วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก.แรงงาน รับลูก 'บิ๊กตู่' จ่อยกร่างอนุบัญญัติ พ.ร.ก.ต่างด้าว

กระทรวงแรงงาน จ่อ ยกร่างอนุบัญญัติ พ.ร.ก.ต่างด้าว ปี 60 พร้อมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในกฎหมาย

นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงการยกร่างกฎหมายลำดับรองตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ว่า กรมการจัดหางานจะพิจารณาให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาหอการค้า ภาคประชาสังคมต่างๆ เป็นต้น เข้ามาร่วมพิจารณาให้ความเห็นในการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรองด้วย ซึ่งการออกกฎหมายฉบับดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามกระบวนการ ขั้นตอนที่กำหนดไว้เพื่อแก้ไขปัญหา อุปสรรคต่างๆ ในการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ซึ่งมีบทบัญญัติที่ครอบคลุมการบริหารจัดการทั้งระบบ

นอกจากนี้ กำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งคนต่างด้าวกลับประเทศกรณีเลิกจ้างงานแล้ว กำหนดให้นายจ้างแจ้งการออกจากงานของคนต่างด้าว ซึ่งจะส่งผลให้ภาครัฐทราบข้อมูลการจ้างงานที่แท้จริง กำหนดขอบเขตการทำงานตามข้อเท็จจริงและความจำเป็นโดยอนุญาตให้คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานแล้ว สามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมายครอบคลุมท้องที่จังหวัดที่ได้รับอนุญาตทำงาน

โดยไม่ยึดติดกับสถานที่ทำงานตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายฉบับเดิม ซึ่งจะช่วยลดภาระของนายจ้างในการขออนุญาตเปลี่ยน เพิ่มสถานที่ทำงาน กำหนดให้มีการทำงานในลักษณะบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรเอกชน ซึ่งข้อกำหนดเหล่านี้จะสามารถบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับ กรณีที่มีการเสนอให้รัฐบาลเปิดให้ภาคเอกชนเข้าร่วมในกระบวนการยกร่างกฎหมาย เพื่อเพิ่มมุมมองให้เกิดความรอบคอบ และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวมในการสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน ปิดช่องทางให้เจ้าหน้าที่ข่มขู่รีดไถเงินจากนายจ้างและลูกจ้างนั้น ขณะนี้พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 อยู่ระหว่างยกร่างอนุบัญญัติ ซึ่งเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าวที่ให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการออกกฎหมายในชั้นอนุบัญญัติ

นายวรานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการจัดหางานกำหนดจัดเสวนาหัวข้อ “เสวนาพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ปวงชนชาวไทยได้อะไร” กำหนดจัดในวันพุธที่ 5 ก.ค. เวลา 09.00-12.00 น. ณ ห้องจอมพล ป.พิบูลสงคราม กระทรวงแรงงาน โดยจะเชิญผู้เกี่ยวข้อง เช่นผู้ประกอบการ เอ็นจีโอ ผู้แทน กกร. นักวิชาการแรงงานจากมหาวิทยาลัย หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมกันเสวนาเกี่ยวกับการออกกฎหมายฉบับนี้