุดทราบข่าวนายกฯจะใช้มาตรา 44 เลื่อนการบังคับใช้ เพื่อเปิดโอกาสทำให้ถูกต้อง แต่ก็ยังไม่แน่ใจ

จี้รัฐกำจัดปัญหา จนท.ตบทรัพย์

นายผณิศวร ชำนาญเวช ประธานคณะกรรมการประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง หอการค้าไทย และอดีตนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมใช้อำนาจตามมาตรา 44 ชะลอการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ในบางมาตราว่า ก่อน พ.ร.ก.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ รัฐบาลให้เวลาภาคเอกชนในการปรับตัวมาหลายปีแล้ว แต่มีบางส่วนยังไม่ยอมปรับตัว พอกฎหมายมีผลบังคับใช้ก็ตกใจ และอ้างว่าได้รับผลกระทบ จนทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรา 44 ชะลอการบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม มองว่ารัฐบาลจำเป็นต้องแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่รับสินบนในการนำเข้าแรงงานต่างด้าวให้หมดไปด้วย หาก ไม่แก้ให้หมดไป จะยิ่งทำให้มีการนำเข้าแรงงานใหม่ๆ ที่ผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นทุกปี และแรงงานเหล่านี้จะกลายเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ทำให้ปัญหาแรงงานต่างด้าวของไทยรุนแรงมากขึ้นอีก เมื่อมีการออก พ.ร.ก.ฉบับใหม่ที่กำหนดบทลงโทษรุนแรงมาก โดยเฉพาะการปรับเงินนายจ้างสูงขึ้น ก็จะยิ่งเป็นโอกาสทำให้เจ้าหน้าที่เรียกรับเงินใต้โต๊ะสูงขึ้น เช่น จากเดิมเคยเรียกรับเงิน 3,000 บาทต่อแรงงานต่างด้าว 1 ราย ก็อาจเป็นเพิ่ม 10,000 บาทได้

ขึงขังสั่งเชือด ตร.เรียกใต้โต๊ะ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งกำชับห้ามให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย ทุกพื้นที่เรียกรับผลประโยชน์ หรือสินบนในทุกรูปแบบจากนายจ้างและแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย หากกระทำผิดจะลงโทษขั้นเด็ดขาด ทั้งยังขอความร่วมมือจากประชาชนไม่ว่าจะเป็นแรงงานต่างด้าวหรือนายจ้าง หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเรียกรับผลประโยชน์ในทุกรูปแบบ สามารถแจ้งข้อมูลมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้โดยตรง หากพบมูลความจริงจะลงโทษทันที

ต่างด้าวผวาแห่กลับภูมิลำเนา

วันเดียวกัน ที่จุดผ่อนปรนชั่วคราวบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ชายแดนตรงข้าม อ.พญาตองซู ประเทศเมียนมา ตั้งแต่เช้ามีแรงงานชาวเมียนมาทยอยเดินทางกลับบ้านจำนวนมาก หลังรัฐบาลไทยประกาศใช้ พ.ร.ก.ต่างด้าวตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา แม้ล่าสุดกำลังจะมีการใช้มาตรา 44 ชะลอใช้กฎหมายไปอีก 120 วัน แต่แรงงานต่างด้าวยังเดินทางกลับอย่างต่อเนื่อง โดย พ.ต.อ.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผกก.ตม.กาญจนบุรี เผยว่า ช่วงนี้แรงงานต่างด้าวมารายงานตัว ขอกลับเมียนมามากกว่าปกติที่เคยผลักดันประมาณ 300 คน เนื่องจากนายจ้างเลิกจ้าง เพราะเกรงจะผิดกฎหมาย

บิ๊กพม่ามารับถึงด่านชายแดน

ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก พ.ต.อ.แมน รัตนประทีป ผกก.ด่านตรวจคนเข้าเมืองตาก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่งกลับแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมากว่า 400 คน บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ด่านถาวร-แม่สอด โดยมีผู้นำกระทรวงแรงงานของเมียนมา นำโดยนายอ่องเตเวน หัวหน้ากระทรวงแรงงานเมียนมา จากกรุงเนปิดอว์และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเมียนมา เดินทางมารับแรงงานกลับสู่ภูมิลำเนาต่อไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของไทยอำนวยความสะดวกในการส่งกลับพร้อมมอบอาหารและน้ำดื่ม เพื่อเป็นการช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม

ชี้ “บิ๊กตู่” หมดสิทธิ์ลงสนาม ลต.

