บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชายหญิงเนียนจู๋จี๋บนลานจอดห้างเมืองคอน ก่อนใช้กุญแจผีสตาร์ท จยย.ขี่หนี

ภาพจากตำรวจงานป้องกันปราบปราม สภ.เมืองนครศรีธรรมราช

ชายหญิงทำทีจู๋จี๋กันบริเวณลานจอดรถห้างดังเมืองคอน สบโอกาสใช้กุญแจผีสตาร์ทรถ จยย.บึ่งหนี โชคดีผู้เสียหายเห็นเหตุการณ์ โทรแจ้ง 191 วิทยุแจ้งตำรวจทุกสาย รวบตัวได้ในเวลาแค่ 15 นาที...

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 30 มิ.ย.2560 ขณะที่ ด.ต.บุญสุข นวลศรีทอง ตำรวจประจำศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จาก น.ส.วนิดา มณีโชติ อายุ 23 ปี ชาว ต.ลานสกา อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ว่า ได้จอดรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่าฟีโน่ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน คขย 479 นครศรีธรรมราช ไว้ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ต.คลัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช แล้วถูกคนร้ายเป็นชายและหญิงวัยรุ่นขโมยไปจากลานจอดรถ ขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

หลังรับแจ้ง ด.ต.บุญสุข ได้วิทยุให้ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช และ สภ.ใกล้เคียงสกัดจับคนร้าย ปรากฏว่า หลังการประสานสกัดจับคนร้ายเพียง 15 นาที พ.ต.ต.ชนินทร์ กุลวานิชชานันท์ สวป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมกำลัง สามารถสกัดจับรถคันดังกล่าวเอาไว้ได้ บนถนนเพชรเกษม ใกล้กับตลาดท่าแพ หมู่ 1 ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช โดยคนร้ายชาย เป็นคนขี่รถ และผู้หญิงนั่งซ้อนท้าย จึงควบคุมตัว พร้อมนำรถจักรยานยนต์ของกลางส่ง พ.ต.ท.นิติ บุญจันทร์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ทราบชื่อต่อมา นายกิจจา บู่ทอง อายุ 27 ปี และ น.ส.พนัดดา เสวกวัง อายุ 23 ปี

สอบสวน นายกิจจา ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับ น.ส.พนัดดา แฟนสาว ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจริง โดยก่อนเกิดเหตุตนและ น.ส.พนัดดา ทำทีไปเดินป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้กับรถจักรยานยนต์คันที่หมายตาไว้ แล้วใช้ประแจที่ดัดแปลงเป็นกุญแจผี ไขสตาร์ทรถจักรยานยนต์ ก่อนขี่หลบหนีออกจากลานจอดรถ แต่ถูกสกัดจับได้ในที่สุด ยอมรับว่าก่อเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์มาแล้วหลายครั้ง ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียง

ด้าน น.ส.วนิดา ผู้เสียหาย ให้การกับตำรวจว่า ตนเป็นพนักงานของคลินิกแพทย์ที่เปิดให้บริการอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้า ก่อนเกิดเหตุ สังเกตเห็นชายหญิงวัยรุ่นเดินมาจู๋จี๋กันบริเวณลานจอดรถของห้างฯ ซึ่งตนได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้ แต่ไม่เฉลียวใจว่ารถจะถูกขโมย กระทั่งเมื่อหันไปมองอีกที พบว่าชายหญิงคู่ดังกล่าวกำลังขี่รถจักรยานยนต์ของตนออกไปจากที่เกิดเหตุ ตนได้ใช้มือถือกดถ่ายภาพคนร้ายที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ออกไปไว้ได้ 1 ภาพ แล้วรีบโทรแจ้ง 191 และตำรวจ จนสามารถจับคนร้ายได้ในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนผู้ต้องหาทั้งสองคน ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลอยู่ในขณะนี้.