วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่อง 7 ข้อ ทำ Mazda 2 ยอดพุ่ง

ยอดขายรถยนต์ยี่ห้อ Mazda ที่แรงต่อเนื่องคงไม่ได้เกิดขึ้นจากการจ่ายเงินโฆษณาประชาสัมพันธ์แต่เพียงอย่างเดียว รถที่ดีและโดนใจผู้ใช้ทั่วไปสามารถขายได้ด้วยตัวของมันเองจากความสามารถ รูปแบบ ประสิทธิภาพ และการบริการหลังการขาย ในยุค 1980-1990 Mazda เคยล้มลุกคลุกคลานจากยอดขายที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ความต้องการของลูกค้ากลายเป็นประเด็นหลักที่ Mazda ให้ความใส่ใจและนำมาใช้ในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ยานยนต์ หลังจากเริ่มลืมตาอ้าปากพ้นจากขอบเหวลึกด้วยกำไรเล็กๆ น้อยๆ จากรถสปอร์ตเปิดหลังคารุ่น MX-5 ในปี 1989 แบรนด์ Mazda เริ่มต้นปรับปรุงเทคโนโลยีโดยใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีอยู่ในองค์กรทำการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อปรับให้รถยนต์ Mazda มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น สายเลือดอันเข้มข้นของรถยนต์ Mazda ยุคใหม่นั้น นอกจากรูปลักษณ์ที่สวยงามโดนใจแล้ว เครื่องยนต์สมรรถนะดีกับช่วงล่างที่มีความโดดเด่นทำให้ยอดขายพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง

Mazda Sales Thailand ได้เปิดเผยตัวเลขยอดการจำหน่ายรถยนต์ Mazda ประจำเดือนพฤษภาคม โดยมียอดขายทะลุเกือบ 4 พันคัน โตขึ้นกว่า 13% โดยเฉพาะรถเล็กรุ่น Mazda 2 นั้นเติบโตมากสุดถึง 32% ภายหลังเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นด้านการขายควบคู่ไปกับการบริการหลังการขาย ส่งผลให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจสูงขึ้น โดย Mazda โกยยอดขายสะสม 5 เดือนได้ถึง 19,729 คัน เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และนี่คือเหตุผล 7 ข้อหลักๆ ที่ทำให้รถยนต์ Mazda 2 ขายดี

1-รูปลักษณ์โดนใจจากการออกแบบ
แนวคิด KODO Design จิตวิญญาณของการออกแบบผลักดันให้รถยนต์รุ่น Mazda 2 มีเรือนร่างที่สวยงามกะทัดรัดลงตัว รถต้นแบบ Mazda Hazumi ที่คลอดออกมาในปี 2015 หลังจากการเปิดตัวแล้วกลายมาเป็นรถ Mazda 2 มีรูปทรงที่แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง แนวคิด KODO Design ถ่ายทอดทรงของรถเล็กที่ดูดีมากที่สุดคันหนึ่ง ด้วยความชัดเจนของเส้นสายที่โค้งมนไล่ระดับของความคมชัดจากด้านหน้า ผ่านแนวแก้มข้างกลมกลืนไปกับเสาหน้าที่ค่อนข้างลาดเอนมากกว่า Mazda 2 รุ่นที่แล้ว

กระจังหน้าแบบ 5 เหลี่ยม และรูปลักษณ์ที่เฉียบคมของไฟหน้า ด้านข้างให้มุมมองที่ลื่นไหล แนวหลังคาค่อยๆ ลาดเอียงไปจนถึงเสาท้ายที่มีขนาดเล็กลง ตัวถังแบบแฮตช์แบ็ก 5 ประตูขนาดกะทัดรัดของ Mazda 2 จากความต่อเนื่องของเส้นสายรอบคันได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเสือชีต้า พร้อมกระจังหน้า Signature Wing ใน Hazumi ที่แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง 

2-ภายใน
งานตกแต่งภายในของรถยนต์ Mazda 2 ที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์และแนวคิดในการเชื่อมโยงการใช้งานอุปกรณ์ภายในกับรูปแบบที่ทันสมัย บวกกับงานออกแบบที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทำให้ Mazda ต้องฉีกรูปแบบที่ซ้ำซากจำเจของรถญี่ปุ่นโดยปรับดีไซน์ของภายในให้ใกล้เคียงรถยุโรปมากยิ่งขึ้น