ด้านความเคลื่อนไหวทางการเมือง กรณีที่ฝ่ายการเมืองทวงถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะเล่นการเมืองหรือไม่ และจะตั้งพรรคการเมืองลงสนามเลือกตั้งหรือไม่นั้น วันเดียวกัน นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า หาก คสช. ครม. สนช. และ สปท. จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ต้องลาออกก่อน 90 วัน นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์คือ ครม. ถ้าจะลง ส.ส.ต้องลาออกจากตำแหน่งก่อน ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย เพราะคนที่อยู่ในตำแหน่งปัจจุบันไม่มีสิทธิสมัคร ส.ส.อยู่แล้ว แต่หากจะมาเป็นนายกฯคนนอกขึ้นอยู่กับรัฐสภา ที่มีทั้ง ส.ส. ส.ว.เห็นพ้องต้องกัน เป็นเรื่องที่กำหนดไว้แล้วตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น เมื่อนายกฯไม่สามารถเป็น ส.ส.ได้ คงไม่ตั้ง พรรคการเมือง เพราะลงสมัครไม่ได้อยู่แล้ว

รีเทิร์นนายกฯในฐานะคนนอก

นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตสมาชิก สปท. กล่าวถึงกรณีนักการเมืองเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลงสมัคร ส.ส. เพื่อลงสนามเลือกตั้งสมัยหน้าว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า หากใคร จะลงสมัคร ส.ส. ต้องลาออกภายใน 90 วัน ภายหลังจากรัฐธรรมนูญบังคับใช้ ซึ่งจะครบกำหนดภายในวันที่ 5 ก.ค.นี้แล้ว ดังนั้น คงไม่มีทางแน่นอนที่อยู่ๆ พล.อ.ประยุทธ์จะลาออกจากการเป็นนายกฯ หรือทิ้งเก้าอี้ภายใน 2-3 วัน เพราะงานบริหารประเทศยังมีอีกมากมาย เมื่อถามว่า แสดงว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกฯได้ มีวิธีเดียวคือการเป็นนายกฯคนนอกเท่านั้น นายวิทยาตอบว่า รัฐธรรมนูญกำหนดว่า เป็นได้ และระบบนายกฯคนนอกนี้เคยใช้กันมาก่อนแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เพียงแต่ต้องปรับที่มาให้เข้ากับยุคสมัย ประเทศไทยเคยมีนายกฯคนนอกมาก่อน ไม่ใช่ว่านายกฯคนนอกจะไม่ดี บางทีนายกฯคนนอกยังดีกว่านายกฯที่มาจาก ส.ส.บางคนเสียอีก

“อ๋อย” เย้ย “บิ๊กตู่” กระดากลงสนาม

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคไทย กล่าวว่า เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ตั้งใจเป็นนายกฯหลังการเลือกตั้งอีก โดยเป็นนายกฯคนนอก การที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดไม่ชัด ไม่กล้าประกาศตอนนี้ เพราะถ้าบอกว่าไม่ลงเลือกตั้ง คนจะถามว่าแล้วจะเป็นนายกฯไหม จะบอกว่าไม่เป็นก็ไม่ได้ ทำให้เข้าใจได้ว่าจะเป็นนายกฯคนนอกโดยการสนับสนุนของ ส.ว. 250 คนเป็นหลัก และเท่ากับเป็น การประกาศสืบทอดอำนาจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สง่างาม การวิเคราะห์อย่างนี้เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ คสช.แม่น้ำสายต่างๆ พูดกรอกหูทุกวันว่า นักการเมืองและพรรคการเมืองเลวร้าย เป็นตัวปัญหา การเลือกตั้งไม่ใช่สาระสำคัญของระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นหาก พล.อ.ประยุทธ์จะสังกัดพรรคการเมืองลงเลือกตั้ง เท่ากับผิดแผ่น ทำในสิ่งที่ตนเองประณามอยู่ทุกวัน

