วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เวที 'ปรองดอง' เตรียมแจงร่างสัญญาประชาคม 4 จังหวัด 18-21 ก.ค.

โฆษก กห.เผยปรองดองภาค ปชช.สะท้อนภาพรวม "เศรษฐกิจ-สังคม" ยันจำเป็นต้องร่วมกันปฏิรูป เตรียมจัดเวทีแจงร่างสัญญาประชาคม 4 จังหวัด 18-21 ก.ค.นี้

เมื่อวันที่ 2 ก.ค.60 พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงผลการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสะท้อนข้อคิดเห็นและมุมมองของการสร้างความสามัคคีปรองดองในด้านเศรษฐกิจและสังคม ผ่านเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศที่ผ่านมา โดยสรุปดังนี้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็นเรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและกล่าวถึงมาก โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตและการกินดีอยู่ดีของประชาชน ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลหรือปรับปรุงให้เท่าเทียมเป็นธรรม จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การแบ่งฝ่ายและความขัดแย้งในอนาคต เช่น ความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้ การจัดสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานจากภาครัฐ ผลกระทบจากปัญหาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ รวมทั้งความไม่เท่าเทียมด้านสวัสดิการที่รัฐจัดสรรให้แก่ประชาชน เช่น การกระจายรายได้ระหว่างประชาชนในสังคมเมืองกับสังคมชนบท สภาพความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ทั้งนี้การรวมศูนย์อำนาจในการบริหารจัดการไว้ที่ส่วนกลางมากเกินไป ทำให้บางนโยบายไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน

พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า ด้านเศรษฐกิจประชาชนมีความเห็นร่วมกันว่า รัฐจำเป็นต้องส่งเสริมความรู้และกระจายรายได้สู่ชนบท ด้วยการส่งเสริมการเกษตรอุตสาหกรรม และพัฒนาการแข่งขันผ่านนวัตกรรมมากให้ขึ้น เพิ่มศักยภาพการผลิต ลดต้นทุน สร้างรายได้ สร้างโอกาสทางอาชีพให้คนในท้องถิ่น สนับสนุนแก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ โดยควบคุมต้นทุนทางการเกษตร หาตลาดใหม่ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างเอกชนและประชาชนให้มากขึ้น พร้อมทั้งเข้ามาสนับสนุนจัดการด้านการตลาดและระบบขนส่งให้เอื้อต่อพัฒนาการทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันได้เสนอการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจใหม่ ให้สามารถกระจายความเท่าเทียมและเสริมความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจฐานราก โดยปรับระบบจัดเก็บภาษีที่เป็นธรรมและเท่าเทียมกัน ให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสด้านเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยใช้ระบบสหกรณ์หรือการรวมกลุ่ม ควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า ทางด้านสังคม มีความเห็นร่วมกันว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสิ่งจำเป็น โดยรัฐควรเปิดกว้าง รับฟังและให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจและแสดงความคิดเห็นได้มากขึ้น สร้างความไว้ใจ เชื่อใจและเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ขณะเดียวกัน ควรเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวและชุมชนให้อบอุ่น แน่นแฟ้นและเกื้อหนุนจุนเจือกัน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพประชาชนควบคู่กับการส่งเสริมให้เยาวชนมีจิตสำนึกสาธารณะและรู้หน้าที่ตนเพื่อสังคม กระจายความเท่าเทียมด้านสังคมด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างยุติธรรมกับทุกฝ่ายไม่เลือกปฏิบัติ เคารพในหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกระดับ ปรับปรุงภาคบริการ สวัสดิการและการเข้าถึงบริการสาธารณะอย่างทั่วถึง เท่าเทียมกัน รวมทั้งส่งเสริมให้มีประชาคมระดับต่างๆ ในการพูดคุยคลี่คลายปัญหาและความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยรัฐเข้าไปสนับสนุนความเป็นรูปธรรม เพื่อมิให้ถูกใช้เป็นเงื่อนไขเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ทั้งนี้จำเป็นต้องกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

"ประชาชนได้คาดหวังต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมร่วมกัน โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนอย่างจริงจัง เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรต่อเนื่องไปยังภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างระหว่างบุคคลและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งจะนำไปสู่การปรับตัวของสังคม เพื่อคลี่คลายปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เป็นรูปธรรมต่อไป" พล.ต.คงชีพ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังร่างสัญญาประชาคม จะมีการตั้งเวทีสาธารณะวันที่ 18-21 ก.ค.นี้  โดยในส่วน กทม.จัดขึ้นวันที่ 18 ก.ค. ส่วนในวันที่ 19 ก.ค. จัดที่ จ.นครราชสีมา วันที่ 20 ก.ค. จัดที่ จ.พิษณุโลก หรือ จ.เชียงใหม่ และวันที่ 21 ก.ค. จัดที่ จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นจะนำร่างสัญญาประชาคมเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อปรับแก้ครั้งสุดท้ายและจัดทำเป็นสัญญาประชาคมฉบับทางการต่อไป