วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ปู’ ยื่นร้องศาล เผชิญสืบ โรงสี-คลังข้าว อ้างหลักฐานใหม่แต่ศาลปัดทันที

วิษณุโต้นิพิฏฐ์อย่ามโนยื้อเลือกตั้ง พท.เตือนพรรคทหาร-ไม่เคยรอด

“พรเพชร” ดีดปากนักการเมืองอย่าตีตนไปก่อนไข้ มโนคว่ำ ก.ม.ลูก ยื้อเลื่อนเลือกตั้ง “สุรชัย” ยันไม่มีปาหี่แม่น้ำ 5 สาย รวมหัวตีตก ก.ม.ลูก “วิษณุ” ตอกกลับ “นิพิฏฐ์” วิตกจริตแล้วออกมาพูดเพ้อเจ้อให้สังคมตกใจ วิญญาณ “สุนทรภู่” ยังอยู่ “บิ๊กตู่” ร่ายกลอนอีกบทปลุกพลัง ขรก. “บิ๊กเต่า” ยัน คสช.ไม่ตั้งกวาดต้อนพรรคเล็กตั้งพรรค พท.กระทุ้งนายกฯประกาศท่าทีให้ชัด เล่นไม่เล่นการเมือง อย่าเป็นอีแอบ “ภูมิธรรม” จี้เคลียร์ให้ขาด อย่าให้ถูกครหาเดินเกมสืบอำนาจ พลิกประวัติศาสตร์เตือนพรรคทหารไปไม่เคยรอด “มาร์ค” ดักคอทุกองคาพยพอย่าเอียงเข้าหาพรรค อิงอำนาจ “พีระศักดิ์” ดักทางพวกโหนกระแส “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ตั้งพรรค ยอด สปท.ไขก๊อกจ่อเล่นการเมือง 17 ราย ศาลปัดคำร้อง “ยิ่งลักษณ์” ขอเผชิญสืบโรงสี คลังข้าว ที่เป็นหลักฐานใหม่เคยยื่น ป.ป.ช.แต่ไม่ได้รับการพิจารณา คลังลุยตั้งทีมไล่ล่าขุมทรัพย์ “ปู”

หลังจากที่นักการเมืองออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการจัดทำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูก ว่ามีการเล่นละครสร้างฉากขัดแย้งกันในคนแม่น้ำ 5 สาย โดยอาจมีการคว่ำกฎหมายลูก เพื่อขยับโรดแม็ป เลื่อนการเลือกตั้งออกไปไกลกว่าปี 2561 อีกนั้น

“พรเพชร” วอนอย่ามโนคว่ำ ก.ม.ลูก

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. เวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นักการเมืองระบุว่าการเลือกตั้งปลายปี 61 อาจไม่เกิดขึ้น เพราะจะมีการคว่ำกฎหมายลูกว่า ขออย่าเพิ่งตกใจ เพราะทั้งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพรรคการเมืองยังอยู่ในระยะแรก เชื่อว่าการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมขึ้นมา จะได้ข้อสรุปมากกว่าที่จะคว่ำ ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับอื่นๆ ก็เดินตามระยะเวลาที่กำหนด ส่วนกระแสข่าวว่าปัญหาร่างกฎหมายลูกจะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปอีกนั้น ยังมองไม่เห็นทางที่จะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป การพิจารณาก็ต้องเร่งรัด แม้จะมีวันหยุดราชการมากก็ตาม อย่าเพิ่งไปวิตก เหมือนกับว่าเราต้องทานข้าว 10 คอร์ส 2 คอร์สแรกเราก็ทานช้ากันหน่อย แต่ว่าคอร์สหลังยังไม่มา อย่างไรก็ต้องทำ จะบอกว่าทาน 2 คอร์สแรกแล้ว คอร์สหลังไม่กินไม่ได้

ยันแม่น้ำ 5 สายไม่ทะเลาะกัน

เมื่อถามว่า มองการเคลื่อนไหวของนักการเมืองว่ามีนัยอะไรหรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะว่า สนช. แต่เชื่อว่า สนช.ก็ชี้แจงได้ไม่มีปัญหาอะไร และยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่น่ากลัว ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็ป และอย่าไปมองว่าความคิดเห็นต่างเป็นความขัดแย้งที่ทะเลาะกัน นายกฯก็ถามนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และตนว่าทะเลาะอะไรกันหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีการทะเลาะกัน มีแต่การแสดงเหตุผล เพื่อให้ตกลงกันได้ ดังนั้น เวลายังมี ให้ สนช.ลงมติร่างกฎหมายลูกฉบับสุดท้ายก่อน แล้วค่อยมาพูดกันใหม่

