บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีเอสไอชี้ ปลอมเอกสารรถ ขส.ทบ. ยังไม่เข้าข่ายคดีพิเศษ

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมเจ้ากรมการขนส่งทหารบก และรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวการกวาดล้างขบวนการประมูลรถขายทอดตลาดโดยใช้เอกสารปลอม.

รองโฆษกดีเอสไอ เผยคดีปลอมเอกสารรถ ขส.ทบ. เบื้องต้นเป็นคดีเอกสารเท็จ รอตรวจสอบว่า เป็นรถเถื่อนหรือไม่ โดยหลักการเป็นคดีอาญา ยังไม่ถือเป็นคดีพิเศษ

จากกรณี นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.), พล.ต.สมศักดิ์ ทรัพย์อนันต์ เจ้ากรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดี ขบ. และ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมแถลงข่าวการกวาดล้างขบวนการมิจฉาชีพ ที่แอบอ้างยื่นเอกสารเท็จรถประมูลขายทอดตลาดของ ขส.ทบ. จำนวน 605 คัน จากทั้งหมด 1,136 คัน โดยมี พ.อ.ภพกฤต พันธ์ยศ ลูกหม้อ ขส.ทบ.ปลอมลายเซ็นเจ้ากรม ใช้เอกสารเท็จกระจายขายและจดทะเบียนไปตามจังหวัดต่างๆ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 1 ก.ค. พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ เผยว่า กรณีดังกล่าวทราบว่าเริ่มจาก ขส.ทบ. เป็นผู้ตรวจสอบพบมีการใช้เอกสารปลอม หรือเอกสารบัญชีรถประมูลขายทอดตลาดของ ขส.ทบ.เท็จ เพื่อนำรถของหน่วยไปขายทอดตลาดกว่า 600 คัน เบื้องต้นคดีดังกล่าว เป็นคดีการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ โดยหลักการยังไม่ถือเป็นคดีพิเศษ เพราะเข้าข่ายเป็นคดีอาญาทั่วไป แต่ต้องตรวจสอบก่อนว่าจะมีการเชื่อมโยงอย่างไรบ้าง เบื้องต้นพบว่าเป็นกลุ่มไม่ใหญ่คือมีเจ้าหน้าที่ของ ขส.ทบ. 1 คน ร่วมกับคนนอก และข้าราชการภายนอก ขส.ทบ.จำนวนหนึ่ง

"หลังจากนี้กรมขนส่งทางบก และกรมศุลกากรจะต้องตรวจสอบรถที่นำขายทอดตลาดไปแล้วว่าเป็นรถถูกต้องตามกฎหมาย หรือรถเถื่อนหรือไม่ อันนั้นจะเข้าข่ายกรณีรถผิดกฎหมาย คล้ายๆ กับคดีรถหรูที่กรมศุลกากรกำลังตรวจสอบร่วมกับดีเอสไอ ส่วนดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่นั้น จะต้องมีผู้เสียหายคือ ขส.ทบ.หรือกรมขนส่งทางบก มายื่นร้องทุกข์ที่ดีเอสไอ หลังจากนั้นจะนำเรื่องเข้าบอร์ดพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ตามขั้นตอนกฎหมาย แต่ทราบว่าเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการประชุมหารือร่วมกันระหว่าง ขส.ทบ. กรมขนส่งทางบก และดีเอสไอ ก่อนแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเท่านั้น ตนยังไม่เห็นมีเอกสารการแจ้งความร้องทุกข์กับดีเอสไอแต่อย่างใด" พ.ต.ต.วรณัน กล่าว