วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระเอกหรือผู้ร้าย?

โดย หมวดแซม

อดเข้าชิงชนะเลิศศึก ฟีฟ่า คอนเฟดเดอเรชันส์ คัพ 2017 อย่างน่าเสียดาย สำหรับแชมป์ ยูโร “ฝอยทอง” โปรตุเกส ของ คริสเตียโน โรนัลโด แอนด์ เดอะแก๊ง หลังพลาดท่าพ่ายต่อชิลี แชมป์อเมริกาใต้ ในการดวลจุดโทษ 0–3 (หลังเสมอ 0–0 ในเกม 120 นาที) ในเกมรอบรองชนะเลิศ ที่สนามคาซาน สเตเดียม เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย เมื่อคืนวันพุธ ทำให้ ชิลี ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศเป็นทีมแรก รอพบ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี หรือ “จังโก้” เม็กซิโก ต่อไป

นัดนี้ ต้องยกให้ เคลาดิโอ บราโว นายทวารทีมชาติชิลี เป็นพระเอก “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” หลังโชว์ฟอร์มสุดยอด เซฟลูกยิงจุดโทษของนักเตะโปรตุเกสได้ถึงสามลูกรวด โดย 3 นักเตะทีมฝอยทองที่ยิงไม่เข้าถูกบราโวเซฟได้ก็คือ ริคาร์โด กวาเรสมา, เชา มูตินโญ และหลุยส์ นานี

ส่วนโปรตุเกส ต้องบอกว่าเป็นการวางหมากในการดวลจุดโทษที่ผิดพลาดของ เฟอร์นันโด ซานโตส กุนซือจอมเก๋า ที่ไม่ยอมส่ง โรนัลโด เป็นหนึ่งในมือปืน 3 คนแรก

เพราะหากส่ง “เจ็ทโด้” ลงยิงเป็นสามคนแรก สถานการณ์อาจพลิกผันเป็นอีกอย่างก็ได้

มีข่าวว่า โรนัลโด อาจจะไม่ลงเล่นให้โปรตุเกส ในนัดชิงอันดับ 3 วันอาทิตย์นี้นะครับ เนื่องจากเจ้าตัวอยากจะกลับไปเจอหน้าลูกชายฝาแฝดที่เพิ่งลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก

ว่าถึงศึกคอนเฟดเดอเรชันส์ คัพ 2017 แล้ว ก็อดเขียนถึงเทคโนโลยี Video Assistant Referee หรือที่รู้จักกันดีว่า “วีเออาร์” ไม่ได้

ฟีฟ่าได้นำเอาระบบ “วีเออาร์” มาช่วยตัดสิน ในศึกคอนเฟดเดอเรชันส์ คัพ ที่แดนหมีขาวครั้งนี้ เพื่อทำให้เกมขาวสะอาดและมีความเที่ยงธรรมมากขึ้น

แต่ดูเหมือนว่า “วีเออาร์” จะเป็นทั้งพระเอกและผู้ร้ายในคราวเดียวกัน

แน่นอนว่า การนำภาพวีดิโอมาช่วยตัดสินเกม มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คือ สามารถช่วยผู้ตัดสินได้มากเลยทีเดียว จังหวะไหนที่ไม่เคลียร์ไม่ชัดเจนก็ขอดูภาพย้อนหลัง และอาจเปลี่ยนคำตัดสินได้

ยกตัวอย่างเช่น เกมที่ชิลีเอาชนะแคเมอรูน 2-0 ได้มีการใช้วีเออาร์ช่วยตัดสินในประตูที่ 2 ของชิลี โดยตอนแรก ไลน์แมนยกธงว่าเป็นลูกล้ำหน้า แต่หลังจากผู้ตัดสินไปดูภาพจากวีดิโอแล้ว ก็เปลี่ยนให้เป็นประตู 2-0 ของชิลี

นอกจากนี้ เกมคู่เยอรมนีกับแคเมอรูนก็มีการใช้วีเออาร์ช่วยตัดสินเช่นกัน ในจังหวะที่ เอร์เนสต์ มาบูกา นักเตะทีมหมอผี ยกเท้าสูงใส่ เอ็มเร ชาน มิดฟิลด์ทีมอินทรีเหล็ก อย่างน่าเกลียด แต่ผู้ตัดสินชาวโคลอมเบียกลับเดินไปแจกใบเหลืองให้กับ เซียนี ที่ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย

แต่หลังจากไปดูภาพจากวีดิโอ กรรมการก็เปลี่ยนใจแจกใบแดงไล่ มาบูกา ออกจากสนามไป แม้จะต้องดูวีดิโอถึงสองรอบก็ตาม

แต่ต้องยอมรับเช่นกันว่า การที่ผู้ตัดสินขอดูภาพจากวีดิโอเพื่อช่วยในการตัดสินนั้น เป็นการบั่นทอนเสน่ห์ของเกมลูกหนัง เพราะเกมดันต้องมาถูกขัดจังหวะ ทำให้แฟนบอลเซ็งในอารมณ์

อย่างไรก็ดี ผมยังเชื่อว่า “วีเออาร์” น่าจะเป็นพระเอกมากกว่าผู้ร้าย มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย

หากตอนนั้นมี “วีเออาร์” ช่วยตัดสิน เราอาจไม่ได้เห็น อาร์เจนตินา เป็นแชมป์โลก ปี 1986 ก็ได้

เพราะลูก “หัตถ์พระเจ้า” ของ ดีเอโก มาราโดนา จะเป็นลูกแฮนด์บอลอย่างชัดเจน.

หมวดแซม