การเลือกใช้วัสดุต่างๆ เช่น พลาสติก หนัง อัลลอยและพรม ถูกปรับให้ดีขึ้น โดยเฉพาะรูปแบบของคอนโซลแดชบอร์ด จอมอนิเตอร์ ตำแหน่งของเบาะคนขับกับการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ที่ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยแบบสปอร์ต แป้นคันเร่งและเบรก คันเกียร์ เบรกมือ มาตรวัดและอุปกรณ์พวกปุ่มกับสวิตช์ที่ใช้ควบคุม

3-เครื่องยนต์
Mazda 2 มีเครื่องยนต์ 2 แบบทั้งเบนซินและดีเซลให้ลูกค้าได้เลือกใช้ตามความต้องการ เป็นรถญี่ปุ่นเจ้าแรกที่นำเครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D 1.5 ลิตร มาวางในรถเล็กอย่าง Mazda 2 แต่รุ่นที่ขายดีกลับเป็นรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร Skyactiv -G ซึ่งมีราคาสมน้ำสมเนื้อกับสมรรถนะ

เครื่องยนต์ทั้งสองแบบมีประสิทธิภาพสูง ปล่อยมลพิษต่ำ แม้ราคารุ่นดีเซลจะสูงกว่ารุ่นเบนซิน แต่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่โดดเด่นในด้านของความประหยัดแถมยังแรงได้ใจทำให้ยอดขายดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนรุ่นเบนซิน 1.3 ลิตร ก็มีสวิตช์ Sport mode ที่ช่วยในการตอบสนองได้ดีขึ้นแถมยังขับสนุกและไม่กินเชื้อเพลิงมากจนเกินไป เป็นเครื่องยนต์ตัวเล็กแบบ 4 สูบที่เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนัก มีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่อง 3 สูบ ทำให้ขับได้ดีกว่ารถคู่แข่งที่เอาแต่ของเก่ามาขาย!

4-เกียร์ Skyactiv-Drive
Mazda ยังคงเป็นแบรนด์ที่มีความเชื่อมั่นในตัวตนสูง ไม่ยอมปรับเปลี่ยนระบบส่งกำลังตามสมัยนิยมซึ่งมักเอาเกียร์สายพานพูเล่ย์ต้นทุนต่ำมาวางในรถเล็กราคาถูก Mazda 2 ใช้เกียร์อัตโนมัติ Skyactiv Drive 6 สปีด พร้อมกลไก Trip-Tronic ผู้ขับสามารถโยกคันเกียร์เพื่อลดหรือเพิ่มตำแหน่งของเกียร์ได้ด้วยตนเอง การทำงานของเกียร์ให้อารมณ์ความรู้สึกในการตอบสนองเหนือกว่าเกียร์สายพาน CVT อย่างชัดเจน

เกียร์ Skyactiv Drive มีการนำเอาจุดเด่นของเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์มาปรับปรุงเพื่อทำให้เกียร์มีการตัดต่อที่นุ่มนวล กระชับและไหลลื่นว่องไวเทียบเคียงกับเกียร์อัตโนมัติแบบทวินคลัตช์และมีความนวลในการเปลี่ยนเกียร์คล้ายกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ชุดเกียร์ออโตและโหมดแมนนวลมีการทำงานเชื่อมต่อกับระบบประหยัดพลังงาน i-ELOOP ตัดการทำงานของเครื่องยนต์เมื่อจอดรอสัญญาณไฟ และสั่งให้เครื่องยนต์ทำงานอย่างรวดเร็วในเวลา 0.40 วินาทีในเครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D ระบบ i-LEOOP หรือโหมด Auto-start/stop แตกต่างจากรถยนต์รุ่นใหม่ทั่วไปที่มีและใช้ระบบนี้

