บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เด็กในสายหลุดบัญชี เลยยังไม่จบ "โผตำรวจ"

น่าจะจบลงเสียทีควันหลงคำสั่งโยกย้ายตำรวจระดับ “รอง ผบก.–สว.” เมื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ออกโรงชี้แจงด้วยตนเอง ทุกอย่างชัดเจนตามกรอบกฎหมาย เท่าที่เห็นรายชื่อคนทำงานส่วนใหญ่ได้ดิบได้ดีขัดหูขัดตากันบ้าง เป็นธรรมชาติวังวนคำสั่งโยกย้าย

ตำแหน่งที่มีอยู่น้อยไม่พอ ผบ.ตร.หัวหน้าหน่วย จัดสรรตามความเหมาะสม พอคำสั่งออกจบ ตำรวจส่วนใหญ่มีวินัย ได้เริ่มทำงานสร้างผลงาน นักวิ่งเต้นเริ่มต้นกลับมาทบทวน เป็นที่รู้กันในหมู่นักวิ่งเต้น คนไหนสายไหน ไม่แปลกที่หลังคำสั่งออกมีนักการเมือง และ “คนนอก” หาเรื่องปูดเรื่องวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งโผตำรวจ

มีตัวละครหลายคนมาเกี่ยวข้อง คนวงในรู้กันว่า ต้นเหตุที่คนนอกมาปูดเรื่องยั่วยุให้นายกรัฐมนตรีใช้มาตรา 44 ยกเลิกคำสั่ง จัดโผใหม่ แต่ไม่มีใครรับประกันทำโผใหม่แล้วจะไม่มีคนแฉอีก เพราะตำแหน่งที่ว่างไม่มาก เทียบไม่ได้เด็กในสายที่นักการเมืองคนนอกฝากลงมา พอไม่ได้สลับหน้ามาแฉ จนกว่าจะได้ตามที่ขอกัน

ตำแหน่งที่มีปัญหา เป็นคนในแวดวงคนวิ่งเต้น อย่างในภาค 8 เป็นเรื่องที่เจรจากันเองของคนที่คิดวิ่งเต้นกับ “นายหน้า” ที่เข้ามารับช่วงเรียกรับเงินทอง พอไม่ได้ลงในตำแหน่งมีปัญหาร้องขอเงินคืน ไม่ใช่เรื่องความชอบธรรม คนกลุ่มนี้สมควรต้องถูกดำเนินคดีทั้งคนจ่ายคนรับ เป็นกลุ่มที่มีส่วนได้เสียวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง

ส่วนที่โดนโยกย้ายที่โวยวายย้อนประวัติเป็นคนคุ้นเคยมีประวัติไม่ได้ อยู่ในกลุ่มนักวิ่งเต้นที่ได้ดิบได้ดีข้ามหัวคนอื่นมาลงในตำแหน่งสำคัญ พอโดนโยกย้ายออกไป กลายเป็นปัญหาโวยวาย

หากตำรวจทนไม่ไหว เปิดโผคนฝากที่มีปัญหาออกมา สังคมจะได้เห็นความชั่วช้า “คนนอก” และ “นักการเมือง” ที่เข้ามาแทรกแซง ไม่ต่างละคร น้ำเน่า เอาดีเข้าตัวโยนความชั่วให้คนอื่น ทั้งที่ตัวเองจมอยู่ใน “อำนาจวังวน” ที่มาซื้อขายตำแหน่ง

มีต้นเหตุมาจาก “คนนอก” ที่มีส่วนเข้าหลอก ต้มตุ๋นหลอกลวง แอบอ้าง ใช้อำนาจหน้าที่แฝง ทำให้ตำรวจหลงเชื่อ เดินตามรับใช้ พอไม่ได้โยน ผบ.ตร. ผบช.คนทำบัญชี

