วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำงานยังไงให้ก้าวหน้าเร็ว ไม่เปลืองพลังงานชีวิต

“การคิดเยอะเกินไป ทำให้คุณต้องทำงานที่ไม่จำเป็นมากถึง 99%” อดีตซีอีโอผู้ปลุกปั้น LINE จนฮิตฮอตทั่วโลก “โมะริกะวะ อะกิระ” เขียนจั่วหัวไว้ในหนังสือ “คิดแค่ 1 แต่ได้ผล 100” โดยมีเหตุผลสนับสนุนน่าสนใจร้อยแปดและทำให้ฉุกคิดได้ว่าในแต่ละวันของการทำงาน แท้จริงแล้วพวกเราเสียเวลาไปกับสิ่งไม่จำเป็นมากมายขนาดไหน

ถ้าอยากประสบความสำเร็จอย่าง LINE นอกจากจะต้องสร้างผลิตภัณฑ์ยอดนิยมออกมาก่อนใครๆอย่างต่อเนื่อง สิ่งแรกที่ต้องเปลี่ยนก็คือ เลิกทำทุกอย่างที่ไม่จำเป็นซะ!! อันดับแรกเริ่มจาก “กำจัดคู่มือการทำงานทิ้งไป” เพราะมันคือตัวการทำลายความคิด สร้างสรรค์ สมัยก่อนคู่มือการทำงาน หรือไบเบิลขององค์กร อาจมีประโยชน์มากสำหรับธุรกิจที่ต้องทำสิ่งเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา เมื่อสร้างคู่มือบริษัทขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าใครมาทำตามก็จะได้ผลงานในแบบเดียวกันแต่มันไม่เวิร์กสำหรับยุคนี้ที่ต้องแข่งกันสร้างผลิตภัณฑ์เจ๋งๆออกมาให้เร็วกว่าคนอื่น เพราะความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องความสามารถส่วนบุคคล ไม่สามารถเขียนเป็นคู่มือให้ใครทำตามได้

“ไม่จำเป็นต้องมีกฎระเบียบ” ทิ้งทุกอย่างที่เป็นอุปสรรคต่อความรวดเร็วในการทำงาน ในยุคดิจิทัลความรวดเร็วฉับไวเป็นสิ่งสำคัญชี้เป็นชี้ตาย ยิ่งองค์กรอืดอาดเชื่องช้าเท่าไหร่ ก็จะยิ่งถูกทิ้งรั้งท้ายอยู่ปลายแถวเท่านั้น ในความคิดของเขามองว่าต่อให้เราสร้างสิ่งแปลกใหม่ขึ้นมาได้ แต่สุดท้ายเทคโนโลยีของเราก็จะถูกเจ้าอื่นเลียนแบบในเวลาไม่นาน ฉะนั้นถ้าอยากชนะขาดต้องสร้างสิ่งแปลกใหม่ และเร่งพัฒนาให้เร็วกว่าคู่แข่งขึ้นไปเรื่อยๆ อย่าปล่อยให้ใครไล่ตามทัน ด้วยเหตุนี้จึงต้องกำจัดกฎระเบียบเทอะทะทิ้งให้หมด เพื่อเร่งความเร็วในการสร้างสรรค์ผลงาน ตัดให้หมดทั้งการประชุมที่เปล่าประโยชน์, ขั้นตอนการอนุมัติยืดยาด, การเขียนรายงานผู้บังคับบัญชา และแบบฟอร์มยุ่งยากซับซ้อน สู้เอาเวลามาทุ่มเทให้การทำงานที่สำคัญจริงๆดีกว่า

“ไม่ต้องประชุม” กำจัดคนที่เป็นตัวเพิ่มในการประชุมออกไปซะ ยิ่งบริษัทไหนมีการประชุมบ่อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งสะท้อนว่าเป็นบริษัทที่ไม่ได้เรื่องมากเท่านั้น!! ที่บริษัท LINE มีการประชุมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บ่อยๆ แต่เป็นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ เพราะสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญไม่ใช่ “การได้เข้าประชุม” แต่เป็นการได้ข้อสรุปจากการถกเถียงและตัดสินใจร่วมกัน ถ้าไม่มีเรื่องจำเป็นจริงๆ ทุกคนจะติดต่อกันทางอีเมล

“ไม่ต้องแบ่งปันข้อมูล” การรู้ข้อมูลเกินความจำเป็นจะทำให้พนักงานคิดฟุ้งซ่าน แต่ไหนแต่ไรมาผู้บริหารทั่วไปถูกฝังหัวว่าจะต้องแบ่งปันข้อมูลให้พนักงานในบริษัทรับรู้ร่วมกันทั้งสุขและทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นปัญหาสำคัญๆ, เป้าหมาย หรือผลงานของทีมต่างๆ แต่อดีตซีอีโอ LINE ยืนกรานว่า การประชุมหลายชั่วโมงเพียงเพื่อรายงานปัญหาและความคืบหน้า ไม่ได้สร้างสิ่งที่มีคุณค่าใดๆให้องค์กร ถ้าเป็นข้อมูลสำคัญจริงๆ อย่างเช่น ขอบเขตของงาน, เป้าหมาย,ผลงาน หรือยอดขายของแต่ละแผนก สามารถนำไปเผยแพร่ในฐานข้อมูลบริษัท ไม่จำเป็นต้องเรียกหัวหน้าทุกแผนกมานั่งประชุมครึ่งค่อนวันให้เสียเวลาทำงาน

ในยุคที่อินเตอร์เน็ตกำลังฆ่าธุรกิจยุคเก่า และบีบให้ทุกองค์กรต้องเร่ง CHANGE เปลี่ยนตัวเองขนานใหญ่เพื่อความอยู่รอด นอกจากการปรับตัวของพนักงานให้ทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กฎระเบียบของบริษัทที่เคยใช้มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ก็จำเป็นต้องอัพเดตให้เข้ายุคเข้าสมัยขึ้นด้วย ไม่ใช่เคยทำมายังไงก็ยังก้มหน้าก้มตาทำอยู่แบบนั้น ไม่ยอมเงยหน้าดูโลกว่าเขาไปถึงไหนกันแล้ว สุดท้ายอุปสรรคใหญ่ที่ขัดขวางความเจริญก็คือ ความคร่ำครึของกฎระเบียบและธรรมเนียมปฏิบัติเดิมๆ ที่ไม่ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

ไม่เคยทำมาก่อน ก็ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้!!

มิสแซฟไฟร์