วางแผนรีเทิร์น–บีบพรรคการเมือง

“มีการวางระบบกลไกเพื่อให้คนนอกมาเป็นนายกฯ กีดกันการทำงานพรรคการเมืองและผู้มาจากการเลือกตั้ง รวมถึงบรรดาสมุน คสช.ลาออกมาตั้งพรรคเตรียมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกฯ ต้องจับตามองพรรคการเมืองขนาดกลางๆ ที่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกค่อนข้างมาก รวมถึงพรรคการเมืองขนาดใหญ่ เพราะ การจะตั้งรัฐบาลได้สำเร็จต้องมีพรรคการเมืองใหญ่เข้าร่วมด้วย เข้าใจว่า คสช.และผู้สนับสนุนเขาคงทำเป็นขั้นเป็นตอน ค่อยๆสร้างเงื่อนไขบีบพรรคการใหญ่บางพรรคเข้าร่วม และเมื่อตั้งรัฐบาลได้แล้วการจะดึงพรรคการเมืองต่างๆเข้าไปอีก เพื่อให้ได้เสียงเกินครึ่งจึงเป็นเรื่องไม่ยาก ส่วนการสืบทอดอำนาจจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับปัญหาความเดือดร้อนและการทุจริตโกงกินแล้วประชาชนจะทนไหวหรือไม่ เพราะระยะหลังวางนโยบายผิดทิศผิดทาง ไม่โปร่งใส ขาดวิสัยทัศน์ เศรษฐกิจเสียหาย ประชาชนเดือดร้อนทั่วประเทศ” นายจาตุรนต์กล่าว

“ดำรงค์” ไม่เอาด้วยรวมพรรคเล็ก

นายดำรงค์ พิเดช อดีตสมาชิก สปท. ในฐานะหัวหน้าพรรคทวงคืนผืนป่า กล่าวถึงกรณีนายสมพงษ์ สระกวี อดีตสมาชิก สปท. เตรียมประสานพรรคขนาดเล็กมาตั้งเป็นพรรคใหม่ในการเลือกตั้งสมัยหน้าว่า นายสมพงษ์ได้มาทาบทามจริง แต่เท่าที่ดูคงไม่ไป เพราะไปด้วยกันลำบาก เนื่องจากพรรคตนมีนโยบายเฉพาะเรื่องป่าไม้อย่างเดียวเท่านั้น ไม่เน้นนโยบายเรื่องการเมือง และดูแล้วก็ไม่มีใครมีนโยบายทำเรื่องป่าไม้จริงๆจังๆ จึงไม่จำเป็นต้องไปรวมกลุ่มพรรคเล็กตั้งเป็นพรรคการเมืองใหม่ จะได้ ส.ส.แค่ไหนก็แค่นั้น ส่วนจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯอีกหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่าใครจะเป็นนายกฯก็ได้ พร้อมสนับสนุน แต่ขอให้มีนโยบายแก้ปัญหาดูแลรักษาป่าไม้ด้วย ไม่ใช่เน้นแต่เอาที่ ส.ป.ก.ไปแจกอย่างเดียวก็คงไม่ไหว

พ.ท.ถามหาคนรับผิดชอบเลื่อน ลต.

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้นักการเมืองส่วนใหญ่เกรงว่าจะมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป หาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 10 ฉบับ ยกร่างเสร็จไม่ทันภายใน 240 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ จึงอยากถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กรุณาให้ความกระจ่างในแง่มุมกฎหมายว่า หาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 10 ฉบับเสร็จไม่ทันภายใน 240 วัน ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะขณะนี้มีการตรวจสอบพบข้อ เท็จจริงจากหลายๆ ฝ่ายว่าการทำหน้าที่ของ ครม.และ สนช.ในขั้นตอนการนำเสนอร่างกฎหมายไปยัง สนช.และการตรากฎหมาย อาจมีการกระทำขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญก็เป็นได้