ยันไม่มีแผนรวมหัวตีตก ก.ม.ลูก

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. กล่าวว่า ในการประชุม สนช.วันที่ 30 มิ.ย. จะมีการตั้ง กมธ. ร่วมระหว่าง สนช. กรธ. และ กกต. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาของ กรธ. และ กกต.ว่า จะตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายหรือไม่ สำหรับการตั้ง กมธ.ร่วมฯ เป็นไปตามกลไกรัฐธรรมนูญปี 60 เพื่อพิจารณาว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่ผ่าน สนช.ไปแล้ว มีเนื้อหาขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญหรือไม่ ไม่ใช่พิจารณาว่าเนื้อหาในร่างกฎหมายลูกจะนำไปสู่การปฏิบัติได้หรือไม่ เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองตั้งข้อสังเกตว่า การที่ สนช.และ กรธ.เห็นต่างกันใน พ.ร.บ.พรรคการเมือง จะนำไปสู่การทำให้ร่างกฎหมายตกไป จนต้องเลื่อนการเลือกตั้ง นายสุรชัยตอบว่า การที่ กรธ.และ สนช.เห็นไม่ตรงกันเรื่องไพรมารีโหวต ไม่ได้ทะเลาะกัน เป็นเพียงความเห็นที่แตกต่างเท่านั้น ไม่มีจุดประสงค์ให้ร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองตกไป เพื่อนำไปสู่การเลื่อนเลือกตั้ง ยืนยันโรดแม็ปเลือกตั้งยังเป็นไปตามกำหนดเดิม

พ้อไม่ทักท้วงก็เจอครหาซูเอี๋ย

นายสุรชัยกล่าวว่า อยากให้มองโลกในแง่ดีกันบ้าง ถ้ามองแง่ไม่ดีจะไม่มีใครกล้าตัดสินใจในประเด็นที่มีความขัดแย้ง ในทางกลับกัน หาก สนช.รับร่างกฎหมายลูกจาก กรธ.โดยไม่ได้แก้ไขอะไรเลย ย่อมมีบางฝ่ายมองว่า กรธ.และ สนช.เป็นพวกเดียวกันอีก กลายเป็นว่าคนทำงานโดนตลอด จึงต้องให้อิสระคนทำงานบ้าง เมื่อถามว่า หาก สนช. มีมติเกิน 2 ใน 3 ไม่เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองตามที่ กมธ.ร่วมแก้ไข จนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวตกไป องค์กรใดจะมาทำหน้าที่จัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ นายสุรชัยตอบว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ควรให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ตอบน่าจะเหมาะสมกว่า แต่ส่วนตัวมองว่าถ้าเกิดปัญหาดังกล่าวในช่วง 240 วัน ก็ต้องทำให้เสร็จภายใน 240 วัน จะไปขยับโรดแม็ปไม่ได้

“วิษณุ” เย้ย “นิพิฏฐ์” เพ้อวิตกจริต

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุการเลือกตั้งปี 61 จะไม่เกิดขึ้นว่าเป็นโรดแม็ปของนายนิพิฏฐ์ ตนอยู่กับรัฐบาลต้องยึดโรดแม็ปของรัฐบาล อย่าเอาสิ่งที่นายนิพิฏฐ์พูดมายืนยันกับตน ช่วยเอาสิ่งที่ตนพูดไปยันกับนายนิพิฏฐ์บ้าง ที่นายนิพิฏฐ์คาดการณ์ว่ากฎหมายลูกจะถูกคว่ำนั้น รัฐบาลไม่คิดแบบนั้น เพราะถ้าจะคิดมันคิดได้เยอะ เก่งจริงทำไมไม่คิดอย่างอื่นอีกที่จะบล็อกตั้งแต่ยังไม่ถูกคว่ำด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ผิดที่จะคิดไว้ก่อน เพียงแต่ผิดที่คิดแล้วออกมาพูดจนทำให้เกิดความตื่นตระหนก แต่ก็ต้องปล่อยให้ตระหนกไปลมๆ แล้งๆ เหมือนดูคนคลิปแล้วสุดท้ายกลายเป็นคลิปปลอมแต่ตื่นตระหนกไปแล้ว ดังนั้นก็อย่าไปคิดถ้ายังไม่มีอะไรยืนยันออกมา ส่วนโรดแม็ปรัฐบาลไม่อยากพูด เพราะพูดมาหลายครั้งแล้ว ถ้าไปกางรัฐธรรมนูญดูก็จะพูดตรงกันทั้งประเทศ เมื่อถามว่า จะสร้างความเชื่อมั่นในโรดแม็ปรัฐบาลต่อประชาชนอย่างไร นายวิษณุตอบว่า รัฐธรรมนูญเป็นคนกำหนดโรดแม็ป ก็ต้องเชื่อมั่นในรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่ทำตามนั้นก็ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ รัฐบาลไม่จำเป็นต้องมาตอกย้ำทุกวัน

นายกฯสั่งเร่งเครื่องตามโรดแม็ป

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุม จอมพล ป.พิบูลสงคราม ชั้น 5 กระทรวงแรงงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4/2560 โดยมี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน และคณะผู้บริหารกระทรวงให้การต้อนรับ ก่อนการประชุมนายกฯได้เยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลงานสถาบันพัฒนาบุคลากรเทคโนโลยีอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ พร้อมกล่าวว่า เหลือเวลาอีก 3 เดือนจะสิ้นสุดปีงบประมาณในเดือน ก.ย.และเริ่มงบประมาณใหม่เดือน ต.ค. ดังนั้น 3 เดือนนี้ต้องเตรียมการทั้งหมดเพื่อมุ่งไปสู่ความยั่งยืนให้ได้ตามโรดแม็ป บูรณาการทำงานร่วมกัน เช่น การแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ ถือเป็นวาระเร่งด่วนและวาระแห่งชาติ ต้องกำหนดกรอบการทำงาน ต้องเดินหน้าตามโรดแม็ป เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์

เผยสวมบทกวีร่ายกลอนอีกบท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในสื่อโซลเชียลมีเดียพบเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “เปรี้ยง” เผยแพร่บทกลอนที่ใช้ชื่อว่า “หายใจเป็นไทย” ระบุเป็นบทกลอนที่นายกฯแต่งระหว่างประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ที่กระทรวงแรงงาน โดยมีเนื้อหาว่า “คำว่า ปวงชนชาวไทย นั้นใหญ่ยิ่ง สร้างทุกสิ่ง ย่อมได้ ดั่งใจหวัง หากช่วยกัน ส่งเสริม เพิ่มพลัง ไม่อาจยั้ง พัฒนา ให้ยั่งยืน ที่ผ่านมา หลายอย่าง เป็นปัญหา ช่วยกันพา ช่วยกันนำ ช่วยฝ่าฝืน ฝ่ากระแส น้ำเชี่ยวกราก ที่กล้ำกลืน ปลุกกันตื่น หลับใหล ให้ก้าวเดิน อย่าหวั่นไหว ท้อถอย อุปสรรค อย่าเว้นวรรค ว่างงาน หรือห่างเหิน ข้าราชการ ทุกฝ่าย อย่าเพลิดเพลิน ทำให้ก้ำเกิน ประชาชน ไม่สุขใจ ทำกฎหมาย ทุกอย่าง ให้รอบคอบ มีคำตอบ ประชาชน ให้แจ่มใส ทั้งยาก ดี มี จน จะใช่ใคร คือ คนไทย ที่เรา ต้องดูแล” สำหรับเพจดังกล่าว ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. โดยระบุประเภทเพจว่า “บริษัทด้านสื่อ/ข่าวสาร” ด้านพื้นหลังเพจมีข้อความว่า “เพิ่มเสียงดัง ให้ความจริง” โดยเนื้อหาเพจส่วนใหญ่เป็นการโพสต์ข้อมูลสนับสนุนนโยบายการทำงานรัฐบาล และในวันเดียวกัน พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการนำบทกลอนดังกล่าวมาเผยแพร่ในไลน์ “กลุ่มสื่อทำเนียบรัฐบาล” พร้อมระบุเป็นบทกลอนที่นายกฯแต่งในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ที่กระทรวงแรงงาน

ยัน คสช.ไม่กวาดต้อนพรรคเล็ก

ที่ จ.ภูเก็ต พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี คสช.จะตั้งพรรคการเมืองโดยรวบรวมพรรคเล็ก ว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง คสช.ไม่เล่นการเมือง ทุกอย่างยังคงเดิมไปตามโรดแม็ป คือเลือกตั้งในปี 2561 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่อยากให้คาดเดากันไป ขณะนี้รัฐบาลและ คสช.กำลังเร่งปฏิรูปการทำงานในกระทรวงต่างๆเพื่อให้โครงสร้างของระบบราชการมีความแข็งแรงขึ้น พร้อมเข้าสู่การปฏิรูป

“วัฒนา” วอน “บิ๊กตู่” อย่าเป็นอีแอบ

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุว่า สถานการณ์จะเป็นตัวชี้ชัด หลังผลโพลเชียร์ให้ตั้งพรรคการเมืองว่า ต้องแยกระหว่างการอยู่ต่อ คือหลงอำนาจไม่ยอมลุกจากเก้าอี้ กับการเล่นการเมืองต่อ ซึ่งเป็นการเข้าสู่ การเมือง ตั้งพรรคการเมือง ถือเป็นเสรีภาพของทุกคน ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ทำตามกฎเกณฑ์แบบนี้ก็ยิ่งดี แต่ต้องประกาศเจตนารมณ์ให้ชัดเจน เพราะมีส่วนได้ส่วนเสียกับสิ่งที่ทำอยู่ เช่นแม่น้ำ 5 สาย ก็เป็นคนที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งมาเองทั้งสิ้น ถ้าจะตั้งพรรคต้องบอกให้ประชาชนรับรู้ จะได้จับตาตรวจสอบดูว่าแม่น้ำ 5 สายจะออกกฎซี้ซั้วเอื้อ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ จะต้องทำอะไรให้เข้ารูปเข้ารอย ตรวจสอบได้ อย่าเป็นอีแอบ เมื่อจะใช้อำนาจจากประชาชน ควรขอความเห็นชอบจากประชาชน ในการเลือกตั้งไม่มีใครกลัวพล.อ.ประยุทธ์จะลงเขตไหน ถ้าเหงาไม่มีคนลงแข่ง ขอให้บอกมา จะไปลงสมัครด้วย จะปราจีนบุรีหรือกรุงเทพฯก็ได้ กลัวแต่จะไม่ลงเท่านั้น

ยินดี สปท.ตั้งพรรคหนุนทหาร

นายวัฒนายังกล่าวถึงกรณี สปท.ทยอยลาออก รวมตัวเป็นพันธมิตรพรรคทหารว่า รัฐธรรมนูญเขียน ให้สิทธิไว้ก็ถือว่ามีสิทธิ สปท.จะมาเป็นนักการเมืองก็ทำได้ ยินดี ไม่มีใครขัดข้อง ถ้าไม่มีการขัดกันของผลประโยชน์ ในระบอบประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน แต่ที่สำคัญอย่าทำกฎกติกาในลักษณะเอาเปรียบคนอื่น ขอให้ยอมรับการเมืองในระบบ ไม่ใช่พอแพ้แล้วก็หันไปฝักใฝ่เผด็จการ แบบที่หลายคนเคยทำ ขอเรียกร้องให้หัดเคารพอำนาจประชาชนด้วย

“ภูมิธรรม” จี้เคลียร์ครหาสืบอำนาจ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีโพลสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ตั้งพรรคการเมืองว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องสร้างความชัดเจน ว่าจะมีทีท่าทางการเมืองอย่างไร เพราะท่านอยู่ในรัฐบาล เป็นนายกฯ กุมกลไกต่างๆ ความไม่ชัดเจน จะทำให้เกิดปัญหาและความไม่เข้าใจ หาก พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจมาลงเลือกตั้งเป็นเรื่องที่ดี เพราะการให้ประชาชนตัดสิน เป็นกระบวนการที่มีเกียรติ แต่สิ่งหนึ่งที่ควรระวังคืออาจมีคนคิดได้ว่ากำลังจะสืบทอดอำนาจหรือเปล่า จึงอยากให้เคลียร์ประเด็นนี้ เพื่อไม่ให้เป็นที่ครหา โดยบอกมาเลยว่าจะเข้าสู่กระบวนการที่มีเกียรติ ลงเลือกตั้ง และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน อาสาเข้ามาบริหารประเทศ และจากนี้ไปในฐานะที่เป็นคนกลาง ก็จะต้องวางกติกาที่เป็นธรรมและเอื้อแก่ทุกฝ่าย ไม่ใช่เป็นการวางกติกาเพื่อพรรคการเมืองที่จะเกิดขึ้น หรืออนาคตทางการเมืองของท่าน ทุกฝ่ายจะได้สบายใจ รวมทั้งต่างประเทศก็จะรู้สึกว่าเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งจะเป็นเกียรติยศของท่านเอง

ประวัติศาสตร์ชี้พรรคทหารไปไม่รอด

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีที่สมาชิก สปท.แสดงจุดยืนสนับสนุนพรรคการเมืองทหารว่า การประกาศตัวเช่นนั้นโดยตรง จะทำให้ประชาชนไม่ศรัทธา ต่อคนในระบอบประชาธิปไตย การไปอุ้มชูพรรค การเมืองทหาร หรือการไปอุ้มชูพรรคการเมืองที่มีทหารสนับสนุนจะต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนด้วย และอย่าใช้กระบวนการที่ได้เปรียบ ทั้งนี้ประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าสุดท้ายก็ไปไม่รอด หากทหาร อยากจะเข้ามามีส่วนเหมือนอย่างพรรคการเมือง ก็ให้อาสาและประกาศนโยบาย อุดมการณ์ของตัวเอง ให้ชัดเจน แล้วให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนตัวยังรู้สึกติดใจกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ ที่กำหนดกรอบให้เดิน 20 ปี ในขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เท่ากับเป็นการเอากุญแจมามัดมือตัวเอง ทำให้ตัวเองทำอะไรไม่ได้ ปิดหนทางการทำงาน เป็นเรื่องน่าเป็นห่วง ผู้ที่กำหนดจะต้องรับผิดชอบหากเกิดผลตามมาในอนาคต

“มาร์ค” ดักคออย่าเอื้อพรรคอิงอำนาจ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ระบุให้ดูสถานการณ์ก่อนว่าจะตั้งพรรคการเมืองใหม่หรือไม่ว่า เรื่องการจะตั้งพรรคหรือไม่ตั้งพรรคเป็นสิทธิของท่าน เพียงแต่ว่าพอไปอิงกับผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ประกอบกับสภาวะการเมืองที่พิเศษ ก็ต้องระมัดระวังว่าถ้ามีพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา ต้องให้ความมั่นใจกับทุกคนว่าจะแข่งขันอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน มิฉะนั้นยิ่งย้อนกลับไปสู่ปัญหาการเมืองแบบที่มีการกล่าวหากันมาตลอดว่ามีการใช้อำนาจรัฐหรือไม่ ซึ่งยุคนี้ก็ยิ่งเรียกว่าเยอะมากด้วย เพราะฉะนั้น ตอนนี้ถ้านายกฯบอกว่าคิดเรื่องทำงาน ก็ดี ขอให้ทำงานไป เพราะงานต่างๆที่ออกมา สังคมก็อาจจะสะท้อนต่อไปว่าควรจะเป็นอย่างไรก็ว่ากันต่อไป

สปท.ส่งมอบงานก่อนหมดวาระ

เมื่อเวลา 11.45 น. ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิป สปท.) แถลงผลการประชุมว่า สปท.จะส่งมอบงานของ สปท.ให้กับนายกฯในวันที่ 31 ก.ค. เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมรัฐสภา โดยได้รับการติดต่อประสานงานจากเลขาธิการนายกฯ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. จะเดินทางมาพบสมาชิก สปท.เพื่อขอบคุณที่ทุกคนได้ร่วมกันทำงานอย่างแข็งขันตลอดระยะเวลา 1 ปี 9 เดือน โดยนายกฯจะได้รับมอบงานและรับฟังรายงานสรุปผลการดำเนินงานของ สปท.จากประธาน สปท.ก่อนกล่าวปาฐกถาต่อสมาชิกสปท. โดยในวันดังกล่าวจะเชิญหัวหน้าส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อนายกฯ ปลัดกระทรวงหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าประธานและรองประธาน สนช. มาร่วมงาน และหลังจากนั้นนายกฯจะร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับผู้ร่วมงานด้วย

เผย 17 สปท.ทิ้งเก้าอี้จ่อลงเลือกตั้ง

นายคำนูณกล่าวว่า สำหรับรายชื่อสมาชิก สปท.ที่ได้ลาออก หรือถึงแก่อนิจกรรมที่ผ่านมามีจำนวน 22 คน แต่คนที่ทำตามรัฐธรรมนูญที่ต้องลาออกภายใน 90 วัน มี 17 คน อาทิ นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ นายธงชัย ลืออดุลย์ นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ นายเกรียงยศ สุดลาภา นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล นายอับดุลฮาลิม มินซาร์ นายชัย ชิดชอบ นายสมพงษ์ สระกวี นายสันต์ศักย์ จรูญงามพิเชษฐ์ และนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ โดยจะมีผลในวันที่ 1 ก.ค. ส่วนนาย สุชน ชาลีเครือ มีผลพ้นจากตำแหน่งวันที่ 4 ก.ค.

“พีระศักดิ์”เผยไร้ สนช.ไขก๊อก

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คน ที่ 2 กล่าวถึงกรณีมีสมาชิก สปท.ทยอยลาออกเพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้าว่า เป็นสิทธิต่อการตัดสินใจในอนาคตของ สปท.เเต่ละท่าน แต่บรรยากาศในส่วนของ สนช. ณ วันนี้ เท่าที่ได้พูดคุยพบปะกับสมาชิกยังไม่พบใครที่บอกว่าจะลาออกไปลงเล่นการเมือง และไม่คิดว่าจะมีใครลาออกด้วย ส่วนตัวเมื่อรับหน้าที่มาทำงานตรงนี้ ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่เคยคิดลาออกไปลงเล่นการเมือง หรือตั้งพรรคการเมืองแน่นอน เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่มีสมาชิก สปท.รวมกันตั้งพรรคเล็กเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯ นายพีระศักดิ์ตอบว่า ไม่ทราบ ไม่อยากทำนาย แต่ส่วนตัวคิดว่าลึกๆแล้วยังไม่เคยได้ยินนายกฯ หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ บอกให้ใครไปตั้งพรรคการเมืองลงสนามในนามทหารเพื่อมาสนับสนุนตนเอง แต่อาจมีคนมาสนับสนุนเอง ก็เป็นได้ ช่วงนี้เริ่มมีคนที่อยากตั้งพรรค คงอยากตามติดกระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ก็ได้

“วันชัย” เตือนกลลวงฆ่านายกฯ

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปท.กล่าวว่า คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.จะไม่ตั้งพรรคทหารลงเล่นการเมือง บทเรียนมีให้เห็นเเล้วว่าคนที่ยึดอำนาจเเล้วมาตั้งพรรคลงเล่นการเมืองท้ายที่สุดพังทุกราย เพราะนั่นหมายถึงการวางเเผนเพื่ออยู่ในอำนาจต่อ ดังนั้นถ้าประกาศตั้งพรรคเมื่อไหร่ก็พัง ส่วนกระเเสข่าวมีคนตั้งพรรคหนุน พล.อ.ประยุทธ์ขณะนี้เป็นกลลวงที่จะฆ่า พล.อ.ประยุทธ์และทำลาย คสช. เพราะเขารู้ว่าทหารที่มาตั้งพรรคบทสรุปเป็นอย่างไร มีตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จเป็นนายกฯ 8 ปี โดยไม่ตั้งพรรคการเมือง คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯ ดังนั้นการที่นายกฯปฏิเสธเสียงเรียกร้องให้ตั้งพรรค ถือว่าถูกต้องแล้วที่ไม่หลงกล แต่หากวันข้างหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคจะร่วมกันโหวตเเละเชิญให้เป็นนายกฯก็ค่อยตัดสินใจไม่เสียหาย ขอย้ำว่านายกฯอย่าหลงกลกลุ่มใดๆ เพราะมีธงตั้งใจทำลายล้าง

เตรียมพร้อมร่างสัญญาประชาคม

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อการสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวถึงความคืบหน้าการเปิดเวทีสาธารณะเพื่อชี้แจงร่างสัญญาประชาคมในพื้นที่ 4 กองทัพภาคว่า คณะอนุกรรมการฯของตนได้ดำเนินการเสร็จแล้วและส่งให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม จากนั้น พล.อ.ประวิตรจะส่งให้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ชุดใหญ่พิจารณา คาดว่าจะประชุมในสัปดาห์หน้า และเมื่อ ป.ย.ป.อนุมัติร่างสัญญาประชาคมแล้วจะไปจัดเวทีสาธารณะชี้แจงร่างสัญญาประชาคม โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ทั้ง 4 กองทัพภาคเป็นผู้ดำเนินการ สำหรับร่างสัญญาประชาคมนั้น เราได้รวบรวมความคิดของประชาชนทั้ง 4 ภาคและกลุ่มต่างๆมาเป็นข้อสรุปได้ประมาณ 200 กว่าประเด็น โดยมีกรอบ 3 งานคือ สิ่งที่ทำได้เลย สิ่งที่ต้องปฏิรูป และสิ่งใดที่ต้องเข้าคณะกรรมการยุทธ-ศาสตร์ชาติ ดังนั้นจึงเป็นความคิดเห็นร่วมกันของคนในชาติว่าเราจะเดินร่วมกันใน 10 ประเด็นว่าจะเดินอย่างไรแล้วจากนั้นแต่ละส่วนงานก็ไปดำเนินการ

ซื้อแบล็กฮอว์กสหรัฐฯเพิ่ม 4 ลำ

พล.อ.เฉลิมชัยยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุถึงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก ให้ครบ 1 ฝูงว่า โครงการจัดหาแบล็กฮอว์กผ่านไปแล้ว ข้อเท็จจริงได้ดำเนินโครงการมานาน โดยกองทัพบกต้องการจัดหาเฮลิคอปเตอร์รุ่นดังกล่าวเพื่อดำเนินการทางยุทธวิธี 1 ฝูงบิน จำนวน 16 เครื่องเพื่อใช้เคลื่อนย้ายกำลังทหารราบทางอากาศ 1 กองร้อยไปสู่พื้นที่ปฏิบัติการ ที่ผ่านมา ทบ.มีเข้าประจำการแล้ว 12 เครื่อง และมาชะงักลงเมื่อช่วงที่ คสช.เข้ามา ปัจจุบันสหรัฐฯได้อนุมัติให้ดำเนินการแล้ว 4 เครื่อง ซึ่งเรื่องนี้ผ่านไปนานแล้ว โดยได้ทยอยซื้อตามการจัดสรรงบประมาณปี 60-62 การ อนุมัติน่าจะอยู่ตั้งแต่ช่วงต้นปีงบประมาณ 60 หรือประมาณเดือน ต.ค.-พ.ย.59 โดยนำเข้าสู่การพิจารณาสภาคองเกรสให้รับทราบเรียบร้อย ราคาใกล้เคียงกับที่เราจัดหามาก่อนหน้านี้

พ.ร.ก.ต่างด้าวเอื้อ จนท.ตบทรัพย์

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการออก พ.ร.ก.การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ที่ประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ว่า สร้างความวิตกกังวลให้กับคนจำนวนมาก อัตราการเกิดของประชากรในประเทศไทยต่ำสุดในอาเซียนจึงขาดแคลนแรงงาน แต่กฎหมายนี้กลับมุ่งในเรื่องโทษของนายจ้าง ปรับเงิน 4-8 แสนบาท ตนยังหาช่องทางไม่เจอว่าคนที่เขาทำผิดอยู่ในขณะนี้จะมีวิธีที่จะกลับมาทำให้มันถูกได้อย่างไร หรือต้องส่งกลับไปประเทศเพื่อนบ้านก่อนหรือไม่ ถือเป็นการออกกฎหมายที่ไม่พูดคุยประชาสัมพันธ์ให้สังคมรับรู้ สุดท้ายจะเป็นช่องทางทุจริตหากินของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ดี

“ยิ่งลักษณ์” ขอศาลสืบหลักฐานเพิ่ม

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมารับฟังการไต่สวน คดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นจำเลย ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวที่มีการทุจริตจนรัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท โดยการไต่สวนพยานจำเลยในวันนี้มี 3 ปาก โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ขอความเป็นธรรมต่อศาลให้สืบพยานของจำเลยครบทุกปาก ยังมีพยานสำคัญอีกมากที่ต้องเข้าไต่สวนต่อศาลอีกสองนัดที่เหลือ ล่าสุดทนายความไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอขยายเวลาสืบพยานเพิ่มเติม ยังเหลือพยานอีก 20 ปาก แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล เตรียมยื่นหลักฐานใหม่เป็นคำร้องขอให้ศาลออกไปเผชิญสืบโรงสีข้าว และคลังข้าวจังหวัดอ่างทอง 16 แห่ง ที่ล่าสุดพบว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปตรวจสอบแต่ไม่พบความเสียหายและการทุจริต เป็นหลักฐานใหม่ที่จะยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้ทุจริตและเน่าเสีย อย่างที่ถูกกล่าวหา ซึ่งเคยร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.แล้วก่อนหน้านี้แต่ไม่ได้รับการพิจารณา

แห้วถูกยกคำขอเผชิญสืบโรงสี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการไต่สวนพยานทั้ง 3 ปาก ศาลพิจารณาคำร้องฝ่ายจำเลยที่ขอให้ศาลเดินเผชิญสืบโรงสีข้าวและคลังข้าว เพื่อตรวจสอบให้พบความจริงว่าข้าวเสียหรือไม่นั้น ศาลเห็นว่าข้าวเป็นธัญพืชชนิดหนึ่งที่เสื่อมได้ตามกาลเวลา ขณะนี้ผ่านมาเป็นเวลา 2 ปีเศษแล้ว เป็นปัญหาข้อเท็จจริง การเดินเผชิญสืบไม่จำเป็นแก่คดี จึงให้ยกคำขอของจำเลย นัดไต่สวนพยานจำเลยครั้งต่อไปวันที่ 7 ก.ค. เวลา 09.30 น.

“วิษณุ” แจงลุยสืบทรัพย์เพื่อยึด 10 ปี

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากความเสียหายโครงการรับจำนำข้าวว่า ขณะนี้อายุความ 10 ปี เริ่มนับแล้ว เมื่อถามว่าการที่อายุความเริ่มนับแสดงว่ารู้ทรัพย์สินอยู่ที่ใดใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เป็นคนละเรื่องกัน 10 ปีที่ว่าคืออายุความสำหรับสืบหาทรัพย์ เมื่อพบก็สามารถยึดและอายัดได้ มีกำหนดเวลาเอามาเป็นของรัฐใน 10 ปี วันนี้เจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้นิ่ง แต่ตอนที่ผู้สื่อข่าวมาถามว่า ถ้าหาทรัพย์สินไม่ได้จะทำอย่างไรนั้น ก็ตอบว่าต้องหยุดไว้ก่อน แต่ยังมีเวลา 10 ปี วันนี้มีคณะกรรมการสืบทรัพย์อยู่ที่กระทรวงการคลัง

ถ้าไปถามเขาอาจจะไม่อยากพูดอะไร วันนี้กระบวนการไม่ได้หยุดยังเดินหน้าอยู่ มีวิธีการอยู่หลายอย่างทั้ง ปปง. ป.ป.ท. ดีเอสไอ กรมบังคับคดี ส่วนจะดำเนินการอะไรไปบ้างแล้วนั้นไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่มีการรายงานมาที่ตน แต่เชื่อว่าเจ้าตัวก็อยากจะรู้ความคืบหน้าจะได้เตรียมทางหนีทีไล่

คลังตั้งทีมตามล่าขุมทรัพย์ “ปู”

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังในฐานะเจ้าทุกข์ได้ดำเนินการตามมาตรา 44 เพื่อติดตามและสืบทรัพย์ น.ส.ยิงลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลังจากกรมบังคับคดีได้ตีความแล้วว่า กรมบังคับคดีไม่มีอำนาจในการสืบทรัพย์ แต่มีอำนาจในการยึดทรัพย์เพียงอย่างเดียว จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังอาศัยอำนาจของกฎหมายกรมบัญชีกลางในการติดตามทรัพย์สินดังกล่าว ล่าสุดได้ตั้งคณะกรรมการติดตามทรัพย์เพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าวโดยตรง คดีความนี้มีอายุความถึง 10 ปี แต่กระทรวงการคลังจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ไม่ชักช้าแน่นอน ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ติดตามทรัพย์อดีตนายกฯ ตามมาตรา 44 หลังจากคณะกรรมการความรับผิดทางแพ่งตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดได้ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องชดใช้ค่าเสียหายจากโครงการ รับจำนำข้าวเป็นจำนวนเงิน 35,000 ล้านบาท

ศาลขอนแก่นเลื่อนไต่สวน 7 ดาวดิน

วันเดียวกัน ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น นายสิริวิชย์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ พร้อมสมาชิกกลุ่มดาวดินรวม 7 คน เข้าให้ปากคำตามหมายเรียกข้อหาละเมิดอำนาจศาล จากกรณีการแสดงสัญลักษณ์และชุมนุมกันบริเวณด้านหน้าศาล จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 10 ก.พ. การไต่สวนเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนถึงเวลา 17.30 น. ศาลมีคำสั่งพักการไต่สวน และนัดการไต่สวนอีกในวันที่ 27-28 ก.ย.60 โดยนายอธิพงษ์ ภูผิว ทนายความ กล่าวว่า ศาลไต่สวนฝ่ายผู้กล่าวหาเสร็จสิ้นเพียง 2 ปากคือผู้อำนวยการศาล จ.ขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจคงเหลืออีก 1 ปากคือหัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยศาล จ.ขอนแก่น ที่อยู่ในเหตุการณ์ ขณะที่ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 คน ยังไม่ได้เข้ารับการพิจารณาไต่สวนแต่อย่างใด