บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่เอลิส งง!! ทำไม ตร.ไทย ไม่ถ่ายภาพ ตอนพบศพบนเกาะเต่า

(ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก) 

สื่อนอก เกาะติดข่าวนักท่องเที่ยวสาวเบลเยียมเสียชีวิตที่เกาะเต่า ชี้เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติรายที่ 7 แล้วที่มาจบชีวิตบนเกาะเต่าในช่วง 3 ปี ขณะที่แม่ยังสงสัยทำไมตำรวจไทยไม่ถ่ายภาพตอนพบศพ ไม่เชื่อลูกสาวซึ่งเป็นครูโยคะแขวนคอตาย

เมื่อ 30 มิถุนายน 2560 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงาน สื่อเบลเยียมรายงานเพิ่มเติมว่า ศพของเอลิส ดาลล์มาจ์น นักท่องเที่ยวสาวชาวเบลเยียมที่ถูกพบในป่าบนเกาะเต่า ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "เกาะแห่งฆาตกรรม" (L'île du meurtre) โดยตำรวจท้องถิ่นรายงานว่า นักท่องเที่ยวสาววัย 30 ปี แขวนคอตัวเองกับต้นไม้ และร่างเธอถูกสัตว์แทะกินไปครึ่งหนึ่ง ซึ่งมารดาของเธอไม่เชื่อแม้แต่นิดเดียว เพราะลูกสาวของเธอไม่ได้แสดงให้เห็นถึงสัญญาณของภาวะซึมเศร้า และไม่มีทางที่จะไปตัดสินใจฆ่าตัวตาย อีกทั้งยังเตรียมตัวเดินทางกลับเบลเยียม หลังจากเดินทางท่องเที่ยวไปอินเดีย ไทย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

จากโปรไฟล์ของเธอบน LinkedIn เอลิส ดาลล์มาจ์น เป็นคนเกิดที่กรุงบรัสเซลส์ ประกอบอาชีพเป็นแพทย์ทางเลือก หรือให้การรักษาคนไข้แบบธรรมชาติ และเป็นครูสอนโยคะ เมื่อสองปีที่แล้ว เธอได้ออกเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก ไปอินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยจะกลับมาพักที่ประเทศไทยบ่อยครั้ง

เอลิส ดาลล์มาจ์น เคยพักที่เกาะพะงันเพื่อเรียนรู้ศาสตร์โยคะตามแนวทางของสัตยาบัน ไสบาบา (กูรูหรือผู้นำจิตวิญญาณชาวอินเดียที่เสียชีวิตเมื่อปี 2554) โดยพักอยู่กับเพื่อนอีกสองคนในสำนักของกูรูรามาน อันเดรียส และเมื่อวันที่ 17 เมษายน หรือ 11 วันก่อนการพบศพเธอ เอลิสได้โทรหาแม่ของเธอผ่านระบบ Skype และเธอได้นั่งเรือเฟอร์รี่สองวันต่อมา มารดาของเธอระบุว่า เธอใช้ชื่อว่า เอลิส ดูบุยส์ ในการเช่าที่พักบริเวณใกล้กับท่าเรือของเกาะเต่า

หลังจากไฟไหม้บังกะโลที่พักของเธอ เธอจึงเดินทางข้ามไปยังหาดตะโนดเข้าพักที่บังกะโลโปไซดอนรีสอร์ท และที่นี่เธอได้ซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปกรุงเทพฯ ในวันที่ 24 เมษายน

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บอกกับ นางมิเชล วาน เอกเตน ว่า บุตรสาวของเธอผูกคอตายกับต้นไม้ ไม่พบจดหมายลาตายหรือข้อความใดๆ โดยรอบร่างของเธอที่จะเป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าเธอฆ่าตัวตาย ศพของเธอใส่เสื้อยืดเก่าๆ และห่อด้วยผ้าคอตตอน ตามรายงานของตำรวจ เป็นเรื่องที่น่าพิศวงมาก และมารดาของเธอก็ต้องการที่จะได้รับรู้ข้อเท็จจริง "ฉันไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมเธอถึงไปซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางไปกรุงเทพฯ แล้วเดินเข้าป่าไปผูกคอตาย ฉันยังรอผลการชันสูตรศพ เราจะต้องค้นหาข้อเท็จจริงให้ได้" มารดาของเธอเน้น

ยิ่งกว่านั้น มารดาของเธอยิ่งประหลาดใจขึ้นไปอีก ที่ไม่มีภาพถ่ายบุตรสาวของเธอขณะอยู่ในสภาพแขวนคออยู่ ทั้งที่น่าจะเป็นขั้นตอนปกติของการชันสูตรศพของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ศพของเธอถูกเผา 14 วันหลังจากที่ได้พบร่างไร้วิญญาณของเธอ
โดยมารดาของเธอกำลังขอให้หน่วยงานสืบสวนเยอรมันช่วยสืบค้นข้อเท็จจริง โดยอาจจะได้รายละเอียดเพิ่มเติมจากนายรามาน อันเดรียส กูรูชาวเยอรมัน ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์มิร์เรอร์ขนานนามเกาะเต่าว่า "เกาะแห่งฆาตกรรม" หลังจากที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิตถึง 7 ราย ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา.