วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

20 ปี “ไข่มุกคืนมังกร”

จับไว้ก่อน–นายโจชัว หว่อง แกนนำนักศึกษานักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในฮ่องกง ถูกตำรวจจับกุมขณะไปประท้วงที่รูปปั้นดอกชงโคทองคำ สัญลักษณ์การส่งมอบฮ่องกงคืนให้จีน เมื่อ 29 มิ.ย. (เอเอฟพี)

เผลอแป๊บเดียว! ก็ถึงวันครบรอบ 20 ปีที่ “อังกฤษ” ส่งมอบ “ฮ่องกง” คืนให้จีนเมื่อ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินไป ไม่หยุดยั้งในดินแดนที่ได้ชื่อว่า “ไข่มุกเอเชีย” แห่งนี้!

จากหลักฐานทางโบราณคดี ฮ่องกงซึ่งประกอบด้วยหมู่เกาะราว 260 เกาะ หลายเกาะไม่มีคนอาศัยอยู่ เคยมีมนุษย์อาศัยอยู่ตั้งแต่ยุคหิน ต่อมามีหมู่บ้านเล็กๆ และชุมชนชาวประมงที่สงบเงียบผุดโผล่ขึ้น จากนั้นฮ่องกง เริ่มเข้าไปอยู่ใต้อำนาจอาณาจักรจีนตั้งแต่ยุคราชวงศ์ฮั่น ระหว่าง 206 ปีก่อนคริสตกาลและ ค.ศ.220 จากนั้นชาวฮั่นจากจีนแผ่นดินใหญ่ก็เข้าไปตั้งรกรากในฮ่องกงมากขึ้นเรื่อยๆ

ต่อมา...ท่าเรือฮ่องกงซึ่งเป็นที่หลบพายุฝนอย่างดีกลายเป็นจุดเติมเสบียงอาหารให้เรือสินค้าตาม “เส้นทางสายไหมทางทะเล” ระหว่างเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง ซึ่งรุ่งเรืองมากตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 โดยจีนใช้เป็นเส้นทางส่งออกผ้าไหม เครื่องลายคราม ใบชา ฯลฯ และขนเครื่องเทศ สิ่งทอ พืชผลต่างๆ กลับประเทศ

หมู่เกาะรอบนอกของฮ่องกงยังเป็นแหล่งซ่องสุมของ “โจรสลัด” ชาวจีนมากมายด้วย!

ช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1500 พ่อค้าชาวโปรตุเกส ฮอลแลนด์ ฝรั่งเศส เดินทางถึงชายฝั่งภาคใต้ของจีนโดยโปรตุเกสได้ตั้งฐานอำนาจที่ “มาเก๊า” ใกล้ฮ่องกง แต่ในศตวรรษที่ 18 จีนเริ่มจำกัดความเคลื่อนไหวของชาวยุโรปเพื่อไม่ให้มีอิทธิพลมากเกินไป

ต่อมาจักรพรรดิจีนสั่งห้าม “อังกฤษ” นำฝิ่นจากอินเดียเข้าไปขายในจีน หลังทำให้ชาวจีน ติดฝิ่นงอมแงมแพร่หลาย เรื่องนี้ทำให้อังกฤษ โกรธมาก และหลังจีนยึดฝิ่นลอตใหญ่ของอังกฤษ อังกฤษก็โจมตีจีนใน ค.ศ.1840 และเคลื่อนทัพขึ้นไปถึงภาคเหนือ เรียกกันว่า “สงครามฝิ่นครั้งที่ 1” ทำให้จีนต้องยอมยก “เกาะฮ่องกง” ให้อังกฤษใน ค.ศ.1841 จากนั้นก็ยก “แหลมเกาลูน” ให้อีกใน ค.ศ.1860 หลัง “สงครามฝิ่นครั้งที่ 2” ต่อมาอังกฤษรุกลึกเข้าไปทางเหนืออีกถึง “ดินแดนใหม่” (นิว เทอร์ริทอรีส์) ใน ค.ศ.1898 และบังคับเช่าดินแดนนั้นเป็นเวลา 99 ปี

ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ฮ่องกงเจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้าและการเงินมีท่าเรือที่คับคั่งจอแจที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แต่ ค.ศ.1967 เกิดการจลาจลต่อต้านจักรวรรดินิยมขึ้น นำไปสู่การปฏิรูปสังคมและการเมืองหลายด้าน ส่งผลให้ฮ่องกงมีสภานิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้งบางส่วนและมีระบบยุติธรรมที่เป็นอิสระ

เมื่อสัญญาเช่าดินแดน “นิว เทอร์ริทอรีส์” หมดอายุลงเมื่อ 30 มิ.ย.1997 (พ.ศ.2540) อังกฤษก็ส่งมอบดินแดนฮ่องกงทั้งหมดคืนให้จีนเมื่อ 1 ก.ค. หลังมีการเจรจาเรื่องอนาคตของฮ่องกงตั้งแต่ ค.ศ.1982 รวมทั้งระหว่างประธานาธิบดีเติ้ง เสี่ยวผิง และนายกฯ มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ จนสามารถลงนามข้อตกลงส่งมอบใน ค.ศ.1984