“วัฒนา” ฉะเผด็จการเสียดสี “เจ๊หน่อย”

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ถูกฝ่ายเผด็จการโจมตีว่า ไปขอพบผู้บริหาร AIIB ที่ประเทศจีน เพื่อหารือ แต่พลาดโอกาสเพราะผู้บริหาร AIIB ไม่ว่าง เป็นทำนองว่า คุณหญิงสุดารัตน์สร้างภาพไปขอพบผู้บริหารเอง โดยไม่ได้รับเชิญ สะท้อนวิธีคิดทั้งนายและบ่าวเต็มไปด้วยความริษยา จ้องทำลายการเมืองฝ่ายตรงข้าม มีความมืดบอดทางปัญญา การเดินทางครั้งนี้เป็นการไปเยือนตามคำเชิญด้วยค่าใช้จ่ายส่วนตัว ไม่ได้เบิกเงินหลวง ไม่มีไข่ปลาคาเวียร์เสิร์ฟบนเครื่อง มีภารกิจสำคัญคือการแสวงหาความร่วมมือและโอกาสเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หากพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เพราะภารกิจใหญ่รัฐบาลหน้าคือการแก้ไขปัญหาที่เผด็จการสร้างทิ้งไว้ 3 ปี จนประเทศเสียหายยับเยิน ครม.ที่หัวหน้าเผด็จการนั่งอยู่หัวโต๊ะ 3 ปีแล้วแทบไม่มีเรื่องให้เห็นเป็นผลงาน แต่ยังอุตส่าห์วางยุทธศาสตร์ชาติให้คนไทยเดินตาม 3 ปียังทำบ้านเมืองเสียหายขนาดนี้ ถ้าต้องเดินตามอีก 20 ปี คงบันเทิงน่าดู

ก.ม. ส.ส.-ส.ว.เสี่ยงกระทบ ลต.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวว่า หลังจากที่ กกต.ได้รับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองจาก สนช. เบื้องต้นยังไม่พบสิ่งใดที่ขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ดังนั้น กกต.อาจจะมีมติไม่ทำความเห็นส่งกลับไปยังสนช. ส่วนการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ร่วมกัน 3 ฝ่ายในวันที่ 4 ก.ค. ประธาน กกต.จะเป็นตัวแทน กกต.ไปชี้แจง โดยจะนำเหตุผลและคำอธิบายต่างๆ ไปขยายความเพื่อให้เข้าใจว่าทั้ง 6 ประเด็นที่ กกต.เสนอความเห็นกลับไปนั้นขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญอย่างไร เมื่อถามว่า ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับร่างกฎหมายลูกจะส่งผลให้โรดแม็ปการเลือกตั้งเลื่อนออกไปหรือไม่ นายสมชัยตอบว่า คิดว่าไม่ขยับ เพราะกฎหมาย 2 ฉบับแรกคือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.และพรรคการเมือง พิจารณาในช่วงต้นของกรอบระยะเวลา 8 เดือนในการทำกฎหมายลูก ขณะนี้เพิ่งจะเข้าสู่เดือนที่ 2 ของการทำกฎหมาย หากต้องปรับปรุงแก้ไขหรือต้องร่างใหม่คิดว่าน่าจะทันกรอบเวลาที่กำหนดไว้ แต่ถ้าหาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. หรือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่พิจารณาในช่วงท้ายๆของระยะเวลาการทำกฎหมายลูก มีปัญหาต้องร่างใหม่ ก็อาจจะกระทบได้

เวทีสัญญาประชาคมพร้อมแล้ว

พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมจัดเวทีสาธารณะ 4 ภาค เพื่อชี้แจงร่างสัญญาประชาคม ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือน ก.ค.นี้ว่า ขณะนี้ได้เตรียมการในส่วนของ กอ.รมน.เรียบร้อยแล้ว จะชี้แจงให้ประชาชนรับทราบถึงร่างสัญญาประชาคมที่ได้จัดทำขึ้น หากพี่น้องประชาชนจะแสดงความเห็นเพิ่มเติมมาอีก ก็พร้อมที่จะรับฟังทุกความเห็น เพื่อนำไปพิจารณาปรับปรุงอีกครั้ง ก่อนทำร่างสัญญาประชาคมฉบับสมบูรณ์ โดยหลังจากปิดเวทีร่างสัญญาประชาคมแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะส่งข้อมูลทั้งหมดไปให้คณะกรรมการสร้างความสามัคคีปรองดอง และส่งต่อไปยังคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการต่อไป