5-ช่วงล่าง
รถ Mazda กับช่วงล่างหนึบๆ นั้นเป็นของคู่กัน แม้จะเป็นรถเล็กกะทัดรัดแต่ระบบรองรับกลับทำออกมาได้ดีส่งผลให้ Mazda 2 โดนใจคนชอบขับ เสน่ห์ที่แท้จริงของรถ Mazda ก็คือแชสซีที่ดีกับเครื่องยนต์และเกียร์ที่สมบูรณ์แบบโดยไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเกินไปเหมือนรถเล็กยุโรปบางรุ่น ทำให้คนทั่วไปสามารถจับต้องได้ มันเป็นรถที่มีช่วงล่างเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยที่ชอบการขับ ถ้าคุณไม่สนใจการขับก็ไม่ต้องหันมามองรถ Mazda แต่ถ้าคุณเป็นหนึ่งในจำนวนนักขับที่ชอบความสนุกหลังพวงมาลัย Mazda 2 รุ่นเบนซินหรือดีเซลน่าจะเหมาะสุดแล้วในระดับของราคาที่ 6-7 แสนบาท

แกนของโช้คอัพหน้าที่ถูกปรับให้เอียงขึ้นอีกนิดที่ 5 องศา ส่งผลให้มันวิ่งทางตรงในย่านความเร็วเดินทางได้มั่นคงดี พวงมาลัยไฟฟ้าที่มีน้ำหนักค่อนข้างคงที่ตามการทำงานของมอเตอร์ที่ติดตั้งอยู่บริเวณปลายแกนพวงมาลัย ช่วงล่างหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัทปรับตั้งมาให้เข้ากับรูปแบบของแชสซีทำให้ Mazda 2 Minor Change 2017 ทรงตัวได้ดีบนทางตรงและทางโค้ง เป็นรถที่เข้าโค้งได้สนุกมากคันหนึ่งในวงการรถเล็กเลยทีเดียว

6-การวางแผนงานที่มีการเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี 
หลังจากรถ Mazda 2 เปิดตัวในตลาดโลก ไม่ถึง 6 เดือนมันก็มาวางขายในประเทศไทย เป็นการทำงานทางการตลาดที่รวดเร็วทันใจไม่ปล่อยให้ลูกค้าที่อยากได้อยากขับรอรถกันจนเหี่ยวเฉาเหมือนบางค่ายที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้! โลกออนไลน์ที่รวดเร็วทำให้คนที่สนใจรถยนต์รุ่นนั้นๆต้องการเห็นตัวเป็นๆ หรือลองขับด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อหลังจากการเปิดตัวในตลาดโลกไม่นาน ไม่ใช่ปล่อยให้รอกันจนตะไคร่ขึ้นแล้วคู่แข่งก็คว้าเอายอดขายแหล่มๆ ไปกินแบบสบายใจเฉิบ! 

การปล่อยให้ลูกค้ารอนานหลายปีเท่ากับเสียโอกาสในการขายไปอย่างน่าเสียดาย รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับดันรถ Mazda 2 ขึ้นสู่ไลน์การผลิตในโรงงานที่มีการวางแผนงานเตรียมการมาเป็นอย่างดีนาน 2-3 ปี ก่อนการเปิดตัว ผู้บริหารคนไทยและญี่ปุ่นในบริษัทมีความเก๋าหรือเชี่ยวชาญในการทำตลาดรถยนต์ในไทย ทำให้คนที่สนใจไม่ต้องรอกันนานจนเบื่อหรือรอไม่ไหวไปออกรถยี่ห้ออื่นแทน การใช้ผู้บริหารระดับสูงที่เป็นคนไทยก็ยังได้เปรียบในด้านความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า การวางแผนงานในโรงงานประกอบเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นสู่ไลน์ผลิตและคาบเวลาที่จะต้องเปิดตัวเพื่อขายให้ทันหรือพอดิบพอดีกับความต้องการอีกด้วย

7-บริการหลังการขาย
แม้จะยังมีเสียงบ่นเรื่องอะไหล่แพงอยู่บ้าง แต่การบริการหลังการขายที่ Mazda พยายามอย่างมากในการปรับปรุงบริการให้ดีขึ้นก็เริ่มถูกอกถูกใจลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ของ Mazda มากขึ้นเรื่อยๆ บริการหลังการขายที่โดนใจนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งเงินจำนวนมหาศาลและระยะเวลาในการตอบรับของลูกค้า

