วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมเจ้าท่า ออกแจง ปชช. พ.ร.บ.การเดินเรือ ฉบับที่17 ไม่ให้กระทบชาวบ้าน

กรมเจ้าท่า ออกแจงประชาชน พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2560 ไม่กระทบชาวบ้าน-กระชังปลา-ชุมชนริมน้ำ-ตลาดน้ำทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 60 นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวกรณี พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ ส่งผลกระทบกับชาวบ้านที่อยู่ชุมชนริมน้ำ รวมถึงตลาดน้ำทั่วประเทศ กฎหมายฉบับนี้ไม่เข้าใจปัญหาหรือสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมนั้น กรมเจ้าท่า ขอชี้แจงในประเด็นดังกล่าวดังนี้ เจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่ปรับปรุงแก้ไขเพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้การควบคุมการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดโทษที่รุนแรงขึ้นต่อผู้ที่ฝ่าฝืนทำการก่อสร้างก่อนได้รับอนุญาต รวมทั้งมีการกำหนดโทษเจ้าหน้าที่ที่ไม่ดำเนินการต่อสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำภายในกำหนดเวลา อย่างไรก็ตาม การมีผลใช้บังคับของ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2560 อาจกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้ที่อาศัยอยู่ริมลำน้ำ กรมเจ้าท่าจึงได้นำเสนอมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบไปยังกระทรวงคมนาคม และเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 60 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมติให้ออกคำสั่งตามมาตรา 44 ลดความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบรวม 3 ประเด็นด้วยกันคือ

1. ขยายระยะเวลาการแจ้งการเป็นเจ้าของหรือครอบครองสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือได้รับอนุญาต แต่สร้างไม่เป็นตามที่ได้รับอนุญาตออกไปอีก 60 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ยังไม่ได้แจ้งภายในกำหนดการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ (วันที่ 22 มิถุนายน 60) สามารถแจ้งได้โดยไม่ต้องรับผิดตามโทษที่สูงขึ้น 2. ผู้ที่มาแจ้งภายในกำหนดใหม่ จะไม่มีโทษย้อนหลังในเรื่องค่าปรับ และ 3. ลดค่าตอบแทนรายปี สิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำที่ต้องจ่ายให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงเหลือตารางเมตรละ 5 บาท/ปี สำหรับกระชังเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าตอบแทนรายปี

ทั้งนี้ กรมเจ้าท่า ได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันและมาตรการตรวจสอบการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ มิให้เจ้าหน้าที่สามารถหาประโยชน์จากการอนุญาตให้ก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ผ่านกลไกด้านกฎหมายและการออกแบบขั้นตอนการอนุญาต โดยมีการออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 63 (พ.ศ. 2537) กำหนดหลักเกณฑ์ ประเภทสิ่งปลูกสร้างที่พึงอนุญาตได้ และวิธีการในการพิจารณาอนุญาต นอกจากนี้ ยังมีคู่มือในการปฏิบัติงาน และมีการซักซ้อมทำความเข้าใจในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อจำกัดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณา และมีการออกแบบกระบวนการพิจารณาให้มีการถ่วงดุล และสอบทานความถูกต้อง โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาต้องเสนอความเห็นต่อผู้บังคับบัญชา ในกรณีของสิ่งล่วงล้ำลำน้ำที่มีขนาดใหญ่ อาทิ ท่าเรือ สะพานข้ามแม่น้ำ กำหนดบังคับให้ต้องผ่านการพิจารณาในรูปของคณะกรรมการหลายฝ่าย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าในการอนุญาตมีความถูกต้อง และได้มีการปฏิบัติตามที่ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องบัญญัติไว้.