บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อดีตนศ.โวย! กยศ.ทวงหนี้ทั้งที่จ่ายเกินตลอด เช็กแบงก์ก็ไม่มียอดค้าง!

อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังมึนตึ้บ หลัง กยศ. ร่อนจดหมายทวงหนี้เงินกองทุน เจ้าตัวยืนยันจ่ายเกินตลอด วอนตรวจสอบเพราะเป็นองค์กรใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 30 มิ.ย.60 นายคมกฤษ ภูริสัตย์ อายุ 28 ปี 140 ม.7 ต.ขุหลุ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สง่า เกษาพันธุ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.วารินชำราบ หลังได้รับหนังสือทวงหนี้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา จำนวน 335.77 บาท (สามร้อยสามสิบห้าบาทเจ็ดสิบเจ็ดสตางค์) ทั้งที่ตนเองจ่ายเงินชำระหนี้เกินกว่าขั้นต่ำตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา

นายคมกฤษ เปิดเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้เข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยการจัดการอีสเทิร์นอุบลราชธานี เมื่อปี 2550 จนจบการศึกษาปี 2553 โดยระหว่างเรียนตนได้กู้ยืมเงินของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. 359,454 บาท

หลังจากจบการศึกษา 2 ปี ทางกองทุนได้ส่งตารางรายละเอียดการชำระหนี้มาให้จำนวน 15 ปี กำหนดส่งทุกวันที่ 5 ก.ค.ในปี 2556 จำนวน 5,391.81 บาท แต่ตนได้ชำระเงินจำนวน 6,000 บาท ซึ่งเป็นยอดที่เกินจากยอดขั้นต่ำในตารางการชำระ และทำเช่นเดียวกันในงวดปี 2557-2559 รวม 4 งวด ที่ชำระหนี้เกินกว่ายอดที่แจ้งในตารางมาโดยตลอด

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2559 ได้มีจดหมายจากกองทุน (กยศ.) มาถึงนางกัลยา ภูริสัตย์ (มารดา) และเป็นผู้ค้ำประกัน แจ้งว่าตนไม่ชำระหนี้กองทุนทำให้มีหนี้คงค้างจำนวน 335.77 บาท โดยท้ายจดหมายได้ระบุว่าให้ผู้ค้ำไปชำระหนี้ที่ค้างภายใน 15 วัน หลังจากที่ได้รับหนังสือฉบับดังกล่าว

หลังจากที่ทราบเรื่องดังกล่าวตนคิดว่าน่าจะเกิดความผิดปกติ จึงได้ไปติดต่อธนาคารกรุงไทย สาขาวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เพื่อสอบถามรายละเอียดและตรวจสอบการชำระหนี้ในปีที่ผ่านมา พบว่าการชำระหนี้เป็นปกติ ไม่มียอดค้างตามที่มีหนังสือทวงถามจากทาง กยศ.

ตนได้พยายามติดต่อไปยังสำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุไว้ในจดหมายแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ส่งอีเมลไปยังอีเมลของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.60 แต่ก็ยังไม่มีการตอบกลับมาแต่อย่างใด จึงได้เข้าแจ้งความลงบันทึกเป็นหลักฐานเพื่อไว้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองทุน

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนไม่ได้ติดใจในเรื่องของเงินที่ต้องชำระ 335.77 บาท แต่ตนคิดว่า กยศ.เป็นองค์กรขนาดใหญ่น่าจะมีความรอบคอบในเรื่องของข้อมูลหนี้ หรือการจัดการระบบให้มากกว่านี้ ทั้งนี้ตนอยากจะฝากถึงทาง กยศ. ให้ตรวจสอบและติดต่อกลับมาทางอีเมล ที่ส่งไปเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.60 เวลา 12.57 น. เพื่อจะได้มีความเข้าใจตรงกันในเรื่องราวที่เกิดขึ้น.