รัฐขอร่วมมือแก้ราคายางตกต่ำ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอบคุณข้อเสนอแนะจากกลุ่มการเมืองและเกษตรกรชาวสวนยางเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยย้ำว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจและยกเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญที่ต้องทำให้เกิดความยั่งยืนด้วยการแก้ไขทั้งระบบ ไม่ใช่แก้กันที่ปลายทางคือ การให้เงินอุดหนุนอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา นายกฯขอให้กลุ่มการเมือง เกษตรกร และประชาชน ปรับเปลี่ยนวิธีคิดด้วยการมองไปข้างหน้า ผนึกกำลังร่วมกันแก้ไขปัญหา ก้าวข้ามวงจรแบบเก่าๆ อย่ายกให้เป็นภาระของรัฐบาลแต่เพียงฝ่ายเดียว

ชำแหละจุดซ่อนเร้นรถไฟไทย-จีน

เมื่อ 13.00 น. ที่ห้องประชุมประกอบ หุตะสิงห์ อาคารอเนกประสงค์ 1 ชั้น 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือดีอาร์จี จัดงานเสวนา “อนาคตประเทศไทย ภายใต้รถไฟจีน ม.44” นายชาตรี ประกิตนนทการ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า กระบวนการทำรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ไทยเสียเปรียบเกือบทุกเรื่อง การจัดซื้อจัดจ้าง สเปกวัสดุอุปกรณ์ที่จะมาใช้ในการก่อสร้าง ควรซื้อในประเทศเรา ไม่ใช่ซื้อจากจีน จึงเตือนว่าอย่าหลงประเด็นว่าเป็นเรื่องเปิดช่องการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีอย่างเดียว น่าแปลกที่เรื่องนี้ตอนแรกสภาวิชาชีพออกมาต่อต้าน แต่สุดท้ายกลับลำเปิดช่องให้ สร้างเงื่อนไขให้อบรมแค่ 2 วัน แล้วได้ใบอนุญาตไป สร้างละครตบตาฉากหนึ่งให้ผ่านไปเท่านั้น

นายรังสิมันต์ โรม นศ.ปริญญาโท มธ. แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย กล่าวว่า คสช.กำลังแสวงหาความชอบธรรมของรัฐบาลตัวเองจากสายตาต่างชาติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ประเทศเสียประโยชน์มหาศาล คือการละทิ้งเครื่องมือต่อรองที่ควรมี เพื่อเอาใจจีน ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการตกลงครั้งนี้ ประชาชนจะต้องเป็นผู้แบกรับ วันนี้จึงไม่ใช่เรื่องของคนที่ชอบหรือไม่ชอบ คสช. แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ประเทศที่ทุกคนต้องร่วมกันจับตา

ยื่น ป.ป.ช.ฟัน ครม.สร้างหอชมเมือง

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ในวันที่ 3 ก.ค. เวลา 10.00 น. จะไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบเอาผิด ครม.ทั้งคณะ กรณีใช้อำนาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย ให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐปี 2556 โดยอนุญาตให้เอกชนได้สิทธิเช่าใช้ประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุ เพื่อดำเนินการโครงการก่อสร้างหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร ในระยะเวลา 30 ปี ณ แปลงหมายเลขทะเบียน กท 3275 เขตคลองสาน กทม. เนื้อที่ 4-2-34 ไร่ มูลค่าโครงการ 4,600 ล้านบาท โดยไม่เปิดให้มีการประมูลเป็นการทั่วไปตามที่กฎหมายบัญญัติ เข้าข่ายเลือกปฏิบัติ เอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ และเป็นการใช้อำนาจในลักษณะทุจริตต่อหน้าที่