วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมชายแถลงปิดคดี ศาล นัด 8 ส.ค.ฟังคำพิพากษา สลายชุมนุม พธม. ปี 51

ศาลฎีกาฯนักการเมือง นัดฟังคำพิพากษา 8 ส.ค.นี้ ชี้ชะตา “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” คดีสลายชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 7 ต.ค. ปี 51 หลัง อดีตนายกฯ ขึ้นแถลงปิดคดีด้วยตัวเอง  

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 มิ.ย. ศาลนัดไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้ายในคดี ป.ป.ช. เป็นโจทก์ ฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นจำเลยที่ 1-4 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51

โดยนัดนี้ พล.อ.ชวลิต ไม่ได้เดินทางมาศาล เนื่องจากป่วย ขณะที่มีประชาชนกลุ่มพันธมิตรฯ ร่วมฟังการไต่สวนพยานด้วย หลังการไต่สวนพยานครบ 5 ปาก นายสมชาย ได้แถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจาต่อศาล ว่า ไม่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามที่ถูกกล่าวหา และไม่เคยคิดร้ายหรือเลือกปฏิบัติ พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันว่า ไม่มีคำสั่งใดที่ละเมิดต่อกฎหมายและสั่งให้สลายการชุมนุม ระหว่าง 6-7 ต.ค. 2551 มีการเรียกประชุม ครม. เพื่อประเมินสถานการณ์ในการเตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามขั้นตอน เนื่องจากประธานรัฐสภา ระบุว่า ไม่สามารถเลื่อนวันหรือเปลี่ยนสถานที่แถลงนโยบายได้ เนื่องจากขัดข้อบังคับรัฐสภา หลังเเถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว กำลังเดินทางออกจากสภา มีกลุ่มผู้ชุมนุมมาปิดทางเข้าออก เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า จะมีการเจรจาเพื่อขอเปิดทางเเต่หากไม่เป็นผลอาจจะต้องมีการใช้เเก๊สน้ำตาเพื่อเปิดทาง ตนกล่าวห้ามใช้แก๊สน้ำตา เเละย้ำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาควบคุมสถานการณ์อย่างละมุนละม่อม สุดท้ายตนต้องปีนกำเเพงฝั่งพระที่นั่งวิมานเมฆออกจากรัฐสภา เเละขออนุญาตใช้เฮลิคอปเตอร์ออกไป ในช่วงเกิดสถานการณ์ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และไม่ได้สั่งการใด ๆ จากนั้น ศาลนัดให้คู่ความทั้งสองฝ่ายส่งคำเเถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในวันที่ 20 ก.ค.นี้ หากไม่ส่งคำเเถลงภายในวันดังกล่าวให้ถือไม่ติดใจ เเละนัดฟังคำพิพากษา

วันที่ 2 ส.ค.นี้ เวลา 09.30 น. พร้อมกำชับให้ พล.อ.ชวลิต มาฟังคำพิพากษาตามนัด ภายหลัง นายสมชายกล่าวว่า การต่อสู้ตามขั้นตอนปกติ เชื่อมั่นว่า ตนไม่ผิด ส่วนการสืบพยานดำเนินไปอย่างเรียบร้อย เพราะทีมกฎหมายทำงานเต็มที่ ท้ายสุดการวินิจฉัยเป็นอำนาจของศาล ยืนยันว่า กระบวนการดำเนินไปตามปกติ ไม่มีวิธีใดแตกต่างจากคดีอื่นเป็นพิเศษ ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายตนแสดงความบริสุทธิ์ตามพยานหลักฐาน และเชื่อมั่นในคำตัดสินของศาล.