วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตรวจสอบประวัติแหม่มที่เกาะเต่า

พยายามจะฆ่าตัวโดดให้รถไฟทับ แต่คนช่วยไว้ทัน

รอง ผบช.ภ.8 ลงพื้นที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เร่งสางคดีนักท่องเที่ยวสาวชาวเบลเยียมถูกพบกลายเป็นศพแขวนคอตาย แต่ญาติไม่เชื่อระบุการตายมีเงื่อนงำ พนักงานสอบสวนเผยมั่นใจในพยานหลักฐาน เชื่อผู้ตายฆ่าตัวตาย ก่อนหน้าเคยคลุ้มคลั่งพยายามฆ่าตัวตายโดยกระโดดให้รถไฟทับมาแล้วแต่พลเมืองดีช่วยไว้ทัน กลุ่มนักธุรกิจและผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะเต่าเข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้เร่งจัดการตรวจสอบสื่อออนไลน์สมุยไทม์ เสนอข่าวบิดเบือน สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเกาะเต่า ขณะที่ ผบ.ตร.สั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมสำนวนการสอบสวนคดีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสียชีวิตบนเกาะเต่าทั้ง 7 คดี ในรอบ 3 ปี รายงานเสนอเร่งด่วน

กรณี น.ส.เอลิส ดัลเลอมาเน อายุ 30 ปี นักท่องเที่ยวสาวชาวเบลเยียม ถูกพบกลายเป็นศพแขวนคอตายบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา และสื่อต่างประเทศประโคมข่าวดังไปทั่วโลก ระบุว่า มารดาผู้ตายไม่เชื่อว่าลูกสาวจะฆ่าตัวตาย คดีน่าจะมีเงื่อนงำ และยังประจานเกาะเต่าลักษณะในทางเสียหายอีกด้วย ล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามลงพื้นที่สอบสวนคลี่คลายคดีเร่งด่วน

ความคืบหน้าต่อมาเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ก.ค. พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี รอง ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิพนธ์ แสงศิริโชติ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ. สภ.เกาะเต่า ร่วมกันตรวจสอบบังกะโลทริปเบิ้ลบี ที่ น.ส.เอลิส ดัลเลอมาเน ผู้ตายเข้าพัก พร้อมเรียกพนักงานทั้งหมดมาสอบปากคำ ทราบว่า น.ส.เอลิสมาเข้าพักที่บังกะโลตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา มีสัมภาระเป็นกระเป๋าเป้เดินทางขนาดใหญ่ ตอนแรก น.ส.เอลิสได้ลงชื่อจริง แต่เมื่อพนักงานขอตรวจสอบพาสปอร์ต น.ส.เอลิส กลับปฏิเสธ อ้างว่าต้องการพักผ่อน และขีดฆ่าชื่อและนามสกุลทิ้ง ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น “ดีฟอีส” แทน จากนั้นไม่มีใครเจอตัว น.ส.เอลิสอีกเลย กระทั่งเวลา 1 ทุ่ม เกิดเพลิงไหม้ที่ห้องพักของ น.ส.เอลิส และลุกลามไปติดห้องใกล้เคียงอีก 3 หลัง หลังสอบสวนพยาน พล.ต.ต.ชลิตเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุจุดที่พบศพ น.ส.เอลิสผูกคอตาย เพื่อหาหลักฐานโดยมีการจำลองเหตุการณ์ด้วย

ขณะเดียวกัน มีกลุ่มนักธุรกิจและผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะเต่า นำโดย นายสุนทร ศรีสังข์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวเกาะเต่า เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี รอง ผบช.ภ.8 ขอให้ดำเนินการตรวจสอบการนำเสนอข่าวของสื่อออนไลน์สมุยไทม์ ระบุว่า การนำเสนอข่าวหลายครั้งของสื่อดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และมีการใช้ข้อความที่ผิดไปจากความเป็นจริง จงใจให้เกาะเต่าถูกเกลียดชัง หวาดกลัวและสับสน กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

พล.ต.ต.ชลิตกล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์นำเสนอข่าวของสื่อออนไลน์ไทย และสื่อต่างประเทศ พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.ภ.8 ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับตำรวจ ภ.จ.สุราษฎร์ธานี เร่งดำเนินการคลี่คลายข้อสงสัย และตรวจสอบสำนวนการสอบสวนในคดี ให้มีการสอบสวนในประเด็นเพิ่ม เช่น กรณีกระเป๋าเดินทางผู้ตายที่ถูกส่งไปยัง จ.ชุมพร การตรวจสอบและสอบสวนผู้เกี่ยวข้องประเด็นนี้ พบว่ากระเป๋าของผู้ตายถูกลืมทิ้งไว้บนเรือโดยสารของบริษัท เรือเร็วลมพระยา เดินทางออกจากเกาะพะงัน ไปยัง จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 19 เม.ย. เป็นวันที่ผู้ตายเดินทางเข้าเกาะเต่า ไม่ได้เป็นการถูกส่งไปจากเกาะเต่า ส่วนประเด็นศพถูกสัตว์กัดแทะนั้น ได้สอบสวนปากคำเจ้าหน้าที่เก็บศพ และผู้พบศพ เพื่อยืนยันสภาพศพ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้มีการบันทึกภาพและขั้นตอนการเก็บศพอย่างละเอียด และประกอบอยู่ในสำนวนการสอบสวนคดีชันสูตร ไม่ได้เป็นไปตามคำกล่าวหาของมารดาผู้เสียชีวิตว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการบันทึกภาพขณะเกิดเหตุ และที่เกิดเหตุ

พล.ต.ต.ชลิตกล่าวด้วยว่า ส่วนการสืบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมนั้น ได้เร่งรัดให้ชุดสืบสวน ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ประสานตำรวจสันติบาล ตำรวจท่องเที่ยว และตรวจคนเข้าเมือง เร่งติดตามนายรามัน อันเดรียส ผู้คลั่งลัทธิ “สัตยะ สาอี บาบา” ที่ผู้ตายสนิทสนม และมักจะเดินทางมาหานายรามันในเมืองไทยบ่อยครั้งมาสอบสวน ล่าสุด ทราบเพียงว่า นายรามันพักอาศัยบนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนกรณีกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวบน เกาะเต่า ยื่นหนังสือให้ดำเนินการตรวจสอบ สื่อออนไลน์สมุยไทม์ พล.ต.ต.ชลิตกล่าวว่า ทราบว่า ตำรวจสันติบาลร่วมกับกองปราบปรามดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ.สภ.เกาะเต่า รวบรวมเอกสารสำนวนการสอบสวนคดีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสียชีวิตทั้ง 7 คดี ส่งมอบให้ ผบ.ตร.โดยเร็ว สำหรับคดีทั้ง 7 คดี ประกอบด้วย 1.คดีการเสียชีวิตของนายเดวิด มิลเลอร์ และ น.ส.ฮันนา วิเทอร์วิช ที่ถูกฆ่าข่มขืนเมื่อปี 2557 2.คดีนายลุค มิลเลอร์ นักท่องเที่ยวอังกฤษ ที่ถูกพบเป็นศพในสระว่ายน้ำของโรงแรมแห่งหนึ่ง 3.คดี น.ส.คริสตินา แอนส์ลี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เสียชีวิตจากการกินยาเกินขนาด 4.คดีนายนิค เพอร์สัน นักท่องเที่ยวอังกฤษ ที่พบศพในทะเล เจ้าหน้าที่ตำรวจลงความเห็นว่าตกจากที่สูงแล้วจมน้ำตาย 5.คดีการหายตัวของ น.ส.วาเลนตินา โยวาสโนวา

นักท่องเที่ยวสาวรัสเซีย ที่หายตัวอย่างไร้ร่องรอย 6.คดีนายดิมิทรี โปซี นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส ถูกพบเป็นศพในสภาพมือถูกมัดไพล่หลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจลงความเห็นว่าเป็นการฆ่าตัวตาย และคดีล่าสุดคือการเสียชีวิตของ น.ส.เอลิส ดัลเลอมาเน นักท่องเที่ยวสาวชาวเบลเยียม คดีทั้งหมดสื่อต่างประเทศได้ประโคมข่าวเป็นการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่าในระยะเวลา 3 ปี

พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ.สภ.เกาะเต่า กล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะเชิญพนักงานบริษัทเรือเฟอร์รี่ มาสอบปากคำ เนื่องจากพบเห็นกระเป๋าเดินทางของผู้ตายในวันที่เดินทางมายังเกาะเต่า อาจจะลืมนำกระเป๋าผู้ตายขึ้นจากเรือ ทำให้กระเป๋าติดไปกับเรือ แล่นไปถึงจุดหมายปลายทาง จ.ชุมพร ก่อนส่งมอบคืนให้แก่มารดาของผู้ตายมาสอบสวนหารายละเอียดอีกครั้ง ส่วนของการเสียชีวิตของ

น.ส.เอลิส ตำรวจยังมั่นใจในสำนวนการสอบสวนพยานรวม 7 ปาก ยืนยันว่าผู้ตายเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ก่อนหน้าพบศพทราบว่า ผู้ตายพยายามจะฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดให้รถไฟชนมาครั้งหนึ่ง แต่มีพลเมืองดีช่วยไว้ทัน เหตุเกิดในท้องที่สถานีตำรวจรถไฟนพวงศ์ กทม. เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนนำส่งไปรักษาที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เนื่องจากมีอาการประสาท

ในส่วนของลัทธิ “สัตยะ สาอี บาบา” หรือ “ไส บาบา” ที่ผู้ตายเคยร่วมกลุ่มนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลลงพื้นที่เกาะเต่า และเกาะพะงันหาข้อมูลเนื่องจากทราบพฤติกรรมของกลุ่มลัทธิดังกล่าวมีพฤติกรรมมั่วเซ็กซ์ และสมาชิกในกลุ่มส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่มีสภาพจิตใจแย่ ได้ข้อมูลว่าวันที่ผู้ตายพยายามจะฆ่าตัวตายมีอาการคลุ้มคลั่ง นอกจากนี้ส่งชุดสืบสวนออกหาข้อมูลของเว็บไซต์สมุยไทม์ เว็บไซต์ของชาวต่างชาติ เป็นผู้เผยแพร่ข่าวดังกล่าวออกไปให้สื่อต่างประเทศ โดยข้อมูลหลายส่วนไม่ตรงตามความเป็นจริง กลุ่มผู้ประกอบการบนเกาะเต่า จะเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับเจ้าของเว็บไซต์ดังกล่าว เนื่องจากเกาะเต่าได้รับความเสียหายจากการที่สื่อต่างชาติขนานนามว่า “เกาะฆาตกรรม” กลายเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก ทำให้ชาวต่างชาติมองภาพลักษณ์เกาะเต่าในด้านลบ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง

พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. กล่าวว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 ป. พ.ต.ท.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา รอง ผกก.5.บก.ป. พ.ต.ท.มนต์ชัย เพ็งเลิศ สว.กก.5.บก.ป. พร้อมกำลังไปประสานกับตำรวจพื้นที่ เพื่อตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น เบื้องต้นเท่าที่ได้รับรายงานยังคงเป็นเรื่องของการฆ่าตัวตาย ไม่ได้เป็นคดีฆาตกรรม แต่ทั้งนี้ได้สั่งกำชับให้ตรวจสอบทุกประเด็นที่อาจจะเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันเพื่อจะได้ตอบสังคมได้

รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้ลงตรวจสอบข้อมูลทุกอย่าง ตั้งแต่ก่อนที่จะมีเหตุเกิดขึ้น รวมทั้งตรวจสอบเรื่องที่ห้องพักที่ผู้ตายไปพักแล้วเกิดไฟไหม้ ว่าสาเหตุเกิดจากอะไรมีใครทำให้เกิดหรือไม่ รวมทั้งช่วงเวลาที่ผู้ตายหายไปตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. และมาพบศพเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่าหายไปไหน โดยจะรวบรวมกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่รอบๆเกาะทั้งหมด มาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งเรื่องที่มีข่าวว่ามีลัทธิลึกลับที่ผู้ตายไปเข้าอยู่ที่เกาะพะงันนั้นก็ต้องตรวจสอบด้วยว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ผู้ตายจองตั๋วเรือไป จ.ชุมพร แต่ไม่ไป กลับมาอยู่ที่เกาะเต่า เรื่องทั้งหมดกำลังสืบสวนสอบสวนหารายละเอียด