คนเหล่านี้ที่ตำรวจด่าสาปแช่ง ชั่วช้ายิ่งกว่าคนอื่น

นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ผบ.ตร. ผบช.บางหน่วยรู้กันดี แต่ไม่อยากตอบโต้ ยิ่งพูดไปเป็นประเด็น เพราะเป็นเรื่องที่รู้กันวงในตำรวจ มีคนอยู่ไม่กี่กลุ่มที่ใช้วิธีการนี้ พอไม่ได้ตามขอปล่อยข่าวทำลาย

ตั้งแต่รัฐบาล คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มารับตำแหน่งเดินหน้าคิดแก้ไขเรื่องสวัสดิการตำรวจ และการโยกย้ายที่ปล่อยให้นักการเมืองแทรกแซง จนตำรวจไม่เป็นอันทำงาน ตัดอำนาจนักการเมือง ทำให้ตำรวจรู้กันชัดเจนว่า ต้องทำงานในหน้าที่เท่านั้นถึงจะอยู่ได้ จะได้ไม่ไปเอนเอียงฝักใฝ่การเมือง

ขอให้ “ตำรวจหันหลังกลับ” มาทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขพี่น้องประชาชน

ก่อนหน้าวางหลักเกณฑ์ให้ขึ้นข้ามหน่วยได้ แก้ปัญหาตำรวจที่ทำงานหนัก ไม่มีหนทางเจริญก้าวหน้า เพราะไม่มีตำแหน่งว่าง อย่าง บช.น. บช.ภ.1 บช.ภ.2 บช.7 และ บช.ก. ที่มีงานหนัก ทั้งด้านความมั่นคง กิจการพิเศษ การถวายความปลอดภัย คดีอาชญากรรม ขอย้ายกลับภูมิลำเนาไม่ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไม่ได้ เพราะอัตราตำแหน่งที่ว่างน้อย เลยยกเลิกกฎ ก.ตร.ดึงโควตาหน่วยอื่นมาช่วย ทำให้คนที่ทำงานได้เลื่อนตำแหน่งข้าม บช.

คนที่ไม่ทำงาน คิดหาช่องทางลัด หวังเอาเงินฟาดหัว

หาคนสนิทเข้าเชื่อมผู้มีอำนาจ หวังใช้ความเกรงใจขอแบ่งโควตา ถูกหลอกเสียเงิน แต่ไม่รู้เงินไปอยู่ที่ใคร ตำแหน่งไม่ได้ เพราะผู้มีอำนาจไม่ได้รับรู้ พอมีปัญหายืมมือนักการเมือง แห่ประจานหวังได้เงินคืน เป็นเรื่องที่น่าสมเพช คนที่ออกมาเป็นเครื่องมือนักวิ่งเต้น

ล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินหน้าปลุกขวัญและกำลังใจให้แก่นายตำรวจที่ใกล้เกษียณอายุราชการ มีโอกาสเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งก่อนเกษียณ เสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. ลงนามในกฎ ก.ต.ร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 2) ตามเจตนารมณ์ของคำสั่ง คสช.ที่ 44/2558 แก้ไขมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2557 ให้ ก.ตร.ออกกฎ ก.ตร. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจไว้ให้ชัดเจนแน่นอนเพื่อรักษาความเที่ยงธรรมในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

กฎ ก.ตร.ฉบับนี้ เขียนไว้ชัดเจนกำหนดตำแหน่งใหม่คือ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (พล.ต.อ.)-เทียบเท่า จตช., รอง ผบ.ตร., ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ (พล.ต.ท.)-เทียบเท่า ผบช., ผู้ทรงคุณวุฒิ (พล.ต.ต.)-เทียบเท่า ผบก. ให้อำนาจ ผบ.ตร. แต่งตั้งตำรวจที่ใกล้เกษียณเท่านั้น และการแต่งตั้งเป็นไปตามลำดับอาวุโส มีคำสั่ง “กฎเหล็ก” ชัดเจนต้องมีอายุ 59 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเหลืออายุราชการไม่เกิน 6 เดือน

