วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ปปป.’ เพิ่มพงส. คดีเงินทอนวัด สายตรง ‘ผอ.พศ.’ ร้องเรียนทุจริต!

“ปปป.”เพิ่มกำลังพนักงานสอบสวน ลุยตรวจสอบ 23 วัดทั่วประเทศให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว “ผอ.พศ.เต้น” ข่าววัดถูกเรียกเงินทอนโผล่ไม่หยุด วอนวัดไหนมีข้อมูลโทร.เข้ามือถือโดยตรง รักษาการเจ้าอาวาสวัดราชสิทธารามแฉได้ข้อมูลจากเจ้าอาวาสวัดอื่น ยอมรับ พศ.ขอเงินทอนจริง แต่แค่ 5 เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณที่ได้รับ “วิษณุ” วอนให้ใจเย็น กรณี ผอ.พศ.ยังไม่ดำเนินการกับรอง ผอ.พศ.ที่ถูก ป.ป.ช.เรียกไปดำเนินคดีเงินทอน

กรณีกองบังคับการตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เปิดยุทธการปราบโกงวัดที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สอบสวนพยานหลักฐานส่งให้ ป.ป.ช.ไปแล้วชุดหนึ่ง และกำลังดำเนิน การขยายผลผู้เกี่ยวข้อง หลังตรวจพบเบื้องต้นพบว่า มีวัดที่ร่วมทุจริต 12 แห่ง โดยเฉพาะวัดในจังหวัดลำปางและจังหวัดอำนาจเจริญ สร้างความเสียหายแก่รัฐสูงถึง 60.5 ล้านบาท คดีนี้พนักงานสอบสวนปปป.เตรียมนำกฎหมายฟอกเงินดำเนินคดีกับผู้ร่วมกระทำความผิดทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและคนธรรมดาด้วย

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 29 มิ.ย. พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รอง ผบก.ปปป. เผยว่า พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. สั่งการให้เพิ่มเจ้าหน้าที่อีก 1 กอง เท่ากับมีเจ้าหน้าที่ 5 ชุด เข้าไปช่วยตรวจสอบวัด 23 แห่งทั่วประเทศ เพื่อความรวดเร็วการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสืบหาพยานหลักฐานในคดี ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะ จุดเริ่มต้น คดีนี้ บก.ปปป.ได้รับแจ้งจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า พบการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณะและปฏิสังขรณ์วัดของ พศ.ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรี มีพฤติการณ์โอนเงินสนับสนุนเข้าบัญชีวัดแล้วเรียกเก็บเงินส่วนเกินคืน หรือที่เรียกว่าเงินทอน พล.ต.ต.กมลจึงสั่งการให้ลงพื้นที่สืบสวนพบว่า งบประมาณปี 2555-2559 มีทุจริตลักษณะเดียวกัน 12 วัด สูญเงินกว่า 60.5 ล้านบาท บก.ปปป.จะดำเนินการให้เต็มที่ เนื่องจากเป็นนโยบายปราบปรามทุจริตของรัฐบาล

ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงลงพื้นที่สืบสวนข้อมูลที่วัดในพื้นที่ภาคกลางแล้ว จะสืบข้อมูลตามรายชื่อวัดที่ ปปป.สรุปสำนวนแล้ว 12 วัดเพื่อนำข้อมูลมาพิจารณา ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เข้ามาพบเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับงบอุดหนุนวัด ตนสอบถาม ป.ป.ช.ด้วยว่า พศ.สามารถขอข้อมูลที่ ป.ป.ช.ได้รับด้วยได้หรือไม่ ป.ป.ช.แจ้งว่าไม่สามารถทำได้เพราะติดขั้นตอนกฎหมาย ให้รอข้อมูลจากกรรมการสืบข้อเท็จจริงของ พศ.เอง ล่าสุดทราบข้อมูลจากสื่อมวลชนด้วยว่า มีการทุจริตเงินอุดหนุนด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมในวัดพื้นที่ภาคใต้ด้วย ขอแจ้งผ่านสื่อมวลชนว่า หากพระสงฆ์วัดใดมีข้อมูลการทุจริตเงินอุดหนุนวัด ไม่ว่าเรื่องใด ให้แจ้งมาที่เบอร์โทรศัพท์ของตน 09-2904-4794

ด้านพระราชวิสุทธิโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชสิทธาราม รักษาการเจ้าอาวาสฯ กล่าวว่า ข้อมูลที่ตำรวจสอบสวนไปมาจากการสอบถามรองเจ้าอาวาสรูปหนึ่ง ตนไม่ทราบข้อมูล เพราะขณะนั้น เจ้าอาวาสยังไม่มรณภาพ แม้ว่าท่านจะอาพาธ แต่สามารถทำงานได้ อีกทั้งตนไม่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องงบประมาณ เวลาท่านจะดำเนินการเกี่ยวกับงบประมาณก่อสร้างเรื่องใดจะมีไวยาวัจกร รองเจ้าอาวาส รวมทั้งผู้รับเหมามาดำเนินการ อย่างไรก็ตาม จากนิสัยเจ้าอาวาสรูปก่อน ท่านไม่มี ทางยอมเด็ดขาด หากทราบมาว่าต้องทอนเงินงบประมาณคืนเจ้าหน้าที่ พศ. จึงอยากให้ทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่าใครทำผิดบ้าง เพราะเมื่อเกิดเรื่องขึ้นทำให้วัดมีมลทินเสียชื่อเสียง จากการสอบถามเจ้าอาวาสวัดต่างๆ ส่วนใหญ่บอกตรงกันมาว่า เมื่อของบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัดไปยัง พศ. จะถูก ขอหักร้อยละ 5 ทุกครั้ง ไม่ทราบว่างบที่หักไปอยู่ที่ใคร แต่ที่เจ้าอาวาสหลายรูปยอมเพราะต้องการนำเงินไปบูรณะวัดให้เกิดความสวยงาม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เผยกรณีนางประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ.อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดจะสั่งพักการปฏิบัติงานหรือไม่ว่า ให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. เป็นผู้พิจารณาแล้วเสนอมา บางส่วนอาจสั่งพักงานในตัวเขาเองได้ แต่พักแล้วเอาไปอยู่ที่อื่นเขาไม่สามารถสั่งได้ ถ้าจำเป็นต้องทำให้แจ้งมา เพราะทุกครั้งที่ทำจะมี 2 ทางคือ 1.ต้นสังกัดแจ้งมา และ 2.ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เสนอมา เมื่อถามว่า ผอ.พศ.ค่อนข้างให้ความเป็นธรรมกับนางประนอมเมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด นายวิษณุกล่าวว่า ดูไปก่อนสักระยะและดูข้อมูลว่ามีกี่คน สุดท้ายต้องให้ความเป็นธรรม วันนี้ข่าวอาจพูดๆกันอยู่ แต่ผู้บังคับบัญชาอาจ ต้องดูเรื่องลายลักษณ์อักษรมากกว่า อย่างกรณีปัญหาแป๊ะเจี๊ยะของโรงเรียนสามเสนที่ตอนแรกนิ่ง สุดท้ายก็มีขั้นตอนดำเนินการที่ให้ความเป็นธรรมอยู่ดี