วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ผู้การฯโจ๊ก’ ประชุมวางแนวทางแก้ปัญหาเด็กแว้น-สถานบันเทิงใกล้สถานศึกษา

“ผู้การฯโจ๊ก 191” ร่วมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาเด็กแว้น - สถานบันเทิงอยู่ใกล้สถานศึกษา เจ้าตัวพอใจสถิติลดลง แต่ยังเข้มบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการสร้างความเข้าใจให้เยาวชนกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ

ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191  (ผบก.สปพ.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมจัดประชุมวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม ครั้งที่ 15 ในหัวข้อ "การใช้คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 กับการป้องกันปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชน"

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ปัญหาเด็กแว้นเกิดขึ้นกับสังคมมาอย่างยาวนาน โดยเป็นช่วงอายุระหว่าง 13 - 20 กว่าปี โดยรัฐบาลชุดนี้ต้องการแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาดและมีคำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 และ 46/2559 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ เพราะปัญหาดังกล่าวเกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมอื่นๆ ทำให้เป็นปัญหาสังคมวงกว้าง หากสามารถลดปัญหาเหล่านี้ได้จะทำให้เหตุอาชญากรรมลดลงตามไปด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.จราจร และ พ.ร.บ.เด็ก เป็นหลักแต่จะเพิ่มผู้รับผิดชอบมากขึ้น คือ ผู้ปกครอง ผู้จัดแข่ง และร้านตกแต่งรถจักรยานยนต์

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า หลังตนเข้ารับตำแหน่ง ผบก.สปพ. ก็ได้รวบรวมสถิติและปัญหาเกี่ยวกับเด็กแว้น โดยเริ่มลงพื้นที่ตั้งแต่ ต.ค.59 จนถึงปัจจุบัน ระยะเวลาประมาณ 9 เดือน รวมทั้งสิ้น 15 ครั้ง ตรวจสอบรถจักรยานยนต์ 2,603 คัน ยึด 636 คัน และดำเนินคดีผู้กระทำผิด 276 ราย พร้อมตรวจปัสสาวะผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงนำเด็กกลุ่มนี้มาอบรมกับเจ้าหน้าที่ 1,061 ราย และพบว่าไม่กลับมากระทำผิดซ้ำอีก ส่วนกรณีเพจเฟซบุ๊กของหัวโจกที่เชิญเด็กมาแข่งรถจักรยานยนต์และมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่สามารถปิดเพจแล้ว 21 เพจ จับกุมหัวโจกได้ 17 ราย

"ทั้งนี้จากสถิติช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย.59 รับแจ้งเหตุ 7,352 ครั้ง และ ม.ค.- มิ.ย.60 รับแจ้งเหตุ 2,927 ครั้ง พบว่าสถิติลดลง 4,425 ครั้ง คิดเป็น 60.20 เปอร์เซ็นต์ โดยเจ้าหน้าที่เน้นบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเพื่อต้องการให้เด็กกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบทุกวันศุกร์แต่ไม่ระบุสถานที่" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

พ.ต.อ.กัมพล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีหัวโจกนั้นส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุยังน้อย ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่ได้ทำงาน แต่ต้องการพื้นที่แสดงออกให้มีคนติดตาม จึงใช้เพจเฟซบุ๊กเผยแพร่ และบางรายแอบแฝงขายยาเสพติด แต่หลังจากติดตามจับกุมพบว่าบางเพจเปลี่ยนพฤติกรรมไปทำกิจกรรมในทางที่ดี และจะมีเพจเกิดขึ้นมาใหม่ที่จะพยายามเลียนแบบ แต่ยังมีคนติดตามจำนวนไม่มาก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากเจ้าหน้าที่ทำต่อเนื่องจะสามารถลดปัญหาได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์

ด้านนายสหการณ์ กล่าวว่า การจัดสัมมนาในครั้งนี้จะเน้นการยุติความรุนแรงต่อเด็ก โดยทาง UN ได้กำหนดแนวทางการป้องกันเมื่อเด็กจะต้องถูกดำเนินคดี โดยจะเป็นการฟื้นฟูเด็ก โดยการนำครอบครัว ชุมชน ผู้เสียหาย และผู้กระทำความผิด มานั่งพูดคุยกันเพื่อให้เด็กผู้กระทำความผิดเกิดสำนึกในความผิดที่ทำ และพาเด็กเหล่านั้นกลับสู่สังคม โดยศาลจะเป็นผู้พิจารณาในการปล่อยตัว ซึ่งเด็กที่จะเข้าแผนฟื้นฟูจะต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือได้รับการพิจารณาจากศาลให้เข้าแผนการฟื้นฟู ซึ่งปีที่ผ่านมามีเยาวชนที่กระทำความผิดทั้งหมด 30,000 คน และได้รับเข้าแผนการฟื้นฟู 10,000 คน โดยการกระทำความผิดมากที่สุดคือ 1.ยาเสพติด 2.ลักทรัพย์ 3.ทำร้ายร่างกายและชีวิต และ 4.อาวุธและเพศ

นายสหการณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการดูแลและควบคุมสถานบันเทิงนั้น ตอนนี้ได้ดำเนินการตีกรอบไม่ให้สถานบันเทิงตั้งใกล้สถานศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งร้านที่ตั้งมาก่อนหน้าคำสั่ง คสช. นั้นสามารถดำเนินการได้เหมือนเดิม แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ซึ่งหากฝ่าฝืนก็จะดำเนินการปิดกิจการ 5 ปีทันที โดยขณะนี้ได้ดำเนินการปิดสถานบันเทิงที่ฝ่าฝืนไปแล้วจำนวน 288 แห่งทั่วประเทศ ใน กทม.จำนวน 23 แห่ง นอกจากนี้ผลการดำเนินงานการกวดขันเรื่องสถานบันเทิงตั้งใกล้สถานศึกษา พบว่าได้ผลดี ซึ่งอยากฝากถึงผู้ประกอบการให้เปิดสถานบริการในเขตโซนนิ่ง หรือเขตที่ทางเจ้าหน้าที่จัดไว้ให้เพื่อง่ายสำหรับการดูแลและควบคุม.