เป็นแนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ยึดแนวคำสั่งแต่งตั้งโผนายทหารที่มีตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับตำรวจ

ที่ใกล้เกษียณอายุได้ติดยศนายพล เป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูล คุณงามความดีที่ทำให้บ้านเมือง คนที่รับราชการยาวนาน ได้รับบำเหน็จความชอบ ไม่ต้องแข่งขันกับใครอีก

คำสั่งแต่งตั้งยังไม่ทันออก กระบวนยังไม่ทันจะเริ่ม พวกคนนอก นักการเมืองออกมาโจมตี บอกว่ามีการแต่งตั้งข้ามลำดับอาวุโส ซื้อขายตำแหน่ง พุ่งเป้าไปที่คนทำบัญชี พอคำสั่งออกมาไม่เป็นอย่างที่ปล่อยข่าวโจมตีกัน เคยมีความคิดที่จะขอโทษ ชมเชย นโยบายรัฐบาล คิดแต่หาเรื่องโจมตีรัฐบาล โจมตี ผบ.ตร. เพื่อประโยชน์ของตนเอง

คนเหล่านี้เคยคิดทำประโยชน์เพื่อองค์กรตำรวจกันไหม นอกจากใช้อำนาจหาผลประโยชน์

เรื่องของตำรวจ ปล่อยให้ตำรวจจัดการกันเอง ปัญหาลดน้อยลง

เชื่อว่าตำรวจทุกคนรักองค์กร ผบ.ตร.และ ผบช. ต้องเรียกใช้คนมีความรู้ ความสามารถ อยากให้นายเลือก ต้องทำงานสนองนโยบายรัฐบาล ทำงานโดดเด่นจริง ไม่ต้องห่วงที่จะถูกกลั่นแกล้ง

อย่าเอาเรื่อง “นักวิ่งเต้น” มาโจมตีองค์กร ทำให้คนที่ทำงานเสียขวัญกำลังใจ

เอาผลงานมาวัดกัน ทุกวันนี้น่าจะเห็นใครที่ช่วยรัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาหมักหมมในสังคม มีใครหรือหน่วยงานไหนสนใจทุกข์ร้อนของชาวบ้านได้ดี เห็นๆกันอยู่ ชาวบ้านตาสีตาสาดูออกหน่วยไหนทุ่มเททำงาน มีผลงานต่อเนื่อง แต่คนนอกไม่ยอมรับ เพราะไม่ใช่พวก และไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจคนเหล่านั้น

คนกลุ่มนี้ต่างหากที่ควรได้รับการสนับสนุน ไม่ใช่พวกที่คิดจ้องทำลายองค์กร

ถือเป็นอีกก้าวในการปฏิรูปการย้ายตำรวจ ไม่สนเสียงนกเสียงกา ขอแบ่งชิ้นเค้กเศษเนื้อแล้ว เพราะธรรมชาติคนกลุ่มนี้เหมือนกัน พอไม่ได้ดังใจ หาเรื่องตีรวน สร้างข่าว สร้างกระแส อาศัยภาพลบตำรวจที่คนมองไม่ดี มาเป็นประเด็นโจมตี เป็นเรื่องที่ตำรวจรู้กันดีว่ามีอะไรเกิดขึ้น ใครเกี่ยวข้อง และเข้ามายุ่งด้วยเหตุผลอะไรกัน

หลังฉากที่ออกมามี “ผลประโยชน์” ต่างตอบแทน และมีวาระ “แอบแฝง” กันด้วยหรือไม่

สังคมจับจ้องตำรวจ เลยไม่ได้สนใจ “คนนอก” ที่คิดหาจังหวะแทรกแซงตำรวจ

จ้องล้มความศรัทธา ป้ายสี ให้ตำรวจยอมก้มหัวอยู่ใต้อำนาจ

น่าหมดยุคสมัยหากินกับตำรวจ ยุค คสช.ตำรวจต้องทำงาน.

ทีมข่าวอาชญากรรม