บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่งป.คลี่คดีแหม่มเกาะเต่า

โดนฆ่าหรือผูกคอเอง สื่อนอกกระพือข่าวดัง

ผบ.ตร.สั่งตำรวจกองปราบฯ ลงพื้นที่ร่วมคลี่คลายคดีนักท่องเที่ยวสาวชาวเบลเยียมแขวนคอตายบนเกาะเต่า หลังสื่อต่างประเทศประโคมข่าวดังไปทั่วโลก แม่ผู้ตายไม่เชื่อลูกสาวแขวนคอตาย ตำรวจตรวจสอบประวัติผู้ตายพบเดินทางเข้ามาพักอยู่บนเกาะพะงันนานนับปี คลุกคลีอยู่กับกลุ่มลัทธิ “สัตยะ สาอี บาบา” ไม่ยอมกลับประเทศ ก่อนจะเดินทางต่อไปเกาะเต่าในวันที่ 19 เม.ย. เข้าพักบังกะโลโดยใช้ชื่อปลอม แต่วันแรกที่เข้าพักเกิดไฟไหม้ห้องพักจนต้องเผ่นหนี นอกจากนี้ ยังพบมีอาการป่วยทางจิต คาดอาจจะเกิดความเครียดเรื่องไฟไหม้ห้องพัก ประกอบกับป่วยทางจิต ตัดสินใจแขวนคอตาย

กรณีมีผู้พบศพ น.ส.เอลิส ดัลเลอมาเน อายุ 30 ปี นักท่องเที่ยวชาวเบลเยียม สภาพถูกแขวนคอด้วยเชือกกับกิ่งต้นไม้ในป่าบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ตำรวจตรวจสอบสภาพศพไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย พร้อมส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ซึ่งผลการชันสูตรศพระบุสาเหตุเกิดจากขาดอากาศหายใจจากการผูกคอตาย ในขณะที่แม่ของผู้เสียชีวิตเชื่อว่าคดีน่าจะมีเงื่อนงำ ไม่เชื่อว่าลูกสาวจะแขวนคอตาย ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ.สภ.เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี สั่งการให้ทีมพนักงานสอบสวนรวบรวมเอกสารสำนวนการสอบสวนคดีการเสียชีวิตของ น.ส.เอลิส ดัลเลอมาเน รวมทั้งผลชันสูตรศพของสถาบันนิติเวช รพ. ตำรวจ นำส่ง พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ตรวจสอบอีกครั้ง หลังสื่อต่างประเทศรายงานการให้สัมภาษณ์แม่ของผู้ตาย ไม่เชื่อว่าลูกสาวจะแขวนคอตายตามที่ตำรวจระบุ

ในรายงานการสอบสวนระบุว่า ก่อนที่ น.ส.เอลิส จะเดินทางไปยังเกาะเต่าและเสียชีวิต น.ส.เอลิสเคยไปเที่ยวและพักอาศัยอยู่บนเกาะพะงันนานประมาณปีเศษ โดยอยู่รวมกับนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีความเชื่อในลัทธิ “สัตยะ สาอี บาบา” ซึ่งเป็นลัทธิหนึ่งจากประเทศอินเดีย ผู้ที่เข้าร่วมลัทธินี้ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้มีปัญหาเรื่องของสภาพจิตใจ จึงเข้าร่วมเพื่อบำบัดสภาพจิตใจ และ น.ส.เอลิส มีกำหนดจะเดินทางกลับประเทศเบลเยียมในวันที่ 17 เม.ย.60 แต่เปลี่ยนใจเดินทางไปยังเกาะเต่า โดยเข้าพักที่บังกะโลชื่อทริปเปิ้ลบี บริเวณอ่าวแม่หาด หมู่ 2 ต.เกาะเต่า อ.เกาะ พะงัน ในวันที่ 19 เม.ย. ใช้ชื่อปลอมว่า “เอลิส ดูเบียส” ซึ่งในวันที่เข้าพักเป็นวันเดียวกับเหตุเพลิงไหม้บังกะโลที่พักพอดี ไฟไหม้บังกะโลวอดไป 3 หลัง

ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ น.ส.เอลิสตกใจวิ่งหนีหายไป ต่อมามีพยานพบเห็น น.ส.เอลิสเข้าพักที่โพไซดอนบังกะโล บริเวณอ่าวโตนดใกล้กับจุดพบศพ มีการจองตั๋วเรือเพื่อจะเดินทางออกจากเกาะเต่าในวันที่ 24 เม.ย. แต่ไม่ได้เดินทาง กระทั่งในวันที่ 27 เม.ย. มีผู้ไปพบศพผูกคอตายกับกิ่งต้นไม้ เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 วัน ในขณะที่หน่วยกู้ภัยซึ่งเดินทางไปที่เกิดเหตุในวันพบศพยืนยันว่า สภาพศพ น.ส.เอลิสไม่ได้ถูกตัวเงินตัวทองกัดกินไปครึ่งตัวตามที่สื่อต่างประเทศรายงาน และในรายงานการสอบสวนยังระบุด้วยว่า แม่ของผู้ตายเคยแจ้งต่อสถานทูตเบลเยียมว่า ผู้ตายเคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว โดยการกระโดดให้รถไฟชน นอกจากนี้ ผู้ตายยังเคยเข้ารับการบำบัดทางจิตกับสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จ เจ้าพระยา ซึ่งตำรวจจะขอประวัติการรักษาของผู้ตายจาก รพ.ต่อไป

พ.ต.อ.ปรีชา กลัดสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี รรท. ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี เผยว่า จากการตรวจสอบสำนวนการสอบสวนพบว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้บกพร่องต่อหน้าที่ หลังได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. การสืบสวนยังไม่พบเบาะแสว่ามีผู้ใดทำให้ น.ส.เอลิสเสียชีวิต การพบศพ น.ส.เอลิสมีความต่อเนื่อง จากเหตุไฟไหม้บังกะโลทริปเปิ้ลบี บริเวณอ่าวแม่หาด หมู่ 3 ต.เกาะเต่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย. มีพยานและเจ้าของบังกะโล ยืนยันว่าห้องต้นเพลิงมาจากห้องพักของ น.ส.เอลิส และขณะเกิดเหตุ มีผู้พบเห็น น.ส.เอลิสวิ่งออกจากห้องพัก ในมือถือกระเป๋าใบเล็กเพียงใบเดียวเท่านั้น

พ.ต.อ.ปรีชาเผยอีกว่า ต่อมาตำรวจออกติดตามหาตัว น.ส.เอลิสมาเพื่อสอบปากคำเนื่องจากเป็นผู้พักในห้องเกิดเหตุ แต่ไม่พบตัว กระทั่งมีผู้ไปพบศพผูกคออยู่กับกิ่งไม้ในป่าบริเวณโขดหินอ่าวโตนด ต.เกาะเต่า สภาพขึ้นอืด สวมเสื้อผ้าเรียบร้อย คาดว่า เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 วัน ขั้นตอนในการดำเนินการทั้งหมดอยู่ในการดูแลของสถานทูตเบลเยียมตลอด แม้กระทั่งการอำนวยความสะดวกให้แม่ของผู้ตายที่เดินทางมารับศพ และฌาปนกิจศพที่วัดช่องนนทรี กรุงเทพฯ รวมถึงการเดินทางไปเอาทรัพย์สินของผู้ตายที่ สภ.เกาะเต่า ด้วย แม่ผู้ตายไม่ได้ติดใจสาเหตุการตาย เชื่อว่าลูกสาวฆ่าตัวตาย พนักงานสอบสวนได้บันทึกปากคำ อยู่ในสำนวนการสอบสวนแล้ว

มีรายงานว่า จากพยานหลักฐานรวมทั้งผลการชันสูตรศพ ตำรวจยังคงให้น้ำหนักไปที่ประเด็นแขวนคอตายเอง โดยเชื่อว่าผู้ตายอาจจะเครียดจากเหตุการณ์ไฟไหม้ห้องพักบังกะโล เกรงว่าจะมีีความผิด เนื่องจากต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ห้องพักของผู้ตาย ประกอบกับผู้ตายมีอาการป่วยทางจิต อาจจะคิดไม่ตกแขวนคอตายดังกล่าว

ด้านนางหลงมา ศิริวัฒน์ อายุ 39 ปี เจ้าของบังกะโล ทริปเปิ้ลบี เผยว่า น.ส.เอลิส เข้ามาติดต่อเช่าห้องพัก โดยระบุจะเข้าพัก 2 คืน คือวันที่ 19 และ 20 เม.ย. แต่คืนแรกที่เข้าพักก็เกิดเหตุเพลิงไหม้ ต้นเพลิงมาจากห้องของผู้ตาย หลังเกิดเหตุผู้ตายหายตัวไป ทางบังกะโลไม่ได้ติดใจ จึงไม่ได้แจ้งความไว้ ต่อมาสามีตนซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ได้ข้อมูลมาว่าผู้ตายเป็นสมาชิกของกลุ่มลัทธิสัตยะ สาอี บาบา หรือไส บาบา สมาชิกของกลุ่มนี้จะเป็นชาวต่างชาติด้วยกัน มีสภาพจิตซึมเศร้า มีปัญหาส่วนตัว จึงมาเข้ากลุ่มบำบัด หัวหน้ากลุ่มเป็นชาวเยอรมัน มีสมาชิกอยู่บนเกาะพะงัน ทราบว่าผู้ตายลาออกจากกลุ่มเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ก่อนเดินทางมาเกาะเต่า และเสียชีวิต เป็นประเด็นที่แม่ของผู้ตายมีความสงสัย อยากให้ตำรวจช่วยติดตามหัวหน้ากลุ่มลัทธิดังกล่าวมาสอบสวนด้วย เชื่อว่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม

นายบุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ว่าสื่อเบลเยียมทุกฉบับพากันรายงานข่าวการเสียชีวิตของ น.ส.เอลิส กันอย่างครึกโครม โดยระบุว่านางมิเชล วาน เอกเตน แม่ของผู้ตายไม่เชื่อรายงานของตำรวจที่ระบุว่าลูกสาวแขวนคอตาย และยังระบุด้วยว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย.60 แม่ผู้ตายได้สนทนากับลูกสาวผ่านแอพพลิเคชั่น สไกป์ลูกสาวบอกว่า จะกลับบ้านหลังจากเดินทางท่องเที่ยวรอบโลกเป็นเวลา 18 เดือน ขณะนี้แม่ผู้ตายพยายามสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมและหลักฐานที่อาจเกี่ยวกับการเสียชีวิตของลูกสาว เพราะไม่เชื่อรายงานอย่างเป็นทางการของตำรวจที่ระบุว่าพบลูกสาวแขวนคอตายและถูกตัวเงินตัวทองกัดกินไปครึ่งตัวในบริเวณกลางป่า

นอกจากนี้ แม่ผู้ตายยังให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ Der Farang ว่า ลูกสาวไม่ได้แสดงให้เห็นถึงสัญญาณของภาวะซึมเศร้า และไม่มีทางที่จะไปตัดสินใจฆ่าตัวตาย “เรากลัวว่าจะมีบุคคลอื่นเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของลูกสาว ไม่เชื่อตามที่ตำรวจบอกว่าลูกสาวของฉันแขวนคอตัวเองในป่า ฉันไม่ทราบว่าเธอจะทำอย่างนั้นทำไม ครั้งสุดท้ายที่ฉันได้พูดคุยกับเธอ ทุกอย่างก็ดูเรียบร้อยดี ฉันไม่สังเกตเห็นภาวะซึมเศร้าจากเธอเลยแม้แต่น้อย” ในรายงานของสื่อต่างประเทศยังระบุด้วยว่า บางทีนักข่าวท้องถิ่นอาจเผชิญปัญหาทางอ้อม ให้ยอมรับรายงานของตำรวจ โดยอ้างว่าอยู่ภายใต้ความกดดันไม่ให้รายงานข้อเท็จจริง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบในทางลบต่อการท่องเที่ยวของไทย

หนังสือพิมพ์ DH ของเบลเยียม ยังรายงานถึงกรณีมีสื่อบางฉบับรายงานว่า ศพของ น.ส.เอลิส ถูกสัตว์กัดแทะไปครึ่งหนึ่งว่า “นี่เป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง” โดยนายฟาเบียน ดาลล์มาจ์น พี่ชายของ น.ส.เอลิส กล่าวกับผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ DH ว่า “อย่าไปหลงเชื่อในสิ่งที่บางสื่อต้องการสร้างความตื่นเต้น พ่อแม่ของฉันไปที่นั่นในเดือน พ.ค.60 เพื่อรับศพ น.ส.เอลิส 2 เดือนผ่านไปแล้วที่เอลิสเสียชีวิต และเราไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเงินตัวทองเลย เว้นแต่หนังสือพิมพ์ที่มีนักข่าวสืบสวนได้ดีกว่าตำรวจที่รับผิดชอบ”

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงคดีนักท่องเที่ยวสาวชาวเบลเยียมเสียชีวิตบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยตำรวจระบุสาเหตุเป็นการผูกคอตาย แต่ครอบครัวของผู้ตายไม่เชื่อเป็นการฆ่าตัวตาย ว่าได้สั่งการให้ตำรวจกองปราบปรามลงพื้นที่ไปเร่งคลี่คลายข้อสงสัยแล้ว ในขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า เรื่องนี้ตำรวจกำลังติดตามอยู่ พยายามดูแลเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมาเฟีย แต่ตนเชื่อว่าไม่เกี่ยวกับผู้มีอิทธิพล บนเกาะมีคนหลายพวกและหลายเชื้อชาติ ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องดูแลอย่างเต็มที่ ส่วนคดีดังกล่าวเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องดูแลต่อไป