ภายใต้ข้อตกลงจีนจะปกครองฮ่องกงภายใต้นโยบาย “1 ประเทศ 2 ระบบ” โดย 50 ปีแรก นับแต่วันส่งมอบ ฮ่องกงจะเป็น “เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน” มีอิสระสูงยกเว้นด้านการต่างประเทศและกลาโหม มีระบบกฎหมายของตนเอง มีพรรคการเมืองหลายพรรค มีเสรีภาพในการชุมนุมและแสดงความคิดเห็น และมีวิถีชีวิตดังเช่นที่เคยเป็นมา

ในช่วงแรกๆก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หลายปีหลังจีนเข้ามาควบคุมฮ่องกงมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนการปฏิรูปการเมืองที่สัญญาไว้ในข้อตกลงก็ไม่เกิดขึ้น ส่งผลให้กลุ่มคนหนุ่มสาว นิสิตนักศึกษา ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพทางการเมืองมากขึ้น

ค.ศ.2014 หรือ 4 ปีก่อน เกิดการประท้วงใหญ่และยืดเยื้อ เรียกกันว่า “การปฏิวัติร่ม” หลังจีนประกาศจะให้มีการเลือกตั้งหัวหน้าคณะผู้บริหารสูงสุดหรือผู้นำฮ่องกงได้โดยตรง แต่มีเงื่อนไขว่าผู้สมัครต้องถูกคัดกรอง-รับรองจากจีนเสียก่อน แต่ฝ่ายผู้ประท้วงต้องการให้ใครก็ได้ลงสมัครโดยเสรี 100%

การประท้วงครั้งนั้นทำให้ชาวฮ่องกงแตกแยกเป็น 2 ขั้ว และทำให้แกนนำนักศึกษาโด่งดังไปทั่วโลก รวมทั้งนายโจชัว หว่อง และเนธาน ลอว์!

ถึงแม้มีปัญหากับจีน แต่ฮ่องกงก็ยังก้าวไปไม่หยุดยั้ง ปัจจุบันมีประชากรราว 7.34 ล้านคน บางพื้นที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในโลกถึง 50,000 คนต่อ 1 ตร.กม. ฮ่องกงยังมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนสูงถึง 3,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 112,000 บาท) ต่อเดือน แต่ราคาบ้านที่พักอาศัยแพงหูฉี่เฉลี่ย 7 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 24,500,000 บาท) ต่อหลัง เท่าๆกับ 18 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อปี ซึ่งเป็นช่องว่างที่สูงที่สุดในโลก!

ฮ่องกงยังเป็นเจ้าของสถิติโลกต่างๆอีกมาก โดยสถาบันวิจัย “Heritage Foundation”(มูลนิธิ มรดก) ยกให้เป็นดินแดนที่มีระบบเศรษฐกิจเสรีที่สุด 23 ปีติดต่อกัน เพราะเก็บภาษีต่ำ มีหลักนิติธรรมสูง มีตลาดที่เปิดกว้าง เอาชนะ “สิงคโปร์” คู่แข่งไปได้ฉลุย

ผู้หญิงฮ่องกงยังมีอายุขัยเฉลี่ยถึง 87 ปี ผู้ชายถึง 81 ปี ซึ่งสูงที่สุดในโลก ปีที่แล้วสนามแข่งม้า 2 แห่งของฮ่องกงยังทำสถิติมีการพนันสูงที่สุดถึง 13,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทิ้งห่าง “อังกฤษ” ลูกพี่เก่าซึ่งได้ชื่อว่าหลงใหลกีฬาม้าแข่งเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งมีมูลค่าการพนันแค่ 12,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สถิติอื่นๆ มีชาวต่างชาติเข้าไปทำงานเป็นคนรับใช้ในฮ่องกงถึง 340,380 คน ส่วนใหญ่เป็นคน ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย และปีที่แล้วมีผู้โดยสารเดินทางเข้าฮ่องกงทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศถึง 297 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกเพราะกำลังมีการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานเป็นการใหญ่ รวมทั้งรันเวย์แห่งที่ 3 ที่สนามบินเช็กแล็ปก๊อกและ สะพานเชื่อมฮ่องกงกับมาเก๊าและเมืองจูไห่ของจีน

ทุกก้าวย่างของฮ่องกงทั้งเชิงเศรษฐกิจและการเมืองมีสีสันเร้าใจสุดๆ โดยเฉพาะหลัง “พันธสัญญา 50 ปี” ที่จีนให้ไว้สิ้นสุดลง...อะไรจะเกิดขึ้น... น่าติดตามอย่างยิ่ง!

บวร โทศรีแก้ว