วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คิดอะไรอยู่

โดย ฟ้าคำราม

ยังงงๆกับความคิดของ “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์โอลิมปิกไทย ที่ให้ทัศนะเกี่ยวกับ “มาดามเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี ในการทำหน้าที่ ผู้จัดการทีมฟุตบอลชุดซีเกมส์ ว่าประมุขลูกหนังไทย “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง คิดถูกหรือไม่ที่ตั้งมาทำหน้าที่ผู้จัดการชุดซีเกมส์

ความจริงแล้วไม่เห็นแปลกและไม่น่าเกี่ยวกัน การทำหน้าที่ผู้จัดการทีมที่ผ่านมาของ “มาดามเดียร์” ก็ถือว่ายอดเยี่ยมเมื่อปี 2016 คว้าแชมป์ เนชั่นคัพ ที่มาเลเซีย จนเจ้าภาพต้องยุบทีมสร้างทีมใหม่ จากนั้น ต้นปี 2017 ทีมไทยเข้าแข่งระดับเอเชีย ดูไบคัพ ก็คว้าแชมป์มาอีก 1 รายการ เมื่อดูแล้วก็ถือเป็นหน้าตาทั้ง 2 งานแล้ว ก็ไม่รู้ว่าท่านที่ปรึกษาโอลิมปิก ทราบผลงานรวมถึงรูปแบบการทำงานหรือไม่

สำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีมลูกหนังไทยรวมถึงกีฬาประเภทอื่นๆ ถ้าพูดตามความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะกี่ชุดปัจจัยหลักคือต้องชื่นชอบกีฬาเป็นประการแรก ต่อมาก็ต้องมีเพาเวอร์ที่พอจะหางบประมาณมาคอยดูแลทีมหรือคอยสร้างขวัญกำลังใจกับนักกีฬาให้มีจิตใจฮึกเหิม

ถ้าเอาแบบลูกทุ่งคือหาเงินมาคอยอัดฉีดนักกีฬาเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ

ที่ผ่านมาผมก็ยังไม่เคยเห็นกีฬาชนิดไหนที่จะเอาตาสีตาสาหรือเอาคนจนมาเป็นผู้จัดการทีมเลย ต่างก็เสาะแสวงหาคนที่มีกำลังทรัพย์ที่สามารถดูแลนักกีฬาชนิดนั้นๆได้

และเท่าที่ดูผู้จัดการหญิงก็มีให้เห็นหลายคนอย่างฟุตบอลในอดีต “มาดามมล” นฤมล ศิริวัฒน์ ก็เคยพาทีมฟุตบอลหญิงประสบความสำเร็จในเกมระดับนานาชาติ รวมถึงซีเกมส์มาแล้ว อีกคน “คุณแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ก็พาทีมบอลหญิงประสบความสำเร็จในเกมนานาชาติเช่นกัน

สำหรับ “มาดามเดียร์” นั้น อย่างที่เกริ่นแต่ต้นว่าก็มีผลงานอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ก็เลยอดแปลกใจและสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงมีความคิดแบบนี้

นอกจากไม่ให้กำลังใจแล้ว ผมว่าทำให้เสียความรู้สึกและเสียกำลังใจในการคุมทีมซะมากกว่า ทั้งที่ความจริงแล้วเหลือเวลาอีกไม่มากก็จะถึงการแข่งขันซีเกมส์แล้ว ถึงตอนนี้ผมว่าท่านควรหันมาให้กำลังใจหรือช่วยกันคิดว่าจะช่วยกันอย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จน่าจะถูกต้องกว่ามาสบประมาทหรือดูถูกกันแบบนี้

การที่ฟุตบอลในซีเกมส์จะได้เหรียญทองหรือไม่ ไม่ใช่อยู่ที่ผู้จัดการทีมเพียงคนเดียว แต่ ต้องมีองค์ประกอบรวมกันหลายอย่าง ซึ่งปัจจัยหลักคือสตาฟฟ์โค้ช และตัวนักเตะรวมถึงแต่ละสโมสรว่าให้ความสำคัญหรือให้ความร่วมมือกับทีมชาติมากน้อยแค่ไหน

ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวให้เห็นว่าหลายสโมสรมักไม่ค่อยปล่อยตัวนักเตะมาร่วมฝึกซ้อม เพราะตรงกับ ช่วงแข่งขันลีก จุดนี้แหละครับที่ควรจะช่วยหาทางออก หรือช่วยแก้ไข น่าจะเหมาะสมกว่า

เท่าที่ทราบทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวิธีการ แนวทางทำงาน เป้าหมาย ล้วนแล้วมาจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯทั้งสิ้น อาทิ การเลือกโค้ช ผู้ฝึกสอน การหาทีมอุ่นเครื่องงบประมาณ มาจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ การหยุดลีกพักลีก การหาวันซ้อม ฟีฟ่าเดย์ ล้วนมาจากการวางแผนของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯทั้งสิ้น

ก็ไม่รู้ว่าท่านที่ปรึกษาฯ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิก ไปฟังข่าวเสี้ยม หรือใช้อะไรคิด

ที่ผ่านมาปัญหาเรื่องของนักกีฬามีให้เห็นเยอะมากเกือบทุกสมาคม ต่างก็มีพวกวิพากษ์วิจารณ์ตลอด แต่พอประสบความสำเร็จผู้ใหญ่หลายคนต่างก็แห่เอาหน้าเอาตากันยกใหญ่

แต่พอมีปัญหาไม่เห็นมีใครคอยช่วยคิดหรือช่วยแก้กันสักนิด

เห็นแล้วเหนื่อยใจแทนจริงๆ.

โจโจ้