ผลตอบรับของบริการที่ดีนั้นส่งผลเกินคาดไปถึงยอดขายแบบอัตโนมัติ ปากต่อปากของลูกค้ายิ่งกว่าการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อธุรกิจมากนัก ลูกค้าเคลมชิ้นส่วนที่เสียหายได้เร็วขึ้น ไม่ต้องรอทำเรื่องกันนานจนไม่มีรถใช้ทำให้เสียอารมณ์ การซ่อมบำรุงเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะไม่ได้ดีเท่ากับ Isuzu แต่การปรับปรุงบริการและโชว์รูมอย่างไม่หยุดนิ่ง จะยิ่งทำให้ Mazda ขายดีขึ้นไม่ใช่เฉพาะแค่ Mazda 2 

ยอดขายรถยนต์ Mazda ในเดือนพฤษภาคม 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 3,964 คัน เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2559 เพิ่มขึ้น 13% จากยอดขาย 3,522 คัน เมื่อพิจารณาจากยอดขายในแต่ละรุ่น รถยนต์นั่งขนาดเล็ก Mazda 2 มียอดขายสูงสุดถึง 2,490 คัน เติบโตถึง 32% รองลงมาเป็นรุ่น Mazda 3 ยอดขาย 466 คัน เติบโตสูงที่สุดจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านถึง 38% ตามด้วยรถอเนกประสงค์ Crossover Mazda CX-3 ยอดขาย 351 คัน ลดลง 17% ต่อด้วยปิกอัพ Mazda BT-50 PRO ยอดขาย 349 คัน ลดลง 32% ในขณะที่รถอเนกประสงค์ SUV Mazda CX-5 ยอดขาย 304 คัน ลดลงเล็กน้อย 14% และรถ Sport Roadster Mazda MX-5 มียอดขาย 4 คัน

หากพิจารณาจากยอดขายรวม 5 เดือนแรกของปี 2560 Mazda โกยยอดขายได้สูงถึง 19,729 คัน เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 มียอดขายโดยรวมอยู่ที่ 17,869 คัน รุ่นที่ยอดขายสูงสุดยังคงเป็น Mazda 2 มียอดขายรวมทั้งสิ้น 11,732 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 23% ตามมาด้วยรถปิกอัพ Mazda BT-50 PRO ยอดขาย 2,595 คัน เพิ่มขึ้น 1% รองลงมาเป็น Mazda 3 จำนวน 2,269 เพิ่มขึ้น 21% ตามด้วย CX-3 จำนวน 1,748 คัน ลดลง 30% ต่อด้วย CX-5 จำนวน 1,376 คัน เพิ่มขึ้น 2% และ MX-5 จำนวน 9 คัน ถือเป็นการเติบโตที่สวยงามในด้านยอดขาย

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด กล่าวว่า แม้ยอดขาย Mazda จะเติบโตต่อเนื่อง แต่ Mazda ก็ยังคงไม่หยุดเดิน ยังคงต้องคิดและวางกลยุทธ์เพื่อให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดและสัมผัสกับตัวตนของแบรนด์ให้มากที่สุดผ่านทางกิจกรรมต่างๆ ทั้งเพื่อส่งเสริมการขาย ส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นแบรนด์ขับสนุก รวมไปถึงกิจกรรมทดสอบรถ Mazda ของลูกค้า เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์รถนั่งขนาดเล็กอย่าง Mazda 2 พร้อมเทคโนโลยีใหม่ SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS 

7 ข้อที่ส่งผลให้ Mazda 2 ขายดีและกลายเป็นรถที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รถยนต์ Mazda ยุคใหม่ถูกสร้างขึ้นจากเงื่อนไขของลูกค้าที่ชอบการขับรถยนต์อย่างแท้จริง Mazda เดินตามแนวทางของตัวเองไม่สนใจค่ายอื่นว่าจะเป็นยังไงพร้อมกับการสร้างมาตรฐานใหม่ของการขับขี่และการบริการหลังการขาย ท่ามกลางเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นเป็นพิเศษเพื่อความเหนือชั้นกว่าในทุกด้านจาก Mazda เมื่อเทียบกับราคา ประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าและความชอบส่วนตัวของลูกค้า แค่นั้นก็พอที่จะเอาชนะรถคู่แข่งได้อย่างไม่ยากเย็